ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามี ๒ ประเภท ประเภทแรกคือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กำหนดตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๘ ก.มาตรา ๓๘ ข. ซึ่งมิใช่เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติราชการในสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับปริญญาขึ้นไป และมาตรา ๓๘ ค.(๑) ข้าราชการครูประเภทนี้อยู่ในบังคับการประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ได้รับเงินเดือนและเงินวิทยฐานะตามพระราชบัญญัติเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ ตำแหน่งเหล่านี้ได้แก่ ครูผู้ช่วย ครู รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ศึกษานิเทศก์ เป็นต้น เรียกตำแหน่งเหล่านี้รวมกันว่าเป็น “ตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ”

ตำแหน่งประเภทที่ ๒ ได้แก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กำหนดตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓๘ ค.(๒) ข้าราชการครูประเภทนี้ไม่อยู่ในบังคับการประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามที่กำหนดไว้สำหรับข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งเหล่านี้ได้แก่ เจ้าพนักงานธุรการ นักวิชาการศึกษา เป็นต้น ปฏิบัติราชการอยู่ในสถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๘๐๐ คนขึ้นไป สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เรียกตำแหน่งเหล่านี้รวมกันว่าเป็น “ตำแหน่งที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ”

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนอกจากมีชื่อตำแหน่งแล้วยังมีวิทยฐานะตามมาตรา ๓๙ ด้วย เช่นตำแหน่งครู มีวิทยฐานะ ๔ ระดับ คือครูชำนาญการ (รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๒) ครูชำนาญการพิเศษ (รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๓) ครูเชี่ยวชาญ (รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๔) และครูเชี่ยวชาญพิเศษ (รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๕) แต่ที่น่าแปลกที่สุดในโลกคือวิทยฐานะไม่ถือว่าเป็นระดับของตำแหน่ง ดังนั้นตำแหน่งครูแม้ไม่มีหรือมีวิทยฐานะในระดับใดก็ถือว่าเป็นครูเหมือนกัน จำแนกไม่ออกว่าใครเป็นหมู่เป็นจ่า เพราะ ก.ค.ศ.ตีความว่าวิทยฐานะไม่ใช่ระดับตำแหน่ง

เมื่อจำเป็นต้องไปเกี่ยวข้องกับการกำหนดให้ได้รับสิทธิบางประการที่ให้เท่ากันไม่ได้ จึงต้องไปควานหาว่าจะจัดให้เป็นหมู่เป็นจ่าได้ด้วยหลักใด สุดท้ายไปงัดเอาการได้รับเงินเดือนตามพระราชบัญญัติเงินเดือนเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ มาจำแนก ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดสิทธิตามอันดับเงินเดือนไว้ ๒ เรื่อง คือเรื่องสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการ และเรื่องการประดับอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเมื่อแต่งเครื่องแบบราชการ

สิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั้น กรมบัญชีกลางได้กำหนดไว้ตามหนังสือที่ กค ๐๔๐๙.๗/๑๐๖๐๓ ลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๙ ให้เทียบตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการพลเรือน โดยให้

  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับครูผู้ช่วยมีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๓-๕
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๑ มีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๕-๖
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๒ มีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๗
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๓ มีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๘
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๔ มีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๙
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๕ มีสิทธิการเบิกจ่ายเกี่ยวกับกฎหมายด้านการเงินการคลังและสวัสดิการเท่ากับข้าราชการพลเรือนระดับ ๑๐-๑๑

ระดับตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนข้างต้นเป็นระบบเดิม ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเป็นระดับตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว

สำหรับสิทธิการการประดับอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเมื่อแต่งเครื่องแบบราชการนั้น ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดให้ใช้เครื่องหมายตำแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๐๒ ง วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ หน้า ๒๕-๒๖ ซึ่งได้เทียบสิทธิการประดับอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเมื่อแต่งเครื่องแบบราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่รับเงินเดือนในอันดับต่าง ๆ กับข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการ ดังนี้

  • รับเงินเดือนในอันดับครูผู้ช่วย และอันดับ คศ.๑ ขั้นที่ ๒ หรือต่ำกว่า เทียบกับข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ
  • รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๑ ตั้งแต่ขั้นที่ ๓ ของอันดับขึ้นไป และอันดับ คศ.๒ เทียบกับข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ
  • รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๓ เทียบกับข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ
  • รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๔ เทียบกับข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ
  • รับเงินเดือนในอันดับ คศ.๕ เทียบกับข้าราชการพลเรือนตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ

ดังนั้น อินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเมื่อแต่งเครื่องแบบราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จึงสรุปได้ดังนี้

สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา ๓๘ ค.(๒) นั้น ใช้อินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเมื่อแต่งเครื่องแบบราชการเหมือนกับข้าราชการพลเรือนสามัญเพราะกำหนดตำแหน่งแบบเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญทุกประการ

 

วิพล นาคพันธ์

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

อ่านข่าวสารทั้งหมดของวิพล นาคพันธ์ ได้ที่ http://gotoknow.org/blog/wiphon/toc