เครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพฯ :
ปฏิรูปเชิงคุณค่าและให้ความหมายด้วยวิถีปฏิบัติในชีวิต
เมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผมไปจัดกระบวนการเวทีให้กับเครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่โรงแรมนิวเวิร์ลด แถวเทเวศน์ บางลำพู เป็นเวทีของเครือข่ายปัจเจกและคนทำงานแนวประชาคมจากหลายพื้นที่ของกรุงเทพ ซึ่งก็ดำเนินการเป็นวิธีทำงานเครือข่ายโดยทั่วไปของภาคประชาชน โดยผสมผสานบทบาทการเรียนรู้เพื่อพึ่งตนเองในการยกระดับสุขภาวะและคุณภาพแห่งชีวิต รวมทั้งพัฒนาการบริหารจัดการเพื่อบรรลุจุดหมายต่างๆตามที่ต้องการด้วยการระดมพลังความร่วมมือและความช่วยเหลือกันของประชาชน ผู้ประสานงานและจัดเวทีเครือข่ายในครั้งนี้ขึ้นคือ บางกอกฟอรั่ม : Bangkok Forum องค์กรภาคประชาสังคมหนึ่งซึ่งมุ่งปฏิรูปเชิงสังคมโดยภาคพลเมืองผ่านการขับเคลื่อนประเด็นความสำนึกและความตื่นตัวต่อสังคมท้องถิ่น
ภาพที่ ๑ เทีเครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพฯ ณ โรงแรมนิวเวิร์ลด์ บางลำพู ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผู้เข้าร่วมเวทีเป็นเครือข่ายคนทำงานภาคประชาสังคมจากพื้นที่เขตต่างๆของกรุงเทพมหานคร ประเด็นร่วมมุ่งพึ่งตนเองในการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์แม่น้ำคูคลอง การฟื้นฟูเมืองเก่า การดำเนินชีวิตในแนวเศรษฐกิจพอเพียง
กลุ่มผู้เข้าร่วมเกือบ ๓๐ คน มาจากหนองจอก เมืองมีน แพร่งภูธร บางบัว และเขตทวีวัฒนา เป็นคนจากหลายสาขาอาชีพ และส่วนใหญ่ทำอาชีพผสมผสานหลายอย่าง เป็นชาวสวน ค้าขาย ทำนา แรงงานรับจ้าง ผู้นำชุมชน บางส่วนเป็นข้าราชการและพนักงานของมูลนิธิซึ่งเป็นเครือข่ายสนับสนุนงานของสำนักงาน ปปส.ที่มุ่งทำงานสานความร่วมมือกับเครือข่ายชุมชน บางส่วนเป็นเกษตรกรและพี่น้องชาวมุสลิม ทว่า ถึงแม้จะหลากหลายอาชีพและอยู่อาศัยในกรุงเทพต่างพื้นที่กัน แต่เครือข่ายดังกล่าวก็มีความร่วมกันซึ่งทำให้สามารถเชื่อมโยงและเรียนรู้ที่จะริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆด้วยกันในหลายประการ โดยมุ่งปฏิรูปวิถีทำอยู่ทำกินสู่แนวเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งฟื้นฟูเสริมสร้างวิถีชีวิตที่มีความหมายและมีคุณค่าของชุมชนให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงคุณภาพและบูรณภาพแห่งชีวิตตามเงื่อนไขของตน มุ่งเรียนรู้อนุรักษ์แม่น้ำคูคลอง สิ่งแวดล้อม ขยะ เมืองเก่า ภูมิปัญญาการปฏิบัติ การจัดการชุมชนและที่อยู่อาศัย การพัฒนาการเรียนรู้ของประชาชน มีกิจกรรมและความเคลื่อนไหวในแนวทางเลือกที่โดดเด่นและน่าสนใจอยู่ในตนเองทุกชุมชน
ทางบางกอกฟอรั่มเชิญผมและให้ผมจัดทีมวิชาการไปสนับสนุนเวทีของเครือข่ายพลเมืองในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการทำกระบวนการเวทีใน ๑ วันครั้งนี้สำหรับทำงาน ๒-๓ อย่างให้บรรลุวัตถุประสงค์ไปด้วยกันอย่างบูรณาการ คือ...
- เป็นเวทีพัฒนาการเรียนรู้ของเครือข่าย ซึ่งดำเนินการไปตามปรกติอยู่เป็นระยะๆ ปีหนึ่ง ๒-๓ ครั้ง และเป็นเวทีซึ่งมีวัฒนธรรมการทำงานในแนวประชาคม เน้นอิสรภาพความเป็นตัวของตัวเองของปัจเจกและภาวะผู้นำเป็นกลุ่มอันเกิดจากปฏิสัมพันธ์เชิงการเรียนรู้แนวราบ (Horizontal Interactive Learning Through Action)
- เป็นโอกาสนั่งคุยและทำงานความรู้บนเวทีแล้วรวบรวมเป็นข้อมูลสำหรับนำไปวางแผนและสื่อสารขยายผลในลักษณะต่างๆ
- สร้างแนวนโยบายสาธารณะสำหรับการดำเนินงานของเครือข่ายในระยะต่อไป พร้อมกับจะร่วมกันไปนำเสนอต่อเวทีปฏิรูปประเทศไทยในชุดที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมมิราเคิล
งานแนวนี้และเครือข่ายอย่างนี้ ผมก็มักจะนึกถึงหลายคน โดยเฉพาะในหมู่คนมหิดลที่ทำกระบวนการเวทีกับกลุ่มประชาสังคมและผมพอจะเชื่อมประสานกันได้ คือ อาจารย์ ดร.โสฬส สิริไสย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โอภาส ปัญญา รวมทั้ง อาจารย์วีระบูรณ์ วิสารทกุล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะทำเวทีให้ออกไปแนวไหน อีกทั้งมีเวลาเตรียมการไม่มากนัก เลยชวนเพียง ๑ ท่านที่พอจะทำงานในเงื่อนไขอย่างนี้ด้วยกันได้คือถึงเวทีแล้วก็เรียนรู้สิ่งที่ต้องการ หารือกัน ออกแบบกระบวนการ แล้วก็ทำไปด้วยกันเลยทันที คือ อาจารย์วีระบูรณ์ วิสารทกุล

ภาพที่ ๒ หนานเกียรติ : กิตติศักดิ์ ม่วงมิตร แวะมาร่วมสังเกตการณ์เวทีก่อนไปร่วมเวที พรบ. คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ได้รับผลกระทบทางการแพทย์ หนานเกียรติ เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายการทำงานภาคประชาชนในหลายประเด็น ในอดีตเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายพระสงฆ์เพื่อการพัฒนาของภาคเหนือ เคยได้รับทุนมาบูโชของญี่ปุ่นซึ่งเป็นทุนสนับสนุนผู้นำพัฒนาชุมชนรุ่นใหม่ ทำงานในกลุ่มเด็ก ภาคประชาชนในชนบท กลุ่มชาวเขาและเครือข่ายชุมชนในพื้นที่สูง
รวมทั้งรวบรวมมือดีอย่างขอแรงไปช่วยจุลกฐินกันของนักวิจัยแนวนี้กับกลุ่มนักศึกษาปริญญาเอก สาขาประชากรศึกษา ของมหาวิทยาลัยมหิดล ๓-๔ ท่าน คือ อาจารย์ณัฐพัชร์ ทองคำ คุณเริงวิชญ์ นิลโคตร คุณดิเรก หมานมานะ คุณจตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร หนานเกียรติ : กิตติศักดิ์ ม่วงมิตร เราทำงานความคิดกันล่วงหน้าก่อนการทำงานกับทีมบางกอกฟอรั่มพอให้รู้แนวคิด จุดหมายของเวที ประสบการณ์และอัตลักษณ์ของเครือข่าย
ภาพที่ ๓ เอก : จตุพร วิศิษฐ์โชติอังกูร (นั่งกลาง) นักศึกษาปริญญาเอก สาขาประชากรศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตหมออนามัยจากชุมชนชาวเขาที่ทำงานอยู่ในสภาพกันดารกับชุมชนในพื้นที่สูงกว่า ๗ ปี ในสุด โอ : มหาบัณฑิตจากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยและทำงานวิชาการอิสระกับเครือข่ายคนทำงานในแนวทางเลือกและแนวประชาสังคม ขวาสุด พี : พีระพงษ์ ทีมงานของบางกอกฟอรั่ม บัณฑิตจากสาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภาพที่ ๔ ซ้ายสุด : ผู้ประสานงานของเครือข่ายพลเมืองในย่านบางลำพู ถัดมาอันดับ ๒ จากซ้าย : อาจารย์วีระบูรณ์ วิสารทกุล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ป๊อก : มือไอที ดูแลเว็บและจัดการความรู้ของบางกอกฟอรั่ม ขวาสุด : เริงวิชญ์ นิลโคตร นักวิจัยชุมชน จากสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลันมหิดล
จากนั้น ก็ชวนเชิญกันไปโดยด้านหนึ่งผมก็ขอแรงว่าใครทำอะไรได้ก็ให้เดินบวกด้วยตนเองตามแต่จะเห็นว่าเหมาะสม และอีกด้านหนึ่ง ผมก็บอกแนวคิดให้ว่า อยากให้เป็นโอกาสที่คนทำงานแนวนี้ได้เห็นกันและกัน เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับคิดและทำงานต่างๆต่อไปในอนาคต
ถือเป็นโอกาสสร้างประสบการณ์ต่อสังคมให้กับนักวิชาการรุ่นใหม่เพื่อจะได้มีกำลังทางวิชาการสำหรับทำงานเชื่อมโยงกับภาคประชาชนที่ดีมากยิ่งๆขึ้นในอนาคต พาเพื่อนให้ไปเจอกันและได้ความรู้จักคุ้นเคยวิถีทำงานกันในแนวนี้ มากกว่าจะต้องการทีมทำกิจกรรมครั้งนี้ให้เสร็จไป.
..............................................................................................................................................................................
คลิ๊กอ่านตอนที่ ๒ : เครือข่ายพลเมืองเปลี่ยนกรุงเทพ (๒) : ข้อเสนอเชิงนโยบายปฏิรูปประเทศไทย
สวัสดีครับอาจารย์
ผมทราบเรื่องราวการประชุมเพิ่มเติมจากเอกแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย
วันนั้นดีใจมาก ๆ ครับที่มีโอกาสได้พบอาจารย์เสียที (หลังจากต้ังใจและพลาดไปหลายครั้ง)
สิ่งที่ผมสนใจมาก ๆ คือ คำเชื้อเชิญจากอาจารย์ในวันนั้น
จริง ๆ แล้วการเรียนต่อหรือไม่มิใช่ประเด็นสำคัญเท่าไรครับ เพียงแต่อยากอยู่ในพื้นที่ที่มีครูบาอาจารย์ที่ทำหน้าที่เป็นปรโตโฆษะ ให้โยนิโสมนสิการเติบโตงอกงามขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขาดหายไปจากวิถีของผมมานมนาน และเป็นสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาตนลดน้อยถอยลง ซึ่งแม้ว่าจะมีความต้ังใจทำงานเพื่อส่วนรวมเพียงใดแต่ศักยภาพที่จำกัดก็ทำให้งานที่ขยับขับเคลื่อนจำกัดตามลงไปด้วย
อาจารย์ครับ มีกิจกรรมและเวทีลักษณะนี้อีกส่งข่าวด้วยนะครับ
เสียดายว่าวันนั้นมีโอกาสอยู่ได้แค่ครึ่งวัน ยังมิทันจะได้เรียนรู้อะไรเลยก็ต้องออกมาเสียก่อน
ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสนะครับ
ขอบคุณค่ะ..เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก หากสามารถ organize : position/process/people ของกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยในประเด็นที่กล่าวได้อย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นอีกความหวังหนึ่งของพวกเราอย่างยิ่งนะคะ..
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับหนานเกียรติ
สวัสดีครับคุณพี่นงนาทครับ
สวัสดีครับคุณครูคิมครับ
ทั้งหลากหลายสาขาอาชีพ และแต่ละคนก็ประสบการณ์ดีมากจริงๆครับ