จะมีวิธีการใดที่สามารถตัดสินว่าเราเป็นคนมองโลกในมุมบวกหรือมุมลบ ?
คำถามนี้ มีคำตอบที่มีทฤษฎีอ้างตรงกันว่า “มี”
ก่อนอื่น ขออนุญาตทบทวน ขั้นตอนในการทำการโค้ชโดยใช้จิตวิทยาทางบวกก่อนนะคะ
- ตั้งเป้าหมายที่ต้องการจะไปให้ถึง โดยเป้าหมายดังกล่าวควรผสมผสานกับทัศนคติในทาสร้างสรรค์ (PMA by Napoleon Hill) และสิ่งสำคัญ คือ เป้าหมายจะต้อง “วัดได้” (ผู้โค้ชควรตั้งเป้าหมายเอง และอาจจะให้ผู้ถูกโค้ช ตั้งเป้าหมายส่วนตัวของแต่ละคนไว้ด้วย) ศึกษาขั้นตอนเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ ^^
- วิเคราะห์ผู้ถูกโค้ช เพื่อค้นหามุมมองของผู้ถูกโค้ชว่าเป็นคนมีมุมมองในแง่ดี หรือ ในแง่ร้าย หรือโน้มเอียงไปในทิศทางใดมากกว่ากัน โดยขั้นตอนนี้จะใช้เครื่องมือสุนทรียสาธก (AI) หรือ สภากาแฟ (World Café) หรือ CAVE Technique (อ่านจากคำพูด และสีหน้าท่าทาง) เพื่อใช้ในการตั้งคำถามค้นหามุมมองของผู้ถูกโค้ช

โดยวันนี้จะขอนำเสนอรายละเอียดของขั้นตอนที่ 2 ดังนี้ค่ะ
นักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยและทดสอบแล้วว่า ลักษณะต่างๆของบุคคลสามารถจำแนกได้จากการทำ แบบทดสอบคุณลักษณะนิสัย หรือ Attributional Style Questionnaire (ASQ) ซึ่งจะเป็นตัววัดระดับการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ว่ามีทัศนคติแบบผู้มองโลกในแง่บวก (Optimistic) หรือในแง่ลบ (Pessimistic) แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยาทางบวกกลับไม่ได้ใช้แบบทดสอบ ASQ นี้ในการตัดสินคน แต่จะใช้การศึกษาลักษณะของผู้คนต่างๆ เช่น นักกีฬา นักการเมือง นักธุรกิจ ที่มีทัศนคติในทางบวกแล้ว ส่งผลทำให้มีศักยภาพในการทำงาน หรือ Performance ดีขึ้น โดยการศึกษาลักษณะเหล่านี้ ก็เข้าข่ายกับทฤษฎี AI (Appreciative Inquiry) ที่เน้นการตั้งคำถาม เพื่อค้นหา “สิ่งที่ดี” ที่สุดในตัวบุคคลเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพส่วนบุคคลให้ก้าวไปข้างหน้า
Dr. Christopher Peterson ถือเป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยทางด้านการศึกษาพฤติกรรมของผู้มีความคิดในด้านบวก ซึ่งรู้จักกันในชื่อ CAVE Technique (Content Analysis of Verbatim Explanations) โดยหลักการเบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนเราเมื่อรู้สึกอย่างไร ส่วนใหญ่จะสามารถอ่านได้จากคำพูด ทั้งคำพูดที่กล่าวออกมา และคำพูดที่ไม่ได้กล่าวออกมา เช่น จากสีหน้า ท่าทาง แววตา น้ำเสียง โดย Dr. Peterson เริ่มจากการอ่านข่าวกีฬาในหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อ วิเคราะห์บทสัมภาษณ์ของนักกีฬา หรือโค้ชของทีมที่แพ้ ว่าเขาคิดว่าสาเหตุที่แพ้นั้น เนื่องมาจากอะไร ระหว่างปัจจัยภายนอกอื่นๆ เช่น สภาพอากาศ หรือเขาโทษว่าเป็นความผิดพลาดทั้งหมดของทีมเอง Dr. Peterson จะสังเกตว่ามุมมองของบุคคลที่มีต่อการพ่ายแพ้นั้น มองว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป หรือการพ่ายแพ้นั้นเป็นข้อยกเว้นที่นานๆจะเกิดขึ้นสักครั้ง โดยผู้ที่มีมุมมองที่ดีนั้น จะไม่โทษว่าเป็นความผิดพลาดของตนเองทั้งหมด แต่ก็จะไม่ถึงกับโทษว่าเป็นความผิดพลาดของสิ่งอื่นๆทั้งหมดเช่นเดียวกัน แต่ผู้ที่มีมุมมองที่ดี จะมีการเปล่งประกายความมุ่งมั่นอยู่เสมอ และมีความ “เชื่อ” ว่าในครั้งต่อไปเขาจะต้องชนะให้ได้
หลักการ CAVE Technique ของ Dr. Peterson ในปัจจุบันจะใช้ในการสำรวจ โดยการถามโดยใช้คำพูด (คล้ายกับ AI ซึ่ง AI จะเน้นคำถามในแง่บวก ให้คนพูดถึงสิ่งที่ตนเองประทับใจ หรือรู้สึกดีที่สุด) และในภายหลังก็มีการต่อยอดการเก็บข้อมูลไปยังสื่อต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของคนที่มองโลกในแง่ดีและคนที่มองโลกในแง่ร้าย

จะเห็นว่าหลายต่อหลายครั้ง คำพูดถือว่าเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อจิตใจมนุษย์เสมอ “คำพูด” มักจะเป็นตัวแทนของความคิดได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การวิเคราะห์มุมมองของคน จึงดูได้จาก “คำพูด” จะขอยกตัวอย่าง “คำพูด” ส่วนหนึ่ง ที่สามารถสื่อแสดงถึง “การเป็นผู้มองโลกในแง่ดี” ของผู้พูด ดังนี้ค่ะ
ตัวอย่างใกล้ตัวเลย คือ อ.โญ หรือ ดร.ภิญโญ รัตนพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง AI Thailand และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิทยานิพนธ์เรื่องการโค้ชโดยใช้หลักจิตวิทยาทางบวกของผู้เขียน จะเป็นผู้ที่พูดเน้นการให้กำลังใจอยู่เสมอ และพูดในแง่บวกเป็นส่วนใหญ่ อาจารย์จะใช้หลักการสอนแบบยกตัวอย่างเคสที่สร้างสรรค์และเกิดแรงบันดาลใจอยู่เสมอ และมีคำพูดติดปาก คือ “สบายๆ”
เมื่อวันที่ 9-12 ตุลาคมที่ผ่านมา มีงาน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์สัญจร” ที่จังหวัดขอนแก่น และผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมฟังการบรรยายของวิทยากรผู้ “สร้างสรรค์และคิดบวก” จำนวนมาก และสิ่งที่น่าประหลาดใจที่ถูกถ่ายทอดออกมาทางคำพูด คือ เมื่อเริ่มพูดถึงความสำเร็จของงาน ทุกท่านจะพูดวลีตรงกันว่า “ผม (ฉัน) มีความเชื่อว่า” น่าประหลาดใจมากเลยค่ะ ว่าทุกคนได้พูดคำนี้ตรงกันแทบ 100% เลยค่ะ
ในงาน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์สัญจร” นี่เอง ผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมฟังบรรยายจากคุณ ศุ บุญเลี้ยง โดยคุณศุ ได้เล่าถึงพลังของการพูดคุยให้กำลังใจในทางบวกว่า มีพนักงานคนหนึ่งในบริษัทของคุณศุ ได้รับงานที่ท้าทายและยากมากๆไปทำ ในครั้งแรกใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ ก็ยังคิดงานไม่ออก เลยขอเวลาอีกสัปดาห์ ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ พนักงานกลับมาพร้อมจดหมายลาออก เนื่องจากให้เหตุผลว่าไม่สามารถทำงานนี้ได้ คุณศุจึงถามว่า คิดงานได้แค่ไหน พนักงานบอกว่าคิดได้เพียงคร่าวๆ คุณศุจึงให้ลองส่งงานผ่านทาง e-mail มาให้ดู พอพนักงานส่งงานมา คุณศุก็รีบโทรกลับไปบอกว่า งานนี้ไอเดียดีมาก ให้เพิ่มเติมอีกหน่อยแล้วส่งให้ลูกค้าดูได้เลย ทั้งๆที่คุณศุยังไม่ได้เปิด e-mail ดูงานเลย พนักงานคนนั้นก็รับพัฒนางานส่งไปให้ลูกค้า ปรากฏว่าลูกค้าชอบมาก และงานนั้นก็สำเร็จไปได้ด้วยดี จะเห็นว่าพลังของการพูดในแง่บวก พูดให้กำลังใจ สามารถส่งผลให้ศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นได้จริงๆ
ชุมชน Positive Community ของเราทาง Facebook ก็มีพี่โค้ชมุมมองดีมากๆคนหนึ่ง ชื่อ พี่ปุ้ย ได้ตั้งกลุ่ม Positive talking café ขึ้นมาค่ะ สามารถไปร่วมแชร์ความรู้สึกในแง่บวกผ่านทางคำพูดร่วมกันได้เลยค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้เต็มที่เลยค่ะ ^^
Credit ความรู้ จาก หนังสือ Psychology of Happiness ค่ะ ^^

แง่คำว่า คิดเชิงบวก เป็นเพิ่มอะไรได้มากมายอยู่แล้ว สำคัญคือคิดแล้วลงมือทำ
ถ้าไม่ตามมาดูก็ไม่รู้เลยนะค่ะเนี่ย..ว่ามี PR มาช่วยโฆษณาห้องพูดคุยในเชิงบวกให้ด้วย
ขอบคุณหลายๆ Many many smileyssss จ๊ะ.. :D:D
สวัสดีครับ
เรื่องคนที่มองโลกในแง่บวก หรือ มองโลกในแง่ลบ
มีผลมากๆ เลยครับ ต่อความคิดและการกระทำ
ผมเองมักจะต้องเข้าประชุมอยู่บ่อยๆ
ผมจะยกกรณีตัวอย่างจาก ประธานการประชุม ครับ
ถ้าประธานการประชุม เป็นคนมองโลกในแง่ลบ บรรยากาศทั้งห้อง จะออกมาลบหมดครับ ทั้งคำพูด ความคิด และ การกระทำ ความคิด ก็จะมีแต่การจับผิด ตำหนิ สิ่งที่ตามมา คือ การเอาตัวรอด ทั้งสู้ และ หนี แหละครับ
อีกมุมมองหนึ่ง ถ้าประธานการประชุมเป็นคนมองโลกในแง่ดี บรรยากาศการประชุมก็สดใสสวยงามครับ คิดบวก พูดบวก ทำบวก มีการจับถูก ชมเชย ให้กำลังใจ ความคิดดีๆ ก็แล่นออกมาครับ
ส่วนการมองว่า ใครเป็นคนมองแง่บวก หรือ มองแง่ลบ ประสบการณ์ส่วนตัวในการมองคนก็ช่วยได้มากครับ
แต่บางครั้ง คนมองโลกในแง่ลบ ก็แอบแฝง สร้างภาพ ว่ามองโลกแง่บวกก็มีครับ ต้องมองหลายอย่างประกอบกัน