เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นอีกวันที่หน่วยเคมีคลินิกของเรามีงานเข้ามาเยอะมาก ในขณะที่เราเริ่มขาดแคลนบุคลากรอีกครั้งหนึ่ง เพราะเราไม่มีพี่ประจิมและพินิจซึ่งต่างก็ลาออก เพื่อไปปฎิบัติภาระกิจจำเป็นส่วนตัวกันแล้ว และพี่บุญเลิศก็ลาเพราะมีปัญหาสุขภาพ ในช่วงเช้านั้นเรามีหลอดเลือดส่งเข้ามาไม่ขาดสาย ถึงตอนพักเที่ยงเราก็รับสิ่งส่งตรวจไปแล้ว 900 กว่ารายหย่อนพันไปนิดเดียว ทำให้ผู้มารับเวรช่วงเที่ยงทั้ง 2 คนคือพี่นุชรัตน์และ"นายดำ"ของเรา ต้องรับภาระหนักมาก งานที่จัดการไปแล้วและรอออกผลก็มาก หลอดเลือดที่ปั่นเสร็จเตรียมส่งเข้าเครื่องตรวจก็เยอะ งานใหม่ที่เข้ามาไม่หยุดก็เลยมีอันต้องกองรอการจัดการอยู่
ช่วงบ่ายเราก็ได้รับการโทรศัพท์ตามผลของแล็บด่วน ซึ่งผู้ตามต้องการคุยกับหัวหน้าแล็บ เพราะข้องใจว่าทำไมแล็บด่วนจึงได้รับการอ่านบาร์โค้ดจากห้องแล็บช้ามาก หลังจากเวลาที่สั่งตรวจเป็นชั่วโมง จากการสืบสวนหาสาเหตุเราก็พบว่า นอกจากสาเหตุข้างบนที่เล่ามาแล้ว เจ้าแล็บด่วนที่ส่งเข้ามาแล้วโดนกองรอไว้นั้นไม่มีสติ๊กเกอร์สีแดงติดให้เห็น (ตามที่เราตกลงกันไว้) เพราะหากสิ่งส่งตรวจเข้ามามากมายแล้วไม่มีเครื่องหมายใดๆให้เราเห็นว่าด่วน เราก็จะแยกไม่ได้เลย การที่จะให้มาอ่านบาร์โค้ดทุกรายเพื่อจะได้นำแล็บด่วนไปทำก่อนก็ทำไม่ได้แน่ เพราะงานก่อนหน้านั้นก็ยังไม่เสร็จ รอให้จัดการอยู่อีกมาก
เราได้เห็นว่าคนทำงานก็รู้สึกว่า ทำดีที่สุดแล้ว จะให้เร็วกว่านี้ ด่วนกว่านี้ก็ไม่ไหวแล้ว คนตาม (ผู้รับบริการ) ก็ต้องการให้ได้ตามระบบที่ควรจะเป็น เรามีปัญหากับเรื่องแบบนี้มาบ้างเป็นครั้งคราว มีการปรับระบบ หาวิธีการเพื่อให้ดีกว่าที่ทำอยู่เสมอ เวลาพูดคุยเราก็จะรู้ได้ว่า หากเราเป็นคนทำงานจริงๆไม่ใช่เพียงผู้ดูแลระบบ เราก็จะเข้าใจสถานการณ์จริง รู้ข้อจำกัด เข้าใจความรู้สึกของคนทำงานจริงๆ ทุกเรื่องมีข้อยกเว้น มี
เหตุเฉพาะหน้า มีสถานการณ์เฉพาะตัว การสื่อสารจึงต้องเป็นไปอย่างเข้าใจ จึงจะทำให้ไม่เกิดความท้อแท้ ขาดขวัญและกำลังใจ
นานๆทีเราจึงจะโดนต่อว่าในเรื่องช้ากันสักที เพราะเวลาที่เราใช้ในการออกผลที่เราติดตามดูมาตลอดนั้น ถือว่าดีมากๆแล้ว เพราะเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เราสามารถออกผลแล็บปกติได้ภายในเวลา 2 ชั่วโมงที่ตั้งไว้สำหรับแล็บปกติ โดยเวลาส่วนใหญ่ที่ใช้สำหรับแต่ละราย (Mode) นั้นน้อยกว่า 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ นั่นคือส่งธรรมดาไม่ต้องด่วน ปกติก็จะเหมือนสั่งด่วนอยู่แล้ว แต่รายที่สั่งด่วนซึ่งเราประกันเวลาไว้ว่าจะออกผลได้ภายใน 1 ชั่วโมงนั้น เรายังทำได้ไม่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะแล็บที่ขอด่วนมีปริมาณมากขึ้นๆและมักเป็นผลแล็บที่ผิดปกติที่ต้องทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ผลถูกต้องแน่นอน ซึ่งมักกินเวลามากกว่าปกติอยู่แล้ว แถมยังมีการขอแล็บด่วนในการทดสอบที่เราทำด่วนให้ไม่ได้ ไม่อยู่ในข้อตกลงก้ไม่น้อย เรียกว่าแล็บด่วน ยังมีหนทางให้เราต้องสื่อสารเพื่อการพัฒนาให้ดีกว่านี้อีกหลายเรื่องทีเดียว และต้องไม่ลืมที่จะต้องให้ความเข้าใจทั้งคนทำงานและผู้รับบริการ ต้องเข้าใจทั้งระบบและคนอย่างแท้จริงจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างที่จะก่อให้เกิดความสบายใจกับทุกๆฝ่าย
บันทึกไว้ในวันไม่ธรรมดาอีกวันหนึ่งค่ะ
สู้ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้พี่ๆ ชาวเคมีคลีนิคค่ะ เปิดเพลงเบาๆ ช่วงทำงาน ลดความเครียดได้นะค่ะ
ปล. ป้าโอ๋ cheesecake หอมๆ แวะมาเอาด้วยนะจ้ะ