การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางการบริหารการศึกษา

การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางการบริหารการศึกษา

การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศทางการบริหารการศึกษานั้น เป็นวิธีการที่ผู้นำองค์การชี้นำและกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ระยะสั้นระยะยาว ค่านิยม และความคาดหวังในผลการดำเนินงานขององค์การ และทำให้องค์การมีผลการดำเนินการได้อย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับวิธีการที่ผู้บริหารขององค์การสื่อสารกับบุคลากร และการสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการดำเนินการที่มีจริยธรรมและผลการดำเนินการที่ดี ระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดี ความรับผิดชอบต่อสังคม และการสนับสนุนชุมชน เทคโนโลยีต่างๆที่ผู้บริหารควรมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารองค์การ  ซึ่งทักษะที่มีความจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผู้บริหารนั้น ถ้าเรียงลำดับความสำคัญจากมากที่สุดไปหาน้อยที่สุดนั้น สามารถเรียงลำดับได้ดังนี้            

ทักษะการคิดวิเคราะห์

ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)

ทักษะการสื่อสารสร้างความเข้าใจ

ทักษะการคิดสร้างสรรค์

ทักษะการคิดนอกกรอบ

             นอกจากนั้นผู้บริหารจะต้องมีการกำหนดทิศทาง/นโยบาย ให้มีความสอดคล้องกันด้วย โดยพิจารณาจากประเด็นต่อไปนี้ซึ่งจะนำทางผู้บริหารให้สามารถไปสู่เป้าหมายในการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศได้

               1.  ประวัติความเป็นมา ซึ่งจะต้องศึกษาในเรื่องต่างๆของภูมิหลังของสถานศึกษา

               2.  สภาพปัจจุบัน โดยศึกษาตั้งแต่โครงสร้างการบริหาร การเงินงบประมาณ ปัจจัยเอื้อในชุมชน ทรัพยากรสนับสนุน และบุคลากร

               3.  ภาระความรับผิดชอบและสิ่งที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษาตั้งแต่แผนงาน/โครงการ มาตรฐานคุณภาพ การพัฒนาบุคลากร ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และหลักสูตรสถานศึกษา

               4.  สภาพการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยศึกษารายละเอียดระบบและกระบวนการวางแผน ผลงานในปีที่ผ่านมา และสภาพของผู้เรียน

               5.  สภาพแวดล้อมและชุมชน ซึ่งจะต้องทราบในรายละเอียดของที่ตั้งโรงเรียน สภาพเศรษฐกิจ การเมือง ความต้องการและความคาดหวังของชุมชน และสภาพสังคม

               จากการศึกษาเบื้องต้นจะนำประโยชน์ให้กับผู้บริหารใน 3 ประเด็นหลัก คือ

                               1. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและประเมินสถานภาพโรงเรียน

                               2. การพัฒนาระบบสารสนเทศ

                              3. การนำเสนอภูมิหลังและพัฒนาการโรงเรียน

นอกจากนั้นอีกหน้าที่หนึ่งที่ผู้บริหารควรดำเนินการคือนำทั้ง 3 ประเด็นนี้ไปจัดการในการศึกษาสภาพแวดล้อมหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า SWOT ในโรงเรียนนั้นๆ ก่อน เพื่อจะได้ทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค  ซึ่งการวิเคราะห์สวอต (SWOT Analysis) หรือว่า การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ หรือ การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมนั้นจะช่วย เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์ สำหรับองค์กร หรือโครงการ ซึ่งช่วยผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตลอดจนผลกระทบที่มีศักยภาพจากปัจจัยเหล่านี้ต่อการทำงานขององค์กร และประกอบกับผู้บริหารมีการกำหนดนโยบายและการวางแผนที่ดีก็จะนำไปสู่การบริหารจัดการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล