เมื่อวานนี้ ด้วยความบังเอิญเจอป้ายประกาศเล็กๆ ปิดข้างทางเดิน " Interschool journal club 1st/2010 : Early Palliative Care for patients with Metastatic Non-Small-Cell Lung cancer" (มีเขียนไว้ที่นี่คะ)..งานวิจัยนี้เป็นขวัญใจชาว Palliative รวมทั้งฉันด้วย..แถมมีเลี้ยงข้าวเย็นอีกต่างหาก พลาดไม่ได้
คำว่า Interschool ณ ที่นี้ หมายถึง UCSF school of medicine, school of nursing, school of pharmacy , school of dentistry และ Clinical translation sceince institute.
แอบดีใจเล็กๆ ที่หัวข้องานวิจัยเกี่ยวกับ Palliative care ได้รับความสนใจนำมาเป็น Jouranl club ครั้งแรกของปีการศึกษานี้
....
ผู้นำเสนอ เป็นตัวแทนจากแต่ละ school กล่าวสรุปแต่ละส่วนของงานวิจัย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
หลังจากนั้นก็เปิดฟลอร์ให้ผู้ชม ได้แสดงความคิดเห็น
คำถามที่น่าสนใจ เช่น
- Intervention ในงานวิจัยนี้คืออะไร ? งานวิจัยที่เกี่ยวกับ Palliative care service มักมีปัญหาว่า Palliative care ที่นั่น ไม่เหมือนที่นี่ ต่างจากคำว่า Peritoneal dialysis แต่ละที่พอนึกออกว่าคล้ายๆ กัน
มีคนตอบ: งานวิจัยนี้มีจุดแข็ง ที่เลือก National consensus guideline ซึ่งอย่างน้อย Palliative care clinician ส่วนใหญ่ก็นึกออก (แต่นอกอเมริกา ก็ไม่แน่) - การที่มี contamination คนที่เลือกไม่รับ Palliative care ตอนแรก ขอมารับ Palliative care ตอนหลัง แล้วจัดกลุ่มนี้อยู่ใน controle ถือเป็น Bias หรือไม่ จะมีผลให้สรุปพลาดมากเพียงไร
มีคนตอบ: เนื่องจาก ผู้วิจัยต้องการเปรียบเทียบ Early กับ "Relatively" late palliative care (standard oncologic care) คนที่เปลี่ยนใจมารับ Palliative care ที่หลังก็ยังจัดในกลุ่ม controle ได้ - ไฮไล์ คือผู้เข้าร่วมท่านหนึ่ง (ถ้าจำไม่ผิด เป็นหมอสูติ) ถามขึ้นว่า ในขณะที่ Medical intervention อย่าง วัคซีน, ยา, screening test ต่างก็ต้องศึกษาทั้ง Benefit และ Harm แล้ว Palliative care "เราเชื่อได้จริงๆ หรือว่ามีแต่ด้านดี และคุ้มค่า"...
อันนี้ไม่มีคำตอบตรงๆ แต่เป็นการเปิดฉากถกเถียงความเห็น ถึงระบบสุขภาพของอเมริกา ที่ให้บริการ Palliative care แบบเป็น "ท่อนๆ" Palliative care specialist ได้รับค่า consult เป็นครั้งๆ ค่าใช้จ่ายนั้นคุ้มจริงหรือ? etc..
( นี่คือโลกแห่ง คนรักภาษาตัวเลข...Quantitative world !!)
เมื่อพิจารณาจากงานวิจัยตีพิมพ์แล้ว Publish เกี่ยวกับ Palliative care กระทั่งยาที่ใช้ใน symptomatic controle อาจมี bias ไปทางบวก...สมมติฐานที่ตั้งมักไปในทิศทาง การหา Benefit ไม่เว้นในงานวิจัยนี้ อาจด้วยเจตนาดีต้องการให้มีผลทาง นโยบาย ส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยองค์รวม
แต่พิจารณาถึงโลกที่มีสองด้าน.. Palliative care จะเป็นข้อยกเว้นเช่นนั้นหรือ..
ใครช่วยบอก Harm ของ Palliative care มาหน่อยคะ
Palliative care เป็นหนึ่งในทางลัดที่ทำให้เราค้นพบความ ugliness, ignorance อหังการ์ และความประมาทของตนเองได้เร็วที่สุด!!
โห คำตอบท่านอาจารย์ ทำเอาข้าน้อยอึ้งๆๆ
สงสัยจริงๆครับ...ว่าทำไมต้องไปเรียนไกลถึง USA
สวัสดีคะ คุณหมอสีอิฐ.. ขอบคุณคะสำหรับคำถาม
ทำไมไม่เรียนในเมืองไทย
- เพราะยังไม่มี Formal training (Fellowship)
- แม้ในเรื่อง patient care เชื่อว่า เรามี potential ที่ทำได้ไม่แพ้หรืออาจดีกว่าด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่น่าจะเสริมให้ palliative care เป็นศาสตร์ คือ การวิจัยด้วยภาษาและวิธีการอันเป็นสากล
ที่สามารถสื่อสารและเรียนรู้กับคนชาติอื่นๆ เข้าใจและยอมรับด้วย
ทำไมไม่ไปเรียนออสเตรเลีย ที่มีชื่อเสียงกว่า
- ออสเตรเลีย มีระบบสุขภาพ การเมืองที่รองรับงาน Palliative care จึงเป็นตัวอย่างที่ดีมาก
การได้ไปเรียน ก็จะได้เห็นความสมบูรณ์ เป็น Ideal
แต่ด้วยเหตุผลทั้งปวง สุดท้ายมาลงที่ ใครคือ Mentor? ซึ่งที่เลือกอาจารย์ท่านนี้ ซึ่งอยู่ที่ UCSF
- ความประทับใจส่วนตัว ในบุคลิกความเป็นอาจารย์ และการเป็นนักต่อสู้ของท่าน
ระบบสุขภาพอเมริกาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีสองกระแสที่ยังไม่เข้ากันกลมกลืน (คล้ายบ้านเรา)
การสร้างงาน Palliative care ให้โดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีได้ เป็นเรื่องน่าศึกษา
- ปีนี้เป้าหมายคือการเรียนทำวิจัยทางคลินิก ซึ่งยอมรับว่าหนัก แต่ก็แน่นดีคะ
..ในชีวิตนี้ ยังต้องเรียนอีกมาก โดยเฉพาะจากผู้ป่วย ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดคะ
ขอแสดงความนับถือ
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้ความกระจ่างครับ...ไม่ว่าความรู้จากที่ไหนๆผมก็เชื่อว่าอาจารย์จะทำให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยทั้งมวลได้อย่างแน่นอน...คารวะครับ