เทคนิคการบริหารเน็ตเวิร์คให้เร็วและเต็มประสิทธิภาพ
ปัญหาความเร็วในระบบเน็ตเวิร์คก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักจะพบเสมอ แต่สำหรับผู้ดูแลเน็ตเวิร์คคงต้องหาทางแก้ไขปรับปรุงไปเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุดตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์และตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ราคามักจะถูกลงเช่นเมื่อก่อนความเร็วในระบบเน็ตเวิร์คคอมพิวเตอร์จะอยู่ที่ 10 Mbps ( 10 เมกกะบิตต่อวินาที )แต่ในปัจจุบันจะมีความเร็วอยู่ที่ 100 Mbps และเทคโนโลยี 1000 Mbps หรือ 1 Gbps ( กิกะบิตต่อวินาที )ก็กำลังถูกพัฒนาขึ้นมา การพัฒนาระบบเน็ตเวิร์คให้ได้ความเร็วสูงนั้นต้องพัฒนาอุปกรณ่ทั้งระบบตั้งแต่สายนำสัญญาณ การ์ดแลน ตลอดจน Switch และ HUB อุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งไม่รองรับความเร็วสูง ความเร็วในวงจรนั้นก็จะถือว่าเท่ากับอุปกรณ์ตัวที่ต่ำที่สุด เช่น สายนำสัญญาณ 100 Mbps Switch หรือ HUB 100 Mbps แต่การ์ดแลน 10 Mbps ข้อมูลที่วิ่งอยู่ในวงจรนี้ก็ได้แค่ 10 Mbps หรืออุปกรณ์ทั้งหมดเป็น 100 Mbps แต่วิธีการเข้าหัวสายนำสัญญาณ RJ45 ไม่ถูกต้อง ก็เหลือ 10 Mbps เหมือนกัน สิ่งนี้ผู้ดูแลระบบควรต้องมีความเข้าใจอยู่บ้าง อีกอย่างที่ผู้ดูแลระบบควรจะต้องทราบคือ HUB นั้นจะถูกหารความเร็วตามจำนวนเครื่องที่มาต่อกับอุปกรณ์ประเภทนี้ และถ้านำ HUB มาต่อพ่วงกันไปเรื่อยๆ ความเร็วก็จะลดลงไปตามจำนวนเครื่องที่เพิ่มขึ้น
ส่วน Switch เป็นอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ฉลาดขึ้น มีหน่วยความจำ ที่จำได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดต่ออยู่พอร์ต ( Port )ใดไม่บรอดแคส ( Broadcast )ไปทั้งเครือข่ายเหมือน HUB ทำให้พอร์ตของ Switch ทุกพอร์ต รับส่งข้อมูลได้ความเร็วเต็มที่คือ 100 Mbps แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ว่าการพ่วงต่อ Switch ด้วยสายนำสัญญาณชนิด UTP ไม่สามารถทำได้ยาวเกินกว่า 5-7 เมตร แม้แต่การเลือกซื้อ UHB หรรือ Switch ชนิดที่มี Stack ก็จำเป็นในบางกรณีที่จะทำให้การรับส่งสัญญาณไม่เป็นลักษณะคล้ายคอขวดทั้งนี้ก็คือผู้แลระบบควรมีความรู้ทางด้านเน็ตเวิร์ค ถ้าโรงเรียนหรือองค์กรที่มีแผนการขยายระบบเน็ตเวิร์คเอาไว้ด้วย เพราะหากมีการขยายหรือปรับปรุงระบบจะได้มีการออกแบบวางแผน ทางด้านความเร็วในการรับส่งข้อมูล อย่าพึ่งพิงแต่บริษัทอย่างเดียว เพราะการเพิ่มเติมระบบเน็ตเวิร์คของบางบริษัทอาจทำเพียงเพื่อให้สัญญาณวิ่งได้เท่านั้นเอง ไม่ได้พิถีพิถันในเรื่องการเสียบสายสัญญาณให้ถูกต้องและเหมาะสม