การรู้จักวิธีคลายเครียด รู้จักการปล่อยวางทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น

     วันที่ 21 ตุลาคม2553 ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานวันพยาบาลแห่งชาติ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กิจกรรมมีหลายอย่าง ได้มีการจัดบอร์ดให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติและผู้สนใจได้ชมจากหลายหน่วยงาน

 

  หอผู้ป่วยจิตเวชรับผิดชอบจัดบอร์ดคลายเครียด  การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและรับให้คำปรึกษา   โดยมีบุคลากรที่รับผิดชอบ 3 คนคือ ผู้เขียนเอง คุณอัมพร กุลเวชกิจหัวหน้าหอผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งปีนี้รับรางวัลพยาบาลดีเด่นด้านวิจัยด้วย ได้ช่อดอกไม้สวยงาม น่าภูมิใจและคุณวรวุฒิ นามแดง ซึ่งทั้งหมดก็เป็น blogger ของเราชาวโกทูโนแห่งนี้

 

   มีผู้ให้ความสนใจแวะมาชมบอร์ด มาวัดความเครียดและรับคำปรึกษาพอสมควร   หลายคนกล้าเล่า ระบายความทุกข์ใจ มีทั้งเรื่องครอบครัว การเรียน สัมพันธภาพกับคนรอบข้าง
   ผู้เขียนได้ประยุกต์หลักการให้คำปรึกษาแบบซาเทียร์มาใช้ ซึ่งกล่าวถึงภูเขาน้ำแข็งของคนเรา ประกอบด้วยพฤติกรรม (Behavior) คือ การกระทำซึ่งเป็นส่วนที่โผล่พ้นน้ำส่วนด้านอื่นล้วนอยู่ใต้น้ำเช่น อารมณ์ ความรู้สึก (Feeling) ความคิดหรือการรับรู้ (Perception)ความต้องการหรือความคาดหวัง (Expectation) ความปรารถนา (Yearning) เช่น ความรัก การยอมรับ ตัวตน (Self) หรือจิตวิญญาณ  พลังชีวิต
   ในวันนี้ได้สำรวจภูเขาน้ำแข็งของผู้รับบริการรายบุคคลพบว่าส่วนใหญ่จะติดที่ความคาดหวังเช่น
   -คาดหวังว่าเพื่อนๆควรจะยอมรับ เข้าใจ
   -คาดหวังว่าคนข้างบ้านควรเข้าใจ ไม่ตำหนิ  เป็นต้น 
  จากการพูดคุยผู้มารับบริการหลายคนร้องไห้ บอกว่าตัวเองไม่เคยร้องไห้นานแล้ว เข้มแข็งมาตลอดมาร้องไห้ครั้งนี้ก็รู้สึกโล่งแม้จะคิดว่ามันเป็นการน่าอายหรือเปล่า? ได้พูดคุยให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา น้ำตาช่วยลดความกดดันได้ คนที่ร้องไห้ไม่ใช่คนอ่อนแอ
   ไปที่ความปรารถนา สิ่งที่ต้องการคือความสุข เราได้มีการตกลงร่วมกันว่าจะสร้างความสุขได้อย่างไร ผู้รับบริการสามารถบอกได้ด้วยตนเองว่าเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้แต่จะเปลี่ยนที่ตัวเอง ใจตัวเอง จะลดความคาดหวังลง จะปล่อยวาง อยู่กับปัจจุบัน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

 

  
  
    สิ่งที่เขาพูด การแสดงออกในตอนแรกอาจไม่ใช่คำตอบ ต้องสำรวจเข้าไปในจิตใจจึงจะทราบความต้องการที่แท้จริงและช่วยเหลือตรงจุด ที่สำคัญต้องให้เวลาค่ะ   
    จากการพูดคุยได้ทราบทัศนคติต่อการป่วยทางจิตเวช บางคนเศร้า ร้องไห้ นอนไม่หลับ  แต่ก็รู้สึกอายที่จะไปพบแพทย์เรื่องซึมเศร้า คิดว่าเป็นปัญหาของตนทำไมต้องไปให้คนอื่นแก้ไข ความเศร้าเป็นเรื่องน่าอาย ได้พูดคุยว่าบางครั้งก็จำเป็นต้องพึ่งมืออาชีพ ท้ายสุดเชียร์ให้ไปพบแพทย์ด้วยเรื่องการนอนไม่หลับแทนเพราะประเมินแล้วเศร้ามาก อาจต้องให้ยาต้านเศร้าร่วมด้วย หาวิธีที่จะให้เขาไปพบแพทย์ มีทางเดียวที่เขายอมรับได้คือเรื่องนอนไม่หลับ ก็เข้าใจค่ะเพราะสังคมยังมีส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมรับผู้ป่วยทางจิตใจ
  หลายคนมีข้อดี พยาบาลได้ชื่นชมในสิ่งดีๆที่เขาได้ทำ เช่นดูแลพ่อที่เจ็บป่วย เป็นผู้นำที่ดี เป็นคนรับผิดชอบเป็นต้น ได้ให้การบ้านไปทำเป็นการตอกสมอเพื่อให้คงทน ยั่งยืน
  นอกจากนี้ได้ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพจิต แนะนำการออกกำลังกายที่บ้านเดินเร็ว30นาที/วัน  สัปดาห์ละ3-5วัน  การฝึกการผ่อนคลายความเครียดโดยใช้มือเกาะกันดึงตึงๆ ถามความรู้สึกว่ารู้สึกอย่างไร ผู้รับบริการบอกว่ารู้สึกตึง  หนัก พยาบาลถามอยากทำอะไรต่อ อยากปล่อยมือ เมื่อปล่อยมือถามความรู้สึกบอกว่าเบาลง สบาย ให้การบ้าน เมื่อเครียดให้ทำ หนัก..วาง

 

    สิ่งที่เราคุยกันหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมคือได้ข้อสังเกตว่าผู้รับบริการยอมรับ กล้าปรึกษาปัญหาทางจิตเวชมากขึ้น กล้าเล่า กล้าระบาย กิจกรรมนี้สามารถนำไปใช้ได้ในหลายๆโอกาส

 

 
 
   ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคนมากน้อยต่างกัน ไม่เครียดเลยอาจเฉื่อยชา ถ้าเครียดมากก็เกิดปัญหาต่อสุขภาพหลายระบบ ต้องมีวิธีผ่อนคลาย
  มีวิธีคลายเครียดที่ดี ชีวีก็มีสุข
 ถ้าต้องแบกรับอะไรหนักๆ ...วางลง
 หนัก..วาง
 ความสุขสร้างได้