การเผชิญหน้า เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมีการจัดการที่เหมาะสม
ในการประชุมหลายๆครั้ง ก็มีการเผชิญหน้ากันครับ การเผชิญหน้า เกิดจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน เกิดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของประธานการประชุม จะต้องหาวิธีมายุติความขัดแย้งหรือจัดการกับการเผชิญหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ออกมา Win Win
ที่ผ่านมา ประธานในที่ประชุมมักจัดการการเผชิญหน้าแบบง่ายๆ โดยใช้อารมณ์และความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่มีความเป็นกลาง และ ขาดพื้นฐานของการใช้เหตุผล
ในหนังสือปฎิวัติการประชุม ได้บอกวิธีการจัดการกับการเผชิญหน้าไว้ดังนี้ครับ
1. ทำความกระจ่างวัตถุประสงค์ ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากผู้เข้าประชุมต่างมีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการประชุมไปคนละทางกัน การทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจวัตถุประสงค์ให้ตรงกัน จึงเป็นก้าวแรกของการแก้ไขปัญหาการเผชิญหน้ากัน
ครับ เรื่องนี้ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายเลยครับ การขัดแย้งหลายครั้ง มักจะขัดแย้งกันที่วิธีการครับ และ ก็เป็นวิธีการที่ดีทั้งสองวิธีการ จะตัดสินใช้วิธีการไหน ให้ย้อนกลับมาดูที่วัตถุประสงค์ครับ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยย้อนกลับมาดูกัน ถ้าดูวัตถุประสงค์ จะหาทางออกในการเผชิญหน้าได้ง่ายครับ
2. สู้เพื่อความเข้าใจกัน คนเราเมื่อไม่ลงรอยกันแล้ว ก็จะไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ ฉะนั้นประธานจึงควรห้ามปรามทั้งสองฝ่ายให้หยุดการกระทำใดๆ และให้แต่ละฝ่ายมาพูดคุยให้เข้าใจว่า ฝ่ายตนได้เข้าใจจุดยืนและเหตุผลของอีกฝ่ายอย่างถูกต้อง
ครับ ข้อ 2 นี่ สำคัญที่การฟังครับ ให้แต่ละฝ่าย ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายให้เข้าใจ แต่ที่สำคัญ คนที่ควรเข้าใจที่สุด คือ “ประธานการประชุม” ครับ บางทีถ้าประธานไม่ฟัง หรือ ฟังแล้วไม่เข้าใจ ก็เป็นอันว่าจบเห่ ครับ
3. ใช้หลักเหตุผล การใช้อารมณ์มักเป็นปัจจัยหลักของการนำไปสู่การเผชิญหน้า และ การแก้ไขปัญหาย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากต่างฝ่ายยังมีอารมณ์ แต่ถ้าหากขจัดอารมณ์ออกไปแล้วหันมาใช้หลักเหตุผลและความจริงกัน ความขัดแย้งย่อมจะหมดไปได้ไม่ยากนัก

ครับ ข้อนี้ ก็ฟังดูเหมือนง่าย ให้ใช้เหตุผลแทนอารมณ์ แต่ถ้าใช้เหตุผลแทนอารมณ์ได้จริงๆ ก็สามารถแก้ปัญหาการเผชิญหน้าได้ครับ แต่ส่วนใหญ่ พอเริ่มเห็นไม่ตรงกัน อารมณ์ก็ตามมาทันทีครับ เมื่อมีอารมณ์แล้วก็ยากจะระงับ
4. แสวงหาทางเลือกใหม่ ความขัดแย้งมักเกิดขึ้นเมื่อผู้เข้าประชุมต่างมองไม่เห็นทางเลือกสำหรับทางออกของปัญหา และกลุ่มที่ไม่อยู่ในความขัดแย้งมักจะมีทางเลือกอื่นๆที่สมเหตุสมผล เราจึงต้องแสวงหาทางเลือกใหม่เพื่อเป็นทางออกของปัญหา
ก็ดีครับ ถ้าคู่เผชิญหน้า “ใจกว้าง” พอ ที่จะยอมรับทางเลือกที่ดีกว่า
5. ให้เวลากับปัญหา ปัญหาหลายๆ ประเด็น อาจต้องใช้เวลาเพื่อหาหนทางแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตารางของปัญหาจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับคู่กรณีที่ต่างคนต่างอยู่ในห้วงของอารมณ์ เมื่อได้ใช้เวลาที่พอเหมาะ รอจังหวะช่วงเวลาที่พอเหมาะ รอให้ความโกรธผ่านไป ก็จะทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

ครับ บางกรณีที่ยังตัดสินไม่ได้ ก็ควร “แขวน” เอาไว้ก่อนครับ รอจังหวะดีๆ ค่อยย้อนกลับมา การรีบตัดสินในสภาวะที่ไม่ยอมกัน มีแต้เสียกับเสียครับ
6. ใช้อารมมณ์ขัน เป็นการลดความตึงเครียดแลพผ่อนคลสยที่จะเปิดทางสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ครับ อารมณ์ขันช่วยได้จริงๆ ครับ ที่เป็นปัญหา คือ ประธานในที่ประชุมเป็นคน “เครียด” เสียเอง อันนี้ก็หนักหน่อยครับ
7. การเจรจา/ใช้มาตรการเด็ดขาด เป็นการใช้บุคคลที่สามเข้ามาช่วยเจรจาถ้าหากการใช้วิธีการอื่นๆ ไม่ได้ผล

ครับ ถ้าตกลงกันไม่ได้จริงๆ คงต้องหาตัวช่วย
การเผชิญหน้าเป็นเรื่องที่ดีครับ ถ้ามีการจัดการที่เหมาะสม แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา ทั้ง 7 ข้อ มักไม่ค่อยนำมาใช้กันสักข้อเดียวเลยครับ

เรียนท่านอาจารย์
การปฏิวัติครั้งนี้ ถ้าประสบผลสำเร็จถือว่า " คุ้ม" ค่ะ
สวัสดีค่ะท่านรองฯ มาเยี่ยมนานๆครั้งค่ะ ระลึกถึงเสมอแร่ะค่ะ ยังคงนำเสนอเรื่องราวสาระที่ให้ความรู้เหมือนเดิม นะคะ
ครับ คุ้ม มากๆๆๆ เลยครับ ถ้าปฎิวัติได้
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับเข้ามาเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะ
แวะมาอ่านเพิ่มพูนความรู้ค่ะ
หลักการที่ดีเลิศมากมาย... หากไม่มีความจริงจังในการนำไปปฏิบัติ ก็เหมือนมีอาวุธที่ดีเลิศแต่ไม่เคยใช้เลย
ขอบคุณความรู้ที่แบ่งปันค่ะ
(^___^)
หลักการที่ดีเลิศมากมาย... หากไม่มีความจริงจังในการนำไปปฏิบัติ ก็เหมือนมีอาวุธที่ดีเลิศแต่ไม่เคยใช้เลย
ขอสนับสนุนครับ รวมทั้งบทความนี้ด้วย เขียนเฉยๆ ไม่นำไปใช้ ก็ไม่มีประโยชน์ครับ นี่ ผมต่อว่าตัวเองครับ 555...
ขอบคุณครับ