วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2553

 

วันนี้  น้ำที่เคยท่วมถนนหลาย ๆ สาย ที่ใช้เป็นเส้นทางของผม เริ่มลดและแห้งแล้ว

แต่สถานการณ์น้ำท่วมในหลาย ๆ จังหวัด ก็ยังคงอยู่ และสร้างความเดือนร้อนต่อ

ความเป็นอยู่ประจำวันของชีวิตอีก ๆ หลายชีวิต

และชีวิตที่เหลืออีกในวันข้างหน้าของชาวนา และชาวไร่

ที่นึกว่า ปีนี้ น้ำดีเหลือเกิน แต่กลายกลับน้ำท่วม ซึ่งผลผลิตย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

สองวันก่อน มีรุ่นน้องส่งข่าวมาว่า คุณแม่เสียชีวิตแล้ว

หลังจากที่ดูแลมาเกือบ 2 สัปดาห์ แต่ในวันที่ดูแลแม่ยามเจ็บป่วย แม่ไม่รับรู้ว่า

ลูกปรนนิบัติแม่อย่างไรบ้าง ?  เพราะแม่อยู่ห้อง ICU ตลอดเวลา

 

ลูกที่ไม่เคยกอดแม่หลายปี.......... ได้มากอดแม่

ลูกที่ไม่เคยหอมแก้มแม่เลย..........ได้มาหอมแก้มแม่

ลูกที่ไม่เช็ดตัวแม่เลย...................ได้มาเช็ดตัวให้แม่

ลูกที่ไม่เคยบอกรักแม่เลย..............ได้มาบอกรักแม่ทุกเวลา

 

น้องคนนี้เล่าว่าชีวิตของตนเองวันนี้เหมือนเพลง ๆ หนึ่งจัง

"สิ่งเดียวที่เหลือ คือ ชีวิตว่างเปล่า  ที่เดิมที่เคยมีเราสองคนหายไป

โปรดเถิดคนดีคน ๆ นี้ รู้สึกช้าไป  บอกเธอให้ฟังเอาไว้

แม้จะสายเกินไป แต่ยังรักเธอ..."

 

ผมก็แสดงความเสียใจกับจากการจากไปของคุณแม่น้อง

และคิดว่า...สิ่งที่น้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้แม่

แม่ย่อมรับรู้ และเข้าใจ

ผมว่า แม่ทุก ๆ คน รัก และเข้าใจลูกด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่เสมอ

 

สิ่งสำคัญที่เป็นบทเรียนจากเรื่องของน้องก็ คือ ....

แม่ยังอยากให้ลูกกอด...

แม่ยังอยากให้ลูกหอมแก้ม...

แม่ยังอยากให้ลูกบอกรัก...

แม่ยังอยากให้ลูกห่วงใย... พูดคุย 

อยู่ทุก ๆ เวลา  เหมือนตอนที่เรายังเป็นเด็ก ๆ

 

และในความเป็นลูก... เราไม่จำเป็นต้องอายที่จะปฏิบัติสิ่งเหล่านั้นกับแม่

ก่อนที่แม่จะจากเราไป...

แล้วเราจะไม่เสียดาย  เพราะเราได้ให้ความรักกับแม่ (บ้าง) แล้ว

ถึงแม้จะน้อยนิดกว่าที่แม่ให้ลูก ทั้งชีวิตและหัวใจ...