- พระเทพมงคลมุนี เจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดน้ำล้อม ประธานฝ่ายสงฆ์
- พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าสำนักเรียนแม่อักขระ วัดบุญวาทย์วิหาร
- พระจินดารัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดพระเจดีย์ซาวหลัง สำนักค่ายกลองปูชา
- คุณอมรทัต นิรัติศยกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
- คุณเฉลิมพล ประทีปวณิช อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
- คุณไพฑูรย์ รัตน์เลิศลบ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง
- คุณชูยศ สุธารัตนชัยพร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองฯ กฟผ.แม่เมาะ
- อาจารย์วีรยุทธ จงสถาพรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย
- อาจารย์ณัฐพร สำเนียง ผู้ช่วยนาฎศิลป์ในสำนักจุมสะหรีวัดกู่คำ
- อาจารย์อัญชลี บุญทรัพย์ ผู้ช่วยนาฎศิลป์ในสำนักจุมสะหรีวัดกู่คำ
- อาจารย์มณิตา เขียวอ่อน เลขานุการสภาวัฒนธรรม
- เจ้าราษี ณ ลำปาง ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ จังหวัดลำปาง
- อาจารย์นงนุช ป่าเขียว นักวิชาการ 7ว สนง.วธ.จังหวัดลำปาง
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์เล็ก แสงมีอานุภาพ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประธานศูนย์วธ.จังหวัดลำปาง
- ดร.อุดมศักดิ์ ศักดิ์มั่นวงศ์ ประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดลำปาง
- อาจารย์สกล ไหมสาสน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่เมาะวิทยา
- อาจารย์วิรยา ดวงประภา อาจารย์โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง
- อาจารย์ปวีณา ชุ่มเบี้ย อาจารย์โรงเรียนแม่เมาะวิทยา จังหวัดลำปาง
- อาจารย์จุฬารัตน์ โพธิทอง อาจารย์นาฏศิลป์ฝ่ายเวที โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง
- อาจารย์ศิริวรรณ ชมภูแก้ว อาจารย์นาฏศิลป์ฝ่ายเวที โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง
และที่สำคัญที่สุด คือ อาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ รัตนชัย ปูชนียบุคคล ที่นับถือยิ่งของนครลำปาง
เมื่อกล่าวถึงอาจารย์ศักดิ์ รัตนชัย ทำให้ผมย้อนระลึกถึงเมื่อคราวที่ได้ไปกราบคารวะท่านเพื่อขอศึกษาการเขียน อักขระ ตัวอักษรธรรม คำเมือง ซึ่งถือว่าเป็นการย้อนศึกษาถึงมรดกทางภาษาที่แสดงถึงความเป็นชาติของเรา ตั้งแต่สมัยบรรพกาล ทำให้พวกเราทุกคนได้ภาคภูมิใจในความเป็นอัจฉริยะของบรรพชนที่ได้สร้างตัว อักษรไทย เพื่อถ่ายทอดมรดกทางปัญญาไว้ให้กับลูกหลานถึงรุ่นปัจจุบัน ดังจะหาศึกษาได้จากบันทึกใบลานในวัดต่างๆ ที่มีตำราจารไว้บนใบลาน ที่เป็นประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นยาโบราณ หรือประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจรากฐานของตัวเราเอง ผ่านการศึกษาจากอดีต อาจารย์ศักดิ์ เป็นผู้ที่เปิดโลกทางความคิด และจิตวิญญานในการรักความเป็นไทยให้กับพวกเราทุกคนอย่างแยบยลและได้ผลอย่างยอดเยี่ยม
เนื่องจากพวกเราอยู่ที่ชมรมศิลปป้องกันตัว เดิมทีเราได้ศึกษามวยไทย(ไชยา) และกระบี่กระบองกันเป็นเวลาพอสมควร ทุกคนล้วนแต่มีใจอยากจะค้นคว้าศึกษาศิลปะการต่อสู้ของทางภาคเหนือดูบ้าง และท่านอาจารย์ศักดิ์เอง ก็เป็นคนที่เปิดมุมมองใหม่ให้พวกเราทุกคน ได้เห็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ที่ซ่อนการอนุรักษ์มรดกด้านการต่อสู้ของทางเหนือเอาไว้ให้ลูกหลานที่เป็น เยาวชนที่จุมสะหรีวัดกู่คำ โดยที่เด็กๆ เหล่านั้นไม่ได้รู้เลยว่า เขาโชคดีมากที่ได้มีโอกาสเรียนสุดยอดศิลปะการต่อสู้ของบรรพชน ผ่านลีลาของนาฏยศิลป์ อาจารย์ศักดิ์ได้สอนการเดินขุมเท้าให้พวกเราหลายท่า เช่น ขุมสี่ตอเจิง ขุมแปดเล่ แม่ขุมสิบหก มะผาบห้า แต่ละท่วงท่าใช้ในการเดินตีมวยเข้าหากัน ซึ่งทางเหนือเขาเรียกกันว่ามวยเมือง สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนด้านการต่อสู้ที่เป็นท่าย่างสามขุมมาก่อน เมื่อเห็นท่าเดินขุมเท้าของอาจารย์ศักดิ์ ก็จะดูเหมือนกับท่านร่ายรำธรรมดา แต่สำหรับผมแล้ว ผมกลับเห็นวิธีการสอนการเดินย่างสามขุมในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สอนให้เราเข้าใจลีลาตัว การวางน้ำหนักเท้า การพลิกเหลี่ยม การจรดมวย การก้าวฉาก การหมุนตัว และอื่นๆ อีกมากมาย ทีสามารถปรับใช้เป็นต่อสู้ป้องกันตัวได้ทั้งหมด เพียงแต่อาจารย์บอกว่า มวยเมืองของทางเหนือเขามีไว้รำ ไม่ได้เอาไว้ใช้ตีกันจริงๆ แต่ถ้าอาจารย์ชูพงศ์จะเอาไปปรับใช้ก็ไม่ว่าอะไร เพราะอาจารย์มีพื้นการต่อสู้อยู่แล้ว ผมรู้สึกถึงความเมตตาของอาจารย์ศักดิ์ ที่มีต่อพวกเราทุกคน ท่านเคยบอกว่า ท่านจะไม่สอนวิชาการฟันดาบหรือฟ้อนเจิงให้กับผู้ชาย เพราะวิชานี้มันร้อนและครูแรง เกรงจะไปใช้ในทางที่ไม่ดี ท่านจะสอนเฉพาะการเดินฟ้อนตีกลองปูชาสะบัดไชยเท่านั้น แต่สำหรับกลุ่มของพวกเราชาวจุฬาฯ ท่านก็ได้กรุณาใช้อุบายในการสอนให้โดยไม่ปิดบัง เพียงแต่ให้ถือกิ่งไม้แทนดาบแค่นั้นเอง
ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา นิสิตจุฬาฯ หลายต่อหลายรุ่น ต่างก็พยายามจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ศักดิ์ เพื่อเรียนรู้และรับการถ่ายทอดความรักในมรดกของสยามประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอักษรธรรม การไปเยือนพื้นที่สิบสามจุดประวัติศาสตร์ ทุ่งบัวตอง ซากดึกดำบรรพ์ช้างสี่งา การตีกลองปูชาสะบัดไชย ฟ้อนเจิง และอื่นๆ อีกมากมาย ท่านอาจารย์ศักดิ์ มีอะไรดีๆ ในตัวท่านมากมาย เรียกว่าเมื่อใดก็ตามที่ท่านยังไม่หลับ ท่านก็จะมีเรื่องราวต่างๆ มาเล่าให้พวกเราฟังอย่างสนุกสนาน ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาอย่างยิ่ง ท่านทำทุกสิ่งเพื่อเป็นการเชื่อมต่อแนวความคิดจากอดีตสู่ลูกหลาน ท่านเป็นตำนานของปูชนียบุคคลแห่งนครลำปาง ที่พวกเราลูกหลานจะรำลึกถึงท่านตลอดกาล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชูพงศ์ ปัญจมะวัต
อดีต ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( ตุลาคม 2547 ถึง มีนาคม 2551)
อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมศิลปป้องกันตัวและอาวุธไทย ( พฤษภาคม 2537 ถึง ปัจจุบัน )