กิจกรรมนี้ทำให้นักศึกษา เงียบจนได้ยินเสียงภายในของตน และถ่ายทอดออกมาไว้ในพื้นที่ที่ฉันได้จัดให้เขาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ขอบคุณในความซื่อสัตย์ต่อตนเอง กล้าหาญ จริงใจต่อเพื่อนๆ และที่สำคัญมากๆ คือความกตัญญูต่อพ่อแม่ ซึ่งอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ และความเงียบทำให้เขาเห็นมันชัดขึ้น

การเป็นผู้นำกลุ่มครูกล้าสอนสร้างความผลิบานในจิตใจของฉันไม่ใช่น้อย  เราหมายถึงกลุ่มคนที่มารวมตัวกัน แล้วเรียกตัวเองว่าครูกล้าสอน มีกิจกรรมร่วมกันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ มาเล่าสู่กันฟังถึงการสอนในชั้นเรียนของตน เราผลัดกันดูแลกันและกัน มาหล่อเลี้ยงจิตใจให้กันและกัน และมาเพิ่มพูนทักษะการฟัง การสื่อสารที่ไม่ทำร้ายกัน กลุ่มเราคุยกันว่า ใครมีโอกาสนำความรู้ไปใช้สอนก่อน ให้เริ่มก่อน ไม่ขีดกั้นว่าต้องทำพร้อมๆ กัน หรือทำเหมือนๆ กัน เพราะความอุดม พร้อมที่จะผลิของแต่ละคนในกลุ่มไม่เหมือนกัน อย่างฉันเป็นต้น ช่วงเวลานี้การสอนภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษาปริญญาโท ผ่านพ้นไปแล้ว คงเหลือเพียงการสอนภาคทฤษฎีให้แก่นักศึกษาพยาบาลชั้นปีสองเพียง ๒ ชั่วโมงเท่านั้น แต่หัวข้อการสอนที่ฉันรับผิดชอบนั้น เอื้อเหลือเกิน ที่จะสอนให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านใน ฉันจึงจับหัวเรื่องนี้เป็นห้องทดลอง ฉันจะสอนเรื่องการดูแลผู้ป่วยวาระสุดท้าย

แรงจากภายใน  บันดาลให้ใจฉันอยากสอนมากๆ โชคดีเหลือเกิน ที่ฉันกำลังริเริ่มระบบการสอนออนไลน์ให้แก่หลักสูตร จึงตัดสินใจที่จะใช้เวลา  ๒ ชั่วโมงในชั้นเรียนทำกิจกรรมให้มากที่สุดเพื่อให้นักศึกษาเติบโตด้านใน ส่วนเนื้อหาสาระ ฉันจะทยอยถักทอด้วยวิธีการสอนทางออนไลน์ ดังนั้นกิจกรรมแรกที่จัดให้แก่นักศึกษา ๑๗๘ ชีวิต คือการให้เข้าไปศึกษาหาความรุ้จากวิดีทัศน์การสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยวาระสุดท้ายที่ฉันพบบนโลกไซเบอร์ จากนั้นจึงให้นักศึกษาเข้ามาคุยในกระดานข่าว ว่าเขา เธอเหล่านั้นเรียนรู้อะไรบ้าง รู้สึกอย่างไรต่อการพยาบาลผู้ป่วยวาระสุดท้าย  กิจกรรมที่สอง คือการให้เวลาอยู่กับตัวเอง...นิ่งๆ แล้วจินตนาการว่าหากอีก ๓ วันจะสิ้นลมหายใจ เขาหรือเธอเหล่านั้น จะทำอะไรบ้าง  ให้เล่าออกมาเป็นบันทึกส่งขึ้นกระดานข่าว

ฉันรู้สึกยินดีมาก นักศึกษาส่งบันทึกครบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีบางสิ่งกำลังส่งสัญญาณให้ฉันว่านี่คือสภาพแวดล้อมที่อุดม นักศึกษาของฉันพร้อมจะผลิบาน ฉันอ่านทุกบันทึกของเขา และพบว่าความต้องการพื้นฐานของพวกเขาคือการจากไปอย่างสงบท่ามกลางความรักของพ่อแม่ คนที่รัก และได้ปลดเปลื้องสิ่งที่ค้างคาใจออกหมดสิ้น บางคนอยากจะขอบคุณ บางคนอยากจะขอโทษ ขอขมา หรือ ทำดีชดเชยที่เคยทำไม่ดี กับผู้ที่เขาผูกพัน ส่วนใหญ่หมายถึงพ่อแม่ มีหลายคนบันทึกว่า วันที่หนึ่งเขาอยากจะตามใจตนเอง ทำตามฝันของตน เช่น การกินที่สุดๆ การแต่งตัว การไปเที่ยว อย่างที่เขาเคยฝันจะทำ เขาขอให้ได้ทำสิ่งเหล่านั้น รวมถึงการแอบชอบใคร เขาก็จะขอไปบอกคนๆนั้นถึงความในใจ สำหรับวันที่สอง เริ่มที่จะเตรียมตนเอง ให้เกิดความสงบ หลายคนกล่าวถึงการทำบุญ ไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ บางคนเริ่มอยากอยู่กับครอบครัว หรือคนที่รัก อยากจะเป็นผู้ให้ ทำอาหารดีๆ อร่อยๆ ให้พ่อกับแม่รับประทาน พาพ่อแม่ไปเที่ยว และบอกลาพ่อแม่ สำหรับวันสุดท้าย ทุกคนอยากอยู่อย่างสงบที่บ้าน นอนหนุนตักแม่ อยากให้แม่ลูบศีรษะและหลับไปอย่างไม่ทุกข์ทรมาน บางคนจะนอนสวดมนต์ภาวนาให้ใจสงบ นึกถึงแต่สิ่งดีงาม

บางคนมีความซื่อสัตย์ และ กล้าเปิดเผยความลับที่ซุกซ่อนในใจมานาน เช่น ...สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากทำมากที่สุดคือ การบอกรักท่าน เพราะตั้งแต่เด็กจนโต ข้าพเจ้ายังไม่เคยบอกรักพ่อแม่เลย ก่อนที่ข้าพเจ้าจะจากไป จึงอยากจะบอกรักท่าน ให้ท่านได้ฟัง...อีกคนหนึ่งบันทึกว่า ..หนูอยากจะกราบเท้าพ่อกับแม่อีกสักครั้งก่อนตาย แล้วพูดในสิ่งที่หนูต้องการ อยากให้พ่อกับแม่รับรู้ถึงความรู้สึกของหนู บอกรักท่านเพราะปกติหนูจะเป็นคนขี้อาย ไม่เคยแม้แต่จะบอกรักท่าน กอดท่านสักครั้ง ...นักศึกษาอีกคนหนึ่งเขียนว่า วันที่สาม จะกราบแม่ และขอโทษที่เคยเป็นเด็กไม่ดี ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ เถียงแม่ตลอด แล้วก็อยากบอกแม่ว่าดิฉันรักแม่มากจริงๆ และก็เป็นห่วงสุขภาพของท่านมากด้วย......อีกคนหนึ่งสารภาพว่า...อยากจะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จะนอนหนุนตักพ่อ ให้พ่อลูบหัวเบาๆ จะปอกผลไม้ให้แม่กิน จะร้องเพลงให้น้องฟัง จะบอกรักพ่อดังๆ สัก ๑๐๐ ครั้ง จะบอกรักแม่ดังๆอีก ๑๐๐ ครั้ง จะกราบเท้า และล้างเท้าให้พ่อกับแม่ พร้อมกับขอโทษ ขออโหสิกรรม ในอดีตที่ผ่านมาทุกเรื่อง ทุกการกระทำ ที่เคยทำให้พ่อแม่ต้องเสียใจ เป็นห่วง ร้องไห้ ขอโทษที่ทำตัวไม่เป็นลูกที่ดี เอาแต่ใจตนเองมากเกินไป และอยากจะบอกขอบคุณที่พ่อกับแม่อยู่เคียงข้าง เป็นที่พึ่งให้แก่ข้าพเจ้ามาตลอด คอยให้คำปรึกษา คอยแนะนำสิ่งดีๆ คอยปลอบใจเวลาเสียใจ ร้องไห้แม้เวลาที่เราทำผิด เอาแต่ใจตัว ทำอะไรไม่รู้จักคิด แต่ท่านก็ยังให้อภัยทุกเรื่อง ไม่เคยโกรธ...ฉันชื่นชมนักศึกษาคนนี้มาก เธอไว้วางใจฉันและเพื่อนๆ ของเธอ กล้าเล่าเรื่องของครอบครัว ซึ่งแสดงถึงการเติบโตด้านในมากๆ...สิ่งที่ฉันต้องการทำที่สุดหากชีวิตนี้เหลือเวลาอีกแค่๓วัน คือ การทำให้พ่อแม่กลับมาคืนดีกัน อยู่ด้วยกัน เป็นที่พึ่งซึ่งกันและกัน เหมือนภาพที่ฉันเคยเห็นเมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมา ...ภาพที่ทั้งสองทะเลาะกันเพราะเรื่องเดิมๆ เกิดขึ้นเป็นประจำจนฉันเคยชิน คุ้นเคย ถือเป็นสีสันของชีวิตคู่ ที่เชื่อว่าย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว และฉันก็เต็มใจ พร้อมจะอยู่กับมัน ดีกว่าที่จะอยู่โดยขาดเสียงของคนหนึ่งคนใดไป...

นักศึกษาของฉัน สะท้อนความรู้สึกว่ากิจกรรมการใคร่ครวญว่าจะทำอะไร หากเหลือเวลาอีกเพียงสามวันจะสิ้นลมปราณ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า นักศึกษาคนหนึ่งบอกว่าทำให้เขาเข้าใจความไม่เที่ยงของชีวิต และรู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรน่ายึดถือ เพราะไม่มีสิ่งใดมีอยู่จริงแม้แต่ตัวเขาเอง มีบางคนขอบคุณที่ฉันทำให้เขาได้ใคร่ครวญ และเห็นคุณค่าของชีวิตและไหวตัวว่าต้องลุกขึ้นมาปรับปรุงตนเอง บางคนบอกมาว่าตลอดเวลาที่พิมพ์บันทึกน้ำตาก็ไหลพรากไปด้วย  ฉันเดาว่า เป็นน้ำตาแห่งความกตัญญู กิจกรรมนี้ทำให้นักศึกษา เงียบจนได้ยินเสียงภายในของตน และถ่ายทอดออกมาไว้ในพื้นที่ที่ฉันได้จัดให้เขาแบ่งปันซึ่งกันและกัน ขอบคุณในความซื่อสัตย์ต่อตนเอง กล้าหาญ จริงใจต่อเพื่อนๆ และที่สำคัญมากๆ คือความกตัญญูต่อพ่อแม่ ซึ่งอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ และความเงียบทำให้เขาเห็นมันชัดขึ้น

ฉันอยากจะบอกขอบคุณลูกศิษย์ของฉันว่า เขาคือกำลังใจของครูที่เรียกตัวเองว่าครูกล้าสอน เขาทำให้ชีวิตการสอนของฉันเปลี่ยนไป การสอนด้วยหัวใจทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น จริงๆ