
โครงงานซุปเปอร์จิ๋วรวมพลังรักษ์แม่น้ำ
บทที่ 1 บทนำ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ปัญหาการเน่าเสียของน้ำที่เกิดจากการระบายน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนลงไปในแม่น้ำลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะทั่วไปนั้น จะไม่รุนแรงหากปริมาณน้ำดีในแหล่งน้ำนั้นมีมากพอ เช่น ในฤดูฝนเพราะมันจะฟอกตัวเองได้ทันก่อนที่เกิดการเน่าเสีย แต่ในหน้าแล้งซึ่งมีปัญหาการขาดแคลนน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองต่างๆ ลดลง แต่น้ำเสียที่ระบายลงไปยังเท่าเดิม ความสกปรกจะเพิ่มความรุนแรงขึ้น จนบางแห่งอาจจะใช้ประโยชน์ต่อไปไม่ได้
ส่วนน้ำเสียจากการเลี้ยงสัตว์ก็เช่นเดียวกัน โดยทางการเลี้ยงสุกรเป็นจำนวนมากและมีการระบายน้ำเสียที่เกิดจากการล้างคอก ซึ่งมีมูลสุกรและเศษอาหารลงสู่แหล่งน้ำ ก็จะเป็นตัวการทำให้น้ำเน่าเสียได้
ขยะมูลฝอยหรือของใช้แล้ว เช่น เศษหญ้า เศษอาหาร โฟม พลาสติก กระดาษหรือเศษไม้ที่เห็นอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำนั้นเกิดจากความจงใจทิ้งลงไป และเกิดจากการที่ขยะเหล่านั้นถูกพัดพาตกลงไป ขยะเหล่านั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมและเน่าเสีย ขยะที่เป็นสารอินทรีย์และย่อยสลายได้จะถูกย่อยโดยจุลินทรีย์ในแหล่งน้ำ ออกซิเจนในแหล่งน้ำจะถูกนำมาใช้จนหมด น้ำจะเริ่มเน่าและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำต่างๆ หากรุนแรงมากก็อาจเป็นแหล่งแพร่และเพาะเชื้อโรคได้อีกด้วย ส่วนขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เช่น ของแข็งต่างๆ ก็จะไปขัดขวางการไหลของน้ำหรือทำให้แหล่งน้ำนั้นตื้นเขินได้
ดังนั้นแหล่งน้ำต่างๆ จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากชุมชนที่มีการไหลของแม่น้ำเจ้าพระยา – ท่าจีน ทุกคนช่วยกัน โดยหยุดการทิ้งขยะมูลฝอยและระมัดระวังไม่ให้มีขยะมูลฝอยอยู่ในแหล่งน้ำ แม่น้ำ ก็จะทำให้คุณภาพของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา – ท่าจีน ใสสะอาดนำมาใช้อุปโภคบริโภคได้ สัตว์น้ำต่างๆ ก็จะกลับคืนสู่แหล่งน้ำเจ้าพระยา – ท่าจีนดังเดิม
กลุ่มของข้าพเจ้ามีวัตถุประสงค์ที่จะประชาสัมพันธ์ รณรงค์ รักษ์แม่น้ำ เจ้าพระยา – ท่าจีน เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยรวมพลังรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา – ท่าจีน และแม่น้ำน้อย จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้นมา
วัตถุประสงค์
1. เพื่อลดการใช้น้ำ (ประหยัดน้ำ) ของทุกๆ คน ในโรงเรียนและครัวเรือน
2. เพื่อรณรงค์ป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสียของแม่น้ำเจ้าพระยา – ท่าจีน – น้อย
3. เพื่อลดปัญหาการเน่าเสียของน้ำจากการทิ้งสิ่งปฏิกูลในน้ำ
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
เมื่อสิ้นสุดโครงงานนี้สามารถลดการใช้น้ำในโรงเรียน ครัวเรือนในแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าจีน – น้อย และทุกคนมีจิตสำนึกในการใช้น้ำ
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
โรงเรียนอนุบาลชัยนาท/แม่น้ำเจ้าพระยา/แม่น้ำท่าจีน/แม่น้ำน้อย
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ความหมายของน้ำ
น้ำ (Water) หมายถึง ของ เหลวเกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนในภาวะที่เหมาะสม หรือความหมายในลักษณะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งที่นำมาใช้อุปโภค บริโภค ชำระล้างร่างกาย ใช้ในการเพาะปลูก การเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การคมนาคมทางน้ำ การผลิตพลังงาน ทรัพยากรน้ำยังเป็นทรัพยากรประเภทหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นทดแทนอยู่ตลอดเวลา เป็นวัฎจักร
สิ่งปฏิกูลในน้ำ หมายถึง อุจจาระ และปัสสาวะ รวมตลอดถึงวัตถุอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งสกปรกโสโครก และมีกลิ่นเหม็นที่อยู่ในน้ำ
การประหยัดน้ำ หมายถึง การใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และใช้เท่าที่จำเป็น เกิดประสิทธิภาพและช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้
จิตสาธารณะ หมายถึงการตระหนักรู้และคำนึงถึงส่วนรวมร่วมกัน หรือการคำนึงถึงผู้อื่นที่ร่วมสัมพันธ์เป็นกลุ่มเดียวกัน
บทที่ 3
อุปกรณ์และวิธีการศึกษา
อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้ในการศึกษา
1. ป้ายไวนิล เดินรณรงค์การรักษาแหล่งน้ำ ลำน้ำ แม่น้ำ 4 ป้าย ป้ายละ 700 บาท รวม 2800 บาท
2. เอกสาร ใบปลิว แผ่นพับความรู้เรื่องการดูแลรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ 500 บาท
3. พันธุ์ไม้ สำหรับปลูกในโอกาสวันรณรงค์ วันปลูกต้นไม้ 1000 บาท

วิธีการศึกษา
ระยะที่ 1
1. ประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิก
2. วางแผนจัดทำโครงงาน

ระยะที่ 2 ดำเนินการตามกิจกรรมที่วางไว้ในโรงเรียนอนุบาลชัยนาท
กิจกรรมที่ 1 ลดปริมาณการใช้น้ำ
เราใช้น้ำในกิจกรรมใดบ้างในโรงเรียน ในแต่ละวันนักเรียน ครู และบุคลากร ในโรงเรียน มีการใช้น้ำจากกิจกรรมต่างๆ เช่น
1. การใช้ห้องน้ำ
2. น้ำดื่มตามจุดต่างๆ ของโรงเรียน
3. ประกอบอาหารและล้างภาชนะ
4. ใช้ในการเรียนการสอน
5. รดน้ำต้นไม้ภายในโรงเรียน
6. ทำความสะอาดและซักล้าง

เราใช้น้ำในบ้าน ในทุกๆวัน ทุกคนจะมีการใช้น้ำตั้งแต่เช้าถึงเย็นในกิจกรรมดังนี้
1. แปรงฟัน อาบน้ำ
2. การใช้ห้องน้ำ
3. การประกอบอาหารและล้างภาชนะ
4. รดน้ำต้นไม้
5. ทำความสะอาดและซักล้าง
6. ล้างรถ

อัตราการใช้น้ำโดยเฉลี่ยขณะนี้ 180 – 200 ลิตร/คน/วัน/ ทุกๆ คนสามารถช่วยกันลดการใช้น้ำได้ด้วยวิธีการง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ที่จะช่วยกันลดการใช้น้ำ โดยเริ่มจากโรงเรียนสู่ชุมชน
กิจกรรมที่ 2 ให้ความรู้เรื่องการประหยัดน้ำ
ประชาสัมพันธ์ โดยเลือกเวลาที่เหมาะสม เช่น
1. ทุกเช้าเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ
2. เสียงตามสายช่วงเวลากลางวัน (11.30-12.30)
3. ให้ความรู้กับน้องๆ ในชั่วโมงกิจกรรม
4. จัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์
5. ป้ายรณรงค์การประหยัดน้ำติดตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนัก
กิจกรรมที่ 3 ปรับพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
- ตั้งอาสาสมัครประหยัดน้ำ ทำหน้าที่เชิญชวนทุกคนตั้งแต่ครู นักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ใช้น้ำอย่างถูกวิธี และให้ติดเป็นนิสัย เกิดการประหยัดน้ำ
- เมื่อพบเห็นการเปิดน้ำทิ้งไว้ การรั่วไหล ก๊อกชำรุด ให้แจ้งเหตุและจุดที่พบเห็นให้ครู นักการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข
กิจกรรมที่ 4 ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ
- เลือกใช้ก๊อกแบบประหยัดน้ำ
- เลือกเครื่องสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ
กิจกรรมที่ 5 นำน้ำที่ใช้แล้วไปใช้ประโยชน์
ประโยชน์ที่ได้รับสองต่อ คือลดปริมาณใช้น้ำและลดน้ำเสียลงสู่แม่น้ำไปพร้อมๆ กัน
- ต่อท่อนำน้ำจากอ่างล้างมือไปรดต้นไม้
- นำน้ำที่เหลือจากการดื่มไม่หมดไปรดต้นไม้
-

กิจกรรมที่ 6
รณรงค์ให้ทุกคนกินข้าวหมดจานและแยกเศษอาหารก่อนนำภาขนะไปล้าง เป็นการลดปริมาณของเสียในการนำน้ำล้างภาชนะเราสามารถกระตุ้นให้เกิดความสนใจและนำไปสู่ความร่วมมือ จดบันทึกข้อมูลก่อนและหลังการรณรงค์เพื่อเปรียบเทียบให้เกิดผลสำเร็จ
ระยะที่ 3 สร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน ดังนี้
กิจกรรมที่ 1 จัดกิจกรรมครอบครัวประหยัด ในทุกๆ เดือน
- รณรงค์ให้บ้านเรือนในชุมชนลดการใช้น้ำ
- ทำแบบสอบถาม ศึกษาพฤติกรรมการใช้น้ำของแต่ละครัวเรือน
- จัดประกวดบ้านดีเด่นลดการใช้น้ำ
กิจกรรมที่ 2 จำแนกน้ำเสีย
- ทางกายภาพ ปริมาณของแข็งทั้งหมด กลิ่น สี ความขุ่น เป็นต้น
- ทางเคมี ประกอบด้วยสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ ซึ่งน้ำเสียจากบ้านเรือนจะมีสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์อย่างละประมาณ 50%
- ทางชีววิทยา คือจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เจือปนอยู่ในน้ำเสีย เช่น แบคทีเรีย สาหร่าย โปรโตซัว …. และไวรัส เป็นต้น
กิจกรรมที่ 3 การเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ
เริ่มจากเก็บตัวอย่างน้ำจากบริเวณกลางแหล่งน้ำที่ต้องการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงเรียนหรืออยู่ใกล้บ้าน
การตรวจวัดคุณภาพน้ำทางเคมี
1. การใช้ชุดทดสอบคุณภาพน้ำ (Test kits) เป็นวิธีตรวจสอบคุณภาพของน้ำอย่างง่ายเพื่อหาค่า pH (ค่าความเป็นกรด-ด่าง) และค่า DO (ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ)
2. ตรวจวัดคุณภาพน้ำ หาค่า DO โดยวิธีไตรเตรท เป็นการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการจะได้ค่าที่ถูกต้องและแม่นยำกว่าใช้ Test kits
3. การตรวจวัดคุณภาพน้ำทางชีวภาพโดยดูจากสัตว์น้ำจืดขนาดเล็ก ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ ที่รากผักตบชวา เช่น ไส้เดือนน้ำ ไรแดง กุ้งฝอย สัตว์น้ำแต่ละชนิดมีค่าดัชนีชี้วัดคุณภาพน้ำต่างกัน

กิจกรรมที่ 4 ตั้งชมรมหรืออาสาสมัคร
เมื่อดูแลและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด เช่น ชมรมคนรักษ์น้ำ เยาวชนคนรักษ์น้ำ การตั้มกลุ่มชมรม จะช่วยในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำมีความสนุกสนานและน่าสนใจยิ่งขึ้น สร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน รณรงค์ให้คนในชุมชนมาช่วยกันเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ทุกคนเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำแลร่วมกันดูแล
บทที่ 4 ผลการศึกษาและอภิปรายการศึกษา
ผลการศึกษา
1. นักเรียนโรงเรียนอนุบาลชัยนาททุกคนมีความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการใช้น้ำของโรงเรียนมากขึ้น
- ไม่เปิดน้ำทิ้งไว้
- ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น
- นำน้ำที่ทิ้ง (ใช้แล้ว) ไปใช้ประโยชน์โดยการรดต้นไม้

2. จากกิจกรรมต่างๆ ที่ทำในวาระที่ 1, 2 ได้ผลเกินคาด คือ นักเรียนนำไปปฏิบัติที่บ้านของตนเอง และประชาสัมพันธ์ต่อ โดยช่วยกันดูแลการไม่ทิ้งสิ่งปฏิกูล (ขยะ) น้ำเสียจากครัวเรือนลงสู่แม่น้ำ
3. ลดปัญหาการเน่าเสียของแม่น้ำได้ คือ เมื่อนักเรียนปฏิบัติที่โรงเรียนและเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ เห็นคุณค่าของน้ำได้แล้วก็นำสู่บ้านของนักเรียน ชุมชนของนักเรียน ก็ช่วยลดขยะ/ สิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำได้เป็นอย่างมาก

บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา
สรุปผลการศึกษา
- นักเรียนโรงเรียนอนุบาลชัยนาทรู้จักประหยัดน้ำมากขึ้นโดยไม่เปิดน้ำทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นและรู้จักใช้น้ำเท่าที่จำเป็น
- จากสถานการณ์ที่โรงเรียน นักเรียนนำออกสู่บ้านของตนเอง โดยรู้จักใช้น้ำที่บ้านของตนเองเช่นกัน และยังช่วยรณรงค์ป้องกันปัญหาน้ำเน้าเสียได้อีกด้วย
- ลดปัญหาการเน่าเสียของลำน้ำเจ้าพระยา/ ท่าจีน/ แม่น้ำน้อย เพราะทุกคนมีจิตสำนึกในเรื่องน้ำมาขึ้น
ประโยชน์ที่ได้จากโครงงาน
สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ เห็นคุณค่า ประโยชน์ของน้ำมากขึ้น ลดและประหยัดน้ำทำให้ลดค่าน้ำประปา
ข้อเสนอแนะ
การรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมชุมชนต้องทำอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูกัญญา หนูพรหม

ดีจังครับ เื่ืรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขอให้ทำกันให้มาก ประเทศเราจะดีขึ้น
ขอบคุฯนะคะ ที่สนใจ
ดีคะ อยากให้ทุกคนประหยัดน้ำ อนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้นๆไปนะคะ
สวัสดีค่ะ
หนูจะใช้นำอย่างประหยัดเหมือน พี่ค่ะ
ดีมาก ๆ เลยครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คน สู้ สู้ สู้ต่อไปนะ
ทุกคนช่วยกันโลกก็จะน่าอยู่ค่ะ
หนูมีความคิดสร้างสรรค์ดีมาก น่าสนับสนุน ดีใจแทน รร อนุบาลชัยนาทที่มีเด็กรู้จักใช้ความคิดในเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมืองไทยจะได้น่าอยู่
ดีมาก..ให้กำลังใจ...เป็นโครงการที่ดี...
ดีมากเลยหนูเป็นอนบาลชัยนาท
ดีมากคะ ที่เด็กไทยช่วยกันรักษ์น้ำทำให้เรามีทรัพยากรน้ำในการนำมาใช้มากขึ้น
ศิษย์เก่าปี 50
ดีมากเลยค่ะเป็นศิษย์โรงเรียนอนุบาลชัยนาท
ดีมากๆเลยครับ อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันรักษาแม่น้ำนะครับ
เป็นความคิดที่ดีมากมากเลยครับ
เป็นโครงการที่ดีมีข้อมูลที่น่าศึกษา
เป็นโครงการที่ดีมากช่วยปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่อนุรักษ์น้ำ
เป็นโครงการที่ช่วยประหยัดน้ำ ดีจริงๆเลยครับ
ดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ดีมากมายเลยค่ะดีเด็กพวกี้ดีจัง แถวๆบ้านชอบใช้น้ำแบบไม่ดีเลย