วันนี้เราลงเวรบ่ายดึกที่โรงบาลค่าย ตอน แปดโมงเช้ากลับบ้านและเตรียมตัวไปสังเกตการณ์ภายในเรือ "ไททานิคมหาราช" อีกครั้ง
วันก่อนเราให้คำแนะนำ และข้อควรระวัง เรื่องการขึ้นสะพานเชื่อมเพื่อเข้าไปที่เรือ "ไททานิคมหาราช"
http://gotoknow.org/blog/noodomyamhrkorat/404237
วันนี้เราพบว่ามีแนวทางการแก้ไขเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง เช่น ทางเทศบาลนครนครราชสีมา ส่งน้องๆนักเรียนโรงเรียนกีฬามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านที่เดินถือของเยอะ ๆ หรือช่วยพยุงคนสูงอายุขึ้น- ลง สะพาน และสำหรับผู้ที่สามารถเดินไหวแต่เดินได้ไม่ไกลนักก็จะมีรถรับ-ส่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาให้บริการประชาชนไว้เช่นกัน อีกทั้งยังมีที่กั้นด้านข้าง- เอาไว้จับทั้ง 2 ฝั่งแล้ว- ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ให้การแก้ไข เพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา (ในส่วนนี้ไม่มีรูปมาฝากเพราะได้รับการแก้ไขในช่วงขากลับ ออกมาจากโรงบาลแล้วก็.. แบบว่า memory card เต็มแล้วหง่ะ)
(ระวังนะคะ.. คุณลุง ดูดิ.. น้องน้อง หนู หนู ปะกบคุณลุง 3 ทิศเลย)
(ประสบการณ์ครับ.. ครั้งหนึ่งในชีวิต โอกาสสุดท้ายแล้ว ขึ้นเลยค๊าบบบ (ซ้อมไว้ก่อน))
(ระยะทางนี้..ยาวไกลสุดลูกหูลูกตา.. เฮ้อ..ป้าจะเดินไหวมั้ย เนี่ย..เมื่อย แถะแถะ)
เราเดินข้ามสะพานด้านหลังโรงพยาบาลพบว่า มีการจัดการอุดรูรั่วของ -ประตูหลัง - ของโรงบาลจ๊ะ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก และการอุดท่อระบายน้ำเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน
(ทหารเค้า..ใช้แผ่นไวนิลสีฟ้าลงก่อนแล้วทับด้วยกระสอบทรายวางซ้อนกันเป็นกำแพงกั้นน้ำ)
(ถนนและทางเดินทางด้านประตูหลังโรงบาล แห้งแล้ว เดินได้เลย)
(นั่นไง.. เจ้าตัวปัญหา ท่อระบายน้ำที่ถูกปิดด้วยแผ่นไวนิลและกระสอบทราย)
(นี่ก็อีกหนึ่งจุด.. เหนื่อยนับเลยหล่ะ)
เราจะพาสำรวจแนวกั้นน้ำและรูรั่วในจุดต่างๆ รอบๆโรงบาล ซึ่งสถานการณ์ในวันนี้บอกได้เลยว่า เรามีความพร้อมในการเปิดให้บริการการรักษาผู้ป่วยได้ ราว 70 % และในวันพรุ่งนี้น่าจะให้บริการได้เกือบ 90 %
ทางเดินเชื่อมต่อระหว่างตึกแปดชั้นกับตึกกระดูก คนก็เดินได้ รถเข็นก็ผ่านได้ เหลือตรงด้านหน้าOPD ที่ต้องเร่งสูบน้ำออกจากแนวกั้นน้ำ
นี่เป็นแนวกั้นน้ำด้านหลังของตึกหลวงพ่อคูณ เราจะเห็นได้ว่าทางโรงบาลได้เปิดประตูฝั่งตลาดสุรนครเพื่อระบายน้ำจากบ้านเรือนประชาชนหลังโรงบาลให้ไหลเข้ามาในโรงบาลด้วยจะได้ช่วยระบายน้ำด้วยเพราะตอนนี้เริ่มส่งกลิ่นคล้ายๆ สะพานปลาเลย
ยังอยู่ด้านหลังตึกหลวงพ่อคูณและแนวกั้นน้ำจะเลี้ยวอ้อมไปทางด้านข้างฝั่งอาคารผู้ป่วยนอก
ตรงนี้จะเป็นฝั่งด้านหน้าห้องตรวจผู้ป่วยนอก กำลังเร่งสูบน้ำออกจากแนวกั้นน้ำ
ในวันนี้ จากการเดินเยี่ยมและพูดคุยซักถามผู้ป่วยที่มารับบริการผู้ป่วยนอก พบว่า ส่วนใหญ่ได้รับข่าวสารว่าโรงบาลสามารถเปิดให้บริการได้แล้วจากวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็ลองมาดู... ต้องขอบคุณสื่อมวลชนด้วยนะคะที่ช่วยประชาสัมพันธ์แต่เราก็ยังให้บริการได้ไม่ครบทุกแผนกนะ..
จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วไป .. อึย..ทั่วกัน
นี่ไงนี่ไง.. หน้าตาของภายในห้องตรวจผู้ป่วยนอกหลังน้ำท่วม.. แหล่มเชียว
สำหรับในวันพรุ่งนี้ทีมงานห้องผ่าตัดของเราจะถอนกำลังจากโรงบาลค่ายสุรนารี ออกทั้งหมดและมาตั้งฐานทัพที่โรงบาลของเรา... เย้ เย้ -กลับบ้านเราแล้ว--
เอ๊า..แล้วมันเป็นใครหล่ะนี่ -- ตัว ตัว เค้ามาตามน้ำแหนะ..ตัวเอง ไม่รู้จะไปไหนต่อดี.. ก็พี่ๆทหารเล่นสูบน้ำหนีหนูไปหมดเลย..แย่แล้ว แย่แล้ว ช่วยเค้าด้วย เค้าตกบก --
เห็นภาพและอ่านคำบรรยายแล้วค่อยใจชื้นขึ้นมาบ้าง
เพราะทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันอย่างเต็มที่....ดีใจด้วยค่ะ
เจ้าปลาตัวนั้นก็คงต้องปล่อยมันไปเถอะนะ...สงสาร
สวัสดีค่ะ คุณ krugui Chutima
ขอบคุณสำหรับการส่งกำลังใจ เฝ้ารอลุ้นนะคะ.. ต่อไปเราก็จะเป็นฝ่ายรับการส่งต่อจากที่อื่นๆกลับมาบ้านเราค่ะ.. เพราะตอนนี้ยอดผู้ป่วยเหลืออยู่ไม่ถึง 600 คน เรายังสามารถรับได้อีก 1 เท่าค่ะ.. โปรโมชั่นมา 1 คน แถมดูแลให้อีก 1 คนยังได้เลย อ้อ..ส่วนเจ้าปลาน้อนนั้นมันว่ายลงท่อระบายน้ำไปแล้วค่ะ.. จับไม่ได้หรอก