แมคคาเดเมีย ถั่วฝรั่ง...เมืองไทยก็ปลูกได้


พบแมคคาเดเมียครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1843 ที่ประเทศออสเตรเลีย
ได้ไปดูงานที่ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ก็พบว่าปลูกต้นแมคคาเดเมียได้ ยืนยันได้ตามรูปค่ะ
 
 
 
 
ประวัติมะคาเดเมีย
 
นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ชื่อว่า Friedrich Wilhelm Ludwig Leichhardt  ค้นพบแมคคาเดเมียครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1843 ที่ประเทศออสเตรเลีย บริเวณอ่าวมอร์ตัน ใกล้ ๆ กับเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ หลังจากค้นพบแล้วก็ไม่ได้อะไรนอกจากเก็บตัวอย่างพืชไว้ในพิพิธภัณฑ์พืช (Herbarium) ของสวนพฤกษศาสตร์ เมืองเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย

ต่อมาในปี ค.ศ. 1857 Boron Sir Ferdinand Jacob Heinrich von Mueller ชาวเยอรมันอีกเช่นกัน ร่วมกับ นาย Walter Hill ชาวสก็อต ผู้อำนวยการสวนพฤกษศาสตร์ของเมืองบริสเบน ได้สำรวจพบมะคาเดเมียบริเวณแม่น้ำไพน์ อ่าวมอร์ตัน รัฐควีนส์แลนด์ เป็นมะคาเดเมียแบบผล
เล็ก
Sir Mueller จึงได้ขอจดทะเบียมะคาเดเมียที่พบนี้เป็นพืชสกุลใหม่ชื่อว่า "Macadamia" เพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนสนิทที่เคารพรักใคร่ คือ ดร.John Macadam ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาเคมีอยู่ที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
Sir muellerr และนาย Walter Hill จึงถือว่ากันว่าเป็นผู้ค้นพบมะคาเดเมีย
ที่แท้จริง เพราะพบแล้วไปขอจดทะเบียนระบุชื่อเป็นหลักฐาน
 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก 
http://www.wizardnan.ob.tc/
 
 
 

MoTtAnOi 14/10/53

หมายเลขบันทึก: 402640เขียนเมื่อ 14 ตุลาคม 2010 15:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 15:03 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (10)

คล้ายๆ เม็ดบัวนะครับ รสชาติเหมือนกันหรือเปล่าครับ

สวัสดีค่ะ อ.โสภณ รสชาติมันๆน่ะค่ะ ออกแนวเลี่ยนๆ แต่เคยกินที่เป็นกระป๋องๆนะค่ะ

-สวัสดีครับ...

-"Walter Hill จึงถือว่ากันว่าเป็นผู้ค้นพบมะคาเดเมีย ที่แท้จริง เพราะพบแล้วไปขอจดทะเบียนระบุชื่อเป็นหลักฐาน"

-"ขอจดทะเบียนมะคาเดเมียที่พบนี้เป็นพืชสกุลใหม่ชื่อว่า   "Macadamia"เพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนสนิทที่เคารพรักใคร่ คือ ดร.John Macadam"

-ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่อง "Macadamia" ครับ

 

สวัสดีค่ะ

ดิฉันเคนทาน มันอร่อย แต่ไม่ทราบคุณประโยชน์ต่อร่างกาย มีผลดีหีอผลเสียต่อร่างกายยังไงบ้างคะ

ไม่เคยกินเลย แต่ดูคล้ายๆ เม็ดเกาลัดป่ะนี่

Ico32
เพชรน้ำหนึ่ง    ขอบคุณที่มาเยี่ยมจ้า
Ico32
อุดมพันธ์     สวัสดีค่ะ คุณอุดมพันธ์ หาคำตอบมาให้แล้วนะคะ

Macadamia ถั่วแมคคาเดเมีย เป็นแหล่งของ

- Monounsaturated Fats สูงถึง 60% ของน้ำหนักตัว
- Protein 9.2%
- มีใยอาหาร 7%
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่ม Polyphenols
- มีการศึกษาพบว่าการให้อาหารผสม Macadamia มี Fat สูงถึง 40% กลับลดน้ำหนักได้เหมือนอาหารไขมันต่ำและสามารถลด LDL ได้มากกว่า 5%
Macadamia Nut oil ถือว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น ช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดี และลดโคเลสเตอรอล

ที่มา: http://www.deepmarinewhey.net/deep.php

 

Ico32
กอหญ้า   หวัดดีเจ้าพี่กอหญ้า มันจะกรอบๆมันๆค่ะ ไม่นิ่มเหมือนเกาลัด อร่อยดีค่ะ แบบกระป๋องก็มีนะคะ ตามร้านสะดวกซื้อค่ะ

เคยเห็นแต่ไม่เคยกินครับ น่าสนใจมาก สบายดีนะครับ

สบายดีค่ะ อ.ขจิต ขอบคุณที่เขามาชมแมคคาเดเมียค่ะ

-มี "มะคาเดเมียนัท"  มาฝากครับ....

อร่อยค่ะ แต่ทานได้ประมาณ 7-15 เม็ดต่อวัน ถ้าทานมากจะอ้วนค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี