บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในการเรียนโดยเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้และกลุ่มที่เรียนโดยการสอนแบบปกติ และศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เกี่ยวกับเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สมมติฐานการศึกษา
1. เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก สูงกว่าก่อนการใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม สำนักงานเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ทั้งหมด 2 ห้องเรียน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากนั้นจึงใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) โดยการจับฉลากเพื่อกำหนดให้เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ได้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 21 คน เป็นกลุ่มทดลองที่สอนโดยใช้เอกสารประกอบ การเรียนรู้ และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 21 คน เป็นกลุ่มควบคุมใช้การสอนแบบปกติ
เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน
เครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหา ได้แก่
1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก ประกอบด้วยเอกสาร 4 เล่มคือ
เล่มที่ 1 เรียนรู้งานประดิษฐ์
เล่มที่ 2 รู้คิดประดิษฐ์เล่น
เล่มที่ 3 ช่างคิดประดิษฐ์ใช้
เล่มที่ 4 ประดิษฐ์มาประดับตกแต่ง
2. เครื่องมือวัดและประเมินผล จำนวน 1 ชุด
3. แบบทดสอบความคิดเห็นนักเรียน 1 ชุด จำนวน 12 ข้อ แบบสอบถามเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert) โดยมีเกณฑ์การให้น้ำหนัก เป็น 5 ระดับ ได้แก่ เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
สรุปผล
จากการศึกษาความสามารถในการทำงานประดิษฐ์ของนักเรียน จากการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก ได้ดังนี้
1. ได้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีค่าประสิทธิภาพกระบวนการของแบบฝึก (E1) และค่าประสิทธิภาพของผลลัพธ์ของแบบฝึก (E2) ของแบบฝึกทุกเล่ม มีค่าสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 ที่กำหนด ดังนี้
เล่มที่ 1 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.90/82.86
เล่มที่ 2 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.42/86.19
เล่มที่ 3 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.81/82.86
เล่มที่ 4 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.62/85.24
ค่าประสิทธิภาพโดยรวม เท่ากับ 84.94/84.29 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80
2. นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ระดับความคิดเห็นของแบบประเมินซึ่งมีข้อความคิดเห็น 12 ข้อ นักเรียนแสดงความคิดเห็นตามลำดับดังนี้ ระดับ มีความคิดเห็น เห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 94.05
อภิปรายผล
1. จากผลการศึกษาพบว่า เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีประสิทธิภาพ 84.94/84.29 ซึ่งสูงกว่าเกินที่กำหนดสอดคล้องกับสมมุติฐานข้อ 1 ที่ว่า เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีประสิทธิภาพ 80/80 แสดงว่าเอกสารประกอบการเรียนเรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ให้เกิดผลดีต่อนักเรียน ดังเช่น โรงเรียนอักษรอดุลวิทยา อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย (2550) ได้ทำการทดลองใช้เอกสารประกอบการเรียนพบว่า การทดลองใช้เอกสารประกอบการเรียนงานประดิษฐ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า นักเรียนมีผลการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นทุกเอกสารประกอบการเรียน ทั้ง 5 ชุด แสดงว่า สื่อเอกสารประกอบการเรียนเป็นสื่อการเรียนการสอนช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ในวิชาที่เรียนนอกจากนั้นนักเรียนสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้ดี ผลงานมีความประณีตสวยงาม ทำงานอย่างมีขั้นตอน มีกระบวนการทำงาน และสอดคล้องกับ ชวลา ศาลิโกเศศ. (2552) ได้ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระทัศนศิลป์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการสอนแบบใช้เอกสารประกอบการเรียนและการสอนแบบปกติ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนรัตนโกสิทนร์ ๙ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 160 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 80 คน และกลุ่มควบคุม 80 คน ประสิทธิภาพของการใช้เอกสารประกอบการเรียนเท่ากับ85.01/84.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ กลุ่มโรงเรียนหนองบ่อ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองอุบลราชธานี สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี (2544) ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการสร้างเอกสารประกอบการเรียนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เรื่อง การปลูกและบำรุงรักษาพืชตามฤดูกาล สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่าเอกสารประกอบการเรียนกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพ เรื่อง การปลูกและบำรุงรักษาพืชตามฤดูกาลมีประสิทธิภาพ 81.04/82.11 และ พรหมประสิทธิ์ สีหะวงษ์ (2551) ได้รายงานการใช้เอกสารประกอบการเรียนแบบศูนย์การเรียน กลุ่มสาระการงานอาชีพและ เทคโนโลยี (งานเกษตร) เรื่อง การขยายพันธุ์พืชโดยใช้ส่วน ต่างๆ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนบ้านโนนคูณ กลุ่ม CEO ยางชุมน้อย ซึ่งพบว่า เอกสารประกอบการเรียนแบบศูนย์การเรียน การขยายพันธุ์พืชโดยใช้ส่วนต่างๆ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 มีประสิทธิภาพเท่ากับร้อยละ 81.18 /81.22
2. จากผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนตามแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมุติฐานข้อ 2 ซึ่งสอดคล้องกับ ชวลา ศาลิโกเศศ. (2552) ได้ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระทัศนศิลป์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการสอนแบบใช้เอกสารประกอบการเรียนและการสอนแบบปกติ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนรัตนโกสิทนร์ ๙ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 160 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 80 คน และกลุ่มควบคุม 80 คน ซึ่งพบว่า
3. จากผลการศึกษาพบว่า ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เกี่ยวกับเอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ซึ่งมีข้อความคิดเห็น 12 ข้อ นักเรียนแสดงความคิดเห็นตามลำดับดังนี้ ระดับ มีความคิดเห็น เห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 94.05 ระดับความคิดเห็น เห็นด้วย ร้อยละ 5.95 ระดับความคิดเห็นไม่แน่ใจ ระดับความคิดเห็น ไม่เห็นด้วย และระดับความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่มีผู้แสดงความคิดเห็น เป็นไปตามสมมุติฐานข้อ 3 ซึ่งสอดคล้องกับ ภีมวัจน์ ธรรมใจ (2548) ได้รายงานผลการใช้เว็บประกอบการเรียนการสอน เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งพบว่าเจตคติต่อการเรียนของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนการสอน โดยใช้เว็บประกอบการเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ข้อเสนอแนะ
1. จากการศึกษาพบว่า เมื่อใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก ทำให้นักเรียนมีความสามารถในการทำงานประดิษฐ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นครู ผู้ปกครอง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ควรนำวิธีการสอนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก ไปใช้ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนเรื่องการทำงานประดิษฐ์ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ มีทักษะในการทำงาน ทำงานอย่างมีขั้นตอน สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ อันจะเป็นพื้นฐานในการเรียนในระดับต่อไป
2. การสอนการทำงานประดิษฐ์โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติก นี้เป็นวิธีการสอนที่สามารถนำไปใช้กับเด็กปกติเพื่อฝึกการทำงาน ควรเริ่มจากง่ายไปหายาก หรือนำไปใช้ฝึกฝนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ เมื่อนักเรียนเกิดความสนใจ สามารถศึกษาค้นคว้าได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้เอกสารประกอบการเรียนยังสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนกับนักเรียน นักเรียนกับผู้สอน เพราะในขณะที่ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ครูผู้สอนมีหน้าที่ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาทันที และนักเรียนกับนักเรียนมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานภายในกลุ่มย่อยได้
3. ควรทดลองใช้เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่อง งานประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้จากพลาสติกกับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในด้านอื่นๆ แต่มีปัญหาในเรื่องการทำงานประดิษฐ์
4. ควรมีการสร้างเอกสารประกอบการเรียนในเรื่องอื่นๆ เช่น การทำขนม การตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
จะนำไปทดลองใช้ครับ