ผมขอย้ำประเด็นการมีข้อบังคับว่าด้วยการจัดการความขัดแย้ง และการบันทึกเรื่องราวหรือข้อมูลการดำเนินการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างไม่เป็นทางการไว้ด้วย สำหรับไว้ใช้ในกรณีที่จะต้องเดินสู่มาตรการอย่างเป็นทางการ
การทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะหน้าที่นายกสภาฯ ทำให้เกิดการเรียนรู้หลากหลายด้าน ด้านหนึ่งคือการจัดการความขัดแย้ง เพราะเป็นธรรมดาที่ทุกส่วนงานย่อมมีความขัดแย้งอยู่เสมอ แต่มักพอจะตกลงกันเป็นการภายในได้ เรื่องไม่อื้อฉาวออกไปภายนอก ไม่ต้องการกลไกภายนอกส่วนงานเข้ามาช่วย
นานๆ ครั้ง ก็จะเกิดความขัดแย้งใหญ่ ที่กลไกภายในส่วนงานไม่สามารถแก้ได้ เรื่องก็จะลุกลามมาให้ฝ่ายบริหารระดับสูงสุด และให้กลไกกำกับดูแล คือสภามหาวิทยาลัย ดำเนินการตามหน้าที่
การดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งแบบไทยๆ มักเน้นการพูดคุยกัน ไม่ได้จดบันทึก ซึ่งเมื่อถึงคราวที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายหรือข้อบังคับ ก็ไม่มีหลักฐานสำหรับใช้ดำเนินการ
ที่ร้ายกว่านั้น บางมหาวิทยาลัยไม่ได้ออกข้อบังคับ กำหนดวิธีดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริง และวิธีดำเนินการสอบสวน เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง
ทุกมหาวิทยาลัย จะต้องมีคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ โดยมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งเป็นประธาน ดังนั้น เมื่อเรื่องราวความขัดแย้งลุกลาม อธิการบดีเห็นว่าปรองดองกันไม่ได้แล้ว ก็จะส่งเรื่องให้นายกสภาฯ เพื่อขอให้ส่งให้คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ดำเนินการตัดสิน โดยไม่ได้เสนอไปว่าฝ่ายบริหารได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปอย่างไรแล้วบ้าง
หากเป็นเช่นนี้ คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ก็ต้องถามกลับไปยังอธิการบดี ให้ระบุว่าอธิการบดีหรือกลไกการบริหารมหาวิทยาลัยระดับสูงสุด ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้ผลอย่างไร
ซึ่งตามปกติ ฝ่ายบริหารต้องตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าข้อขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร คือไม่ใช่เพียงแค่หาคนผิด แต่จะต้องหาสาเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีความซับซ้อนมาก และมักจะเกิดจากความเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อนไม่ตรงกัน หรือให้น้ำหนักต่างกัน ซึ่งมักจะเกิดจากความย่อหย่อนด้านการสื่อสาร หากจะไม่ใช่เกิดจากการทุจริตอย่างชัดแจ้ง
ผมขอย้ำประเด็นการมีข้อบังคับว่าด้วยการจัดการความขัดแย้ง และการบันทึกเรื่องราวหรือข้อมูลการดำเนินการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างไม่เป็นทางการไว้ด้วย สำหรับไว้ใช้ในกรณีที่จะต้องเดินสู่มาตรการอย่างเป็นทางการ
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ย. ๕๓
เรียน อาจารย์ที่เคารพ ขอสมัครเป็นลูกศิษย์นะคะ เห็นด้วยว่าการจัดการความขัดแย้งในองค์กร ต้องสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการขัดแย้ง ผู้สอบสวนต้องใช้เหตุผล ใตร่ตรอง บนพื้นฐานข้อมูลความเป็นจริง ไม่ควรใช้ความรู้สึก ความเป็นพรรคพวก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความขัดแย้งแล้ว ยังเป็นการขับไล่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชิดมุม ทำให้เขากลายเป็นคนชายขอบโดยไม่รู้ตัว อีกประการหนึ่งอาจทำให้คนที่ตั้งใจดี หมดกำลังใจในการยืนหยัดในพื้นที่แห่งความดี แล้วประเทศชาติจะพึ่งใคร
Did you know that most of serious conflict was originated from rector and upmost parliament committee.
regards,
zxc555
BTW: The same happen to Thailand.
Serious conflict originated from only big 2-3 persons in Thailand.
regards,
zxc555