คุณสมบัติของลูกน้องที่ ผู้บริหาร มองหา
จากบทความของ Larry Bossidy ผู้ซึ่งเป็นทั้ง ผู้บริหาร
และที่ปรึกษาชั้นนำที่ได้เขียนถึงคุณสมบัติของลูกน้องที่ ผู้บริหาร
มองหาไว้อย่างน่าฟังในวารสาร Harvard Business Review
เมื่อไม่นานมานี้
คิดว่าน่าสนใจและเป็นประโยนช์แก่ผู้ที่เป็นลูกน้องที่รักความก้าวหน้าใน
ปัจจุบัน จึงขอนำข้อคิดของ Bossidy มาเล่าให้ฟัง
แถมด้วยประสบการณ์ของผู้เขียนและผู้บริหารคนอื่นๆด้วย
- ลูกน้องที่ดีต้องมีส่วนร่วมและมีสำนึกของความรับผิดชอบ ในขณะที่ ผู้บริหาร ที่ดีรู้ว่าควรต้องกระจายอำนาจอย่างไร และรู้ว่าเมื่อไรสถานการณ์เรียกร้องให้เขาลงไปจัดการเรื่องราวต่างๆ อย่างทันท่วงทีด้วยตนเอง เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์คุณภาพสินค้ามีปัญหา หรือเหตุการณ์ที่ต้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรทั้งหลายเพื่อออกสินค้าตัว ใหม่สู่ตลาดให้เร็วกว่าคู่แข่ง สถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ ผู้บริหาร ที่ดีย่อมไม่นิ่งนอนใจปล่อยให้ลูกน้อง ทำงานไปตามระบบ โดยสำคัญผิดว่าตัวเองกำลังกระจายอำนาจแก่ลูกน้อง ทั้งๆ ที่สถานการณเช่นนี้ต้องการผู้นำให้เข้ามาตัดสินใจแก้ปัญหาโดยทันที
- ลูกน้องที่ดีต้องมีเชาวน์ปัญญาและมีสำนึกที่ถูกต้อง กล่าวคือ เมื่อเห็นว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นที่ส่อเค้าอาจนำไปสู่การสูญเสียของบริษัท หรือเห็นเค้าลางของความผิดปกติ ก็ไม่เพิกเฉยคิดว่าไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของตัว ลูกน้องที่ดีต้องรีบรายงานความผิดปกติ เหล่านั้นให้ผู้บังคับบัญชาหรือนายทราบโดยทันที ถ้าหากว่าลูกน้องทุกคนทำตัวเป็นหูเป็นตาแทนเจ้านาย โดยไม่มีทัศนคติว่า “ธุระไม่ใช่ของฉันแล้ว”เชื่อว่าบริษัทหลายบริษัทที่ล้มเลิกกิจการ หรือประสบปัญหาหนักหน่วงอาจจะรอดพ้นภาวะวิกฤติต่างๆเหล่านั้นให้ทันท่วงที โดยอาจจะไม่ต้องทรุดหนักขนาดนั้นก็เป็นด็ ถ้ามีลูกน้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้
- ลูกน้องที่ดีต้องมีไอเดียดีๆ มานำเสนอ
มันหมดยุคแล้วสำหรับคำนิยามที่ว่าการเป็นลูกน้องที่ดี คือ
การเป็นผู้ตามหรือเป็นผู้ที่ทำตามคำสั่งได้ครบถ้วนบริบูรณ์
แค่นี้ไม่พอค่ะ
สำหรับยุคสมัยของการแข่งขันแบบคู่ต่อสู้กำลังหายใจรดต้นคอคุณอยู่
ผู้นำต้องการคู่คิดที่ช่วยกันหาทางเลือก ทางออกหรือนวัตกรรมมาป้อนในที่ประชุมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าเข้าประชุมทีไรก็จะมีลูกน้องจ้องตาแป๋ว พร้อมรับคำสั่งเท่านั้น เวลากำลังหน้าสิ่วหน้าขวานที่ผู้อำนาจเครียดจนมึนตึ้บ ผู้นำก็คิดอาศัยลูกน้องอยู่เหมือนกันว่าจะมีความคิดดีๆบ้างไหม เพราะฉะนั้น ลูกน้องสมัยนี้ต้องทำตัวเป็นคิดด้วย ไม่ใช่ตามต้อยๆอย่างเดียว - ลูกน้องที่ดีต้องพร้อมให้ความร่วมมือ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าสถานการณ์ธุรกิจปัจจุบันเปรียบเป็นสมรภูมิรบก็เป็น สมรภูมิที่บรรดาขุนศึกทั้งหลายล้วนมีพละกำลังแข็งแกร่ง ติดอาวุธยุทธโธปกรณ์ไฮ-แทค แถมด้วยกลยุทธ์การรบที่แยบยล ดังนั้น หากคิดให้อยู่รอดและอยู่อย่างยั่งยืนผู้บริหารจำเป็นจะต้องมีลูกน้องที่ดีๆ หลายคน
- ทำงานเป็นทีม ข้อนี้ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษ เพราะเหตุใดน่ะหรือ? ก็เพราะคนเก่งโดยมากมักมีความตั้งใจสูง ประเภทยอมหักไม่ยอกงอ ทำงานแบบศิลปินเดี่ยว ซึ่งแบบนี้มันไม่เป็นผลดีต่อองค์กรโดยรวม จริงอยู่ที่บทบาทของผู้คือการสร้างและบริหารทีม แต่ไม่ใช่ว่าลูกทีมอยู่ทั้งตาปีตาชาติ ประมาณว่าถ้าไม่ม่ผู้นำมาช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอม ฉันก็จะอยู่แบบฉันนี่แหละได้ลูกน้องแบบนี้ก็ทำให้หัวหน้าต้องหนักใจและ เหนื่อยใจไม่น้อย แต่ถ้าใครมีลูกน้องเก่งและแถมยังมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมีอัธยาศัย โอบอ้อมกอารี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทั้งในและนอกแผนก หัวหน้าคนนั้นคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง ว่าแต่ว่าลูกน้องแบบนี้หาได้ที่ไหนบ้าง
- ลูกน้องที่ดีต้องพร้อมทำโปรเจกต์ใหม่ๆ นอกจากจะต้องมีไอเดียดีๆ
มานำเสนอแล้ว ลูกน้องที่ยังต้องมีความสามารถที่จะนำความคิดใหม่ๆ
ไปปฏิบัติให้เกิดผลดีด้วย ไม่ใช่ดีแต่คิดเท่านั้น
ในเรื่องของการปฏบัติก็ต้องมีความสามารถเช่นกัน
และถึงแม้ว่าไอเดียใหม่ๆ
นั้นอาจจะไม่ได้ถูกริเริ่มโดยตัวลูกน้องก็ตามที
แต่หากเจ้านายต้องการให้ลูกน้องคนใดคนหนึ่งไปเป็นผู้นำหรือตัวนำ (Lead) ในการนำไอเดียนั้นไปปฏบัติ ซึ่งคงต้องมีความเสี่ยงบ้างว่าอาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ลูกน้องที่ (รัก) ดี และรักความก้าวหน้าก็ต้องมีความกล้า และมีความมั่นใจที่จะทำงานในโปรเจกต์ใหม่นั้น
- ลูกน้องที่ดีต้องพัฒนาภาวะผู้นำให้ลูกน้องของตนเองด้วย
คุณสมบัติข้อนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความใจกว้างและประสิทธิภาพในการเป็นผู้นำ
ของลูกน้องในขณะที่ผู้นำหรือเจ้านายของคุณใส่ใจพัฒนาให้โอกาสคุณฝึกอบรมการ
เป็นผู้นำ
ตัวคุณเองก็ควรที่จะให้ความเอาใจใส่ลูกน้องที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคุณด้วย
ถ้าว่าเป็นการพัฒนาลูกน้องในแต่ละชั้นการบังคับบัญชา ซึ่งเป็นระบบที่ดี อย่าใจแคบอยากเก่งเพียงคนเดียว ลูกน้องของคุณเขาก็มีความฝัน มีความทะเยอทะยานอยากก้าวหน้าในอาชีพเช่นกัน ดังนั้นคุณควรสืบทอดค่านิยมและการปฏบัติเช่นนี้จากเจ้านายของคุณ เพราะในอนาคตของคุณได้เลื่อนอันดับเป็นผู้บริหาร คุณเองก็ย่อมต้องการลูกน้องเก่งๆ เช่นกัน - ลูกน้องที่ดีต้อง “ทันข่าว ทันเหตุการณ์”
มันจะน่าเบื่อขนาดไหนหากคุณมีลูกน้องที่ไม่รู้เรื่องข่าวรอบตัวเลย
ถามอะไรก็ “ไม่รู้ค่ะ” “ไม่ทราบค่ะ”
ผู้เขียนเคยได้ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งจัดระดับความสามารถของลูกน้อง
โดยเปรียบเทียบกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกายว่า ลูกน้องที่เก่งมาก
คิดแทนท่านได้ ตัดสินใจแทนท่านได้ นั้นคือ “สมอง”
ลูกน้องบางคน “เป็นหูเป็นตา” แทนท่านได้ คือคอยสดับตรับฟังข่าวใหม่ๆ คอยสอดส่องดูแลติดตามงานแทนท่าน โดยที่ท่านไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไชบอกให้ทำ ลูกน้องบางคนเป็นเหมือน “มือขวา” คือรู้ใจทำงานตามคำสั่งได้ดี ไว้ใจได้ ไม่ต้องกลัวความผิดพลาดและลูกน้องบางคนเหมือน “แข้งขา” หรือแค่ ”เท้า” นั่นก็ช่วยผ่อนภาระของท่านได้นิดหน่อย เช่น ช่วยหยิบฉวยข้าวของให้ เดินไปซื้อของให้ มากกว่านั้นไว้ใจไม่ได้
การจะเป็นลูกน้องที่สามารถเป็นมันสมอง และเป็นหูเป็นตาได้นั้น Bossidy กล่าวว่า ลูกน้องต้องสนใจติดตามข่าวคราวต่างๆ ตามสื่อทั้งหลาย โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้าของบริษัทของตนเพื่อที่จะเป็นคน หูกว้าง ตากว้าง มีข้อมูลทันสมัย มีไอเดียดีๆ มานำเสนอให้เจ้านายได้เสมอๆ ยามที่เจ้านายต้องการข้อมูลใหม่ๆ หรือทางแก้ปัญหาต่างๆ เผลอๆปะเหมาะเคราะห์ดี คุณมีไอเดียดีๆ ก็อาจจะได้เลือนขั้นพุ่งปรู๊ดปร๊าดไปเลยก็ได้...ใครจะรู้? - ลูกน้องที่ดีต้อง”คาดการณ์ล่วงหน้า” เป็น ข้อนี้ยากหน่อยเพราะกว่าจะมาถึงระดับนี้ได้ คุณต้องฝึกวิทยายุทธ์ในข้อที่แล้วมานานพอสมควร จนีข้อมูลมีประสบการณ์แก่กล้าจนก้าวล่วงจากการเป็นผู้เกาะติดสถานการณ์มา เป็นผู้ทำนายสถานการณ์ได้ แต่ถึงยากแต่ก็ไม่ยากเกินที่คุณจะทำได้
" ให้เขาทำงานแทนคุณ แต่ไม่ใช่ให้เขาเป็นคุณ "
" he work like you but he is not you "
เป็นลูกน้องต้องเคารพนบเจ้านาย
เป็นลูกน้องต้องมั่นหมายถวายหัว
เป็นลูกน้องต้องยอมตายถวายตัว
เป็นลูกน้องต้องถ้วนทั่วอย่ามั่วงาน
เป็นลูกน้องต้องไม่ขวางทางลูกพี่
เป็นลูกน้องต้องมีไมตรีประสาน
เป็นลูกน้องอย่าข้ามหน้าบัญชาการ
เป็นลูกน้องอย่าประจานนายของตน
เป็นลูกน้องต้องรักนายคล้ายสุนัข
เป็นลูกน้องต้องรู้จักหลักการทั่ว
เป็นลูกน้องสุจริตต้องติดตัว
เป็นลูกน้องอย่าเมามัวประมาทเอย (จากหนังสือ คม-ชัด-ลึก)
" ได้ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับนาย ได้ครับผม "

ของมีแค่สองข้อครับ
1.เจ้านายทำอะไรไม่เคยผิด
2.ถ้าเจ้านายผิดให้ดูข้อ1
ฮาหน่อยครับ
ถู.........ก.....ต้องน่ะ.....ครับ