เคยเขียนไว้ นานมาแล้ว.......
เป็นเพียงดอกหญ้าดอกหนึ่ง ไร้ซึ่งผู้คนเอาใจใส่
ยืนล้อลู่ลมแกว่งไกว ชูก้านไสวในสิทธิตน
ชีวิตเรียบง่ายสุขล้ำ ถูกเหยียบถูกย่ำไม่สน
แม้เจ็บแสนเจ็บยังทน ทนงตนเพียงหยัดอยู่คู่พื้นดิน
ฉันหลงใหลในเสน่ห์ของดอกหญ้ามานาน ชอบในความสวยงามเรียบง่าย ความพิเศษที่คนน้อยคนชื่นชม ด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือ ฉันจึงเคยฝันว่าอยากทำงานในแวดวงหนังสือและจะใช้นามปากกาว่า "ดอกหญ้า" และแล้ว...มันก็เป็นเพียงความฝันจริงๆ...........
ชีวิตผันไปตามวันเวลาโดยฉันไม่เคยได้ใส่ใจกับมันเท่าไหร่ เรียนจบ เรียนต่อ เรียนจบ เรียนต่อ เรียนจบ แล้วก็ทำงาน เช้าออกไปทำงานตกเย็นหรือไม่ก็ตกดึกจึงกลับบ้าน รุ่งเช้าออกไปทำงานต่อ วนเวียนอยู่เช่นนี้ เผลอแผล็บเดียวเกือบครึ่งชีวิต (ตามสถิติอายุเฉลียของคนที่นี่) ผ่านไปเพียงพริบตาเดียว
ฉันใจหายเมื่อคิดถึงตรงนี้......
ฉันถามตัวเอง อีกครึ่งชีวิตทีเหลือ (หากโชคดีฉันตกอยู่ในกลุ่มสถิติที่ว่านั้น) ฉันจะใช้มันอย่างไร
ใครคนหนึ่งบอกฉันว่า ลองคิดดูว่าหากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรา หากรู้ว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป วันนี้เราจะทำอะไร...
ฉันอึ้ง... เพราะไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน ฉันเคยสังเกตเห็นความแตกต่างในความคิดของคนต่างวัยในบ้าน คนสูงอายุมักคิดถึงความหลังที่ผ่านมาบ้างก็เนิ่นนานตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด บ้างก็เป็นสิ่งที่ฉันแทบลบเลือนออกไปจากหน่วยความจำน้อยๆของฉันแล้ว ส่วนเด็กๆ(รวมทั้งฉันด้วย) จะชอบคุยถึงเรื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ฉันจะเดินทางไปที่นั่นที่นี่เพื่อให้รางวัลตัวเองตอนที่เรียนจบ, ฉันจะไปทำงานที่นั่น, ฉันจะแต่งบ้านอย่างนี้, ชีวิตฉันจะเป็นอย่างน้ัน...
แต่อยู่ๆจะให้คุยถึงวันสุดท้ายของชีวิต เราไม่เคยคุยถึงมัน..
ฉันนึกถึงคำพูดของแม่ชีท่านหนึ่งซึ่งพูดให้ฟังในงานสัมมนางานหนึ่งที่เคยไปร่วมว่า จากการสำรวจคนทีป่วยหนักในระยะสุดท้ายของชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ว่าในบั้นปลายของชีวิตนั้นเขาเสียดายในเรื่องใดบ้าง
ผลสรุปจากการสำรวจแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ค้างคาทั้งทางด้านจิตใจ วาจา และการกระทำ
1. ไม่ได้ให้อภัย.....
2. ไม่ได้บอกคนที่เรารักว่า รักนะ.....และ
3. ไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เช่น ลาหยุดงานพาลูกๆไปเทียว, เดินทางไปในที่ต่างๆที่อยากไป, ทำบุญทำทานให้มาก.....ไม่ได้ตามล่าความฝันของตัวเอง...
หากไม่มีวันพรุ่งนี้????
1. ฉันโชคดีที่วันนี้ฉันไม่มีใครที่ฉันจะต้องให้อภัย..(แต่คงมีคนที่ฉันจะต้องขออภัยจากเขาอีกโขอยู่)
2. ฉันโทรศัพท์ทางไกลกลับบ้านคุยกับคุณยายเป็นนานสองนาน ฟังท่านพูดถึงเรื่องความหลังอย่างตั้งใจและไม่รู้สึกเบื่อที่จะฟัง... ฉันบอกเขาว่า...รักมาก...
3. แม้ฉันจะไม่ได้เป็นดอกหญ้าอย่างที่เคยหวังเอาไว้ในวัยเด็ก ฉันแต่ฉันก็รู้สึกดีที่ยังมีโอกาสได้แบ่งปันความรู้สึกดีดีที่มี...
ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณมีส่วนช่วยให้ฝันเล็กๆของฉันเป็นจริงแล้ว..








ฝากภาพให้บ้างค่ะ
ถ้าฉันเหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งวัน
อืม ฉันจะ นั่งสมาธิทั้งวัน สำหรับวาบความคิดแรกเลยนะคะ
ขอโมทนา
กับดอกไม้ที่นำมาฝาก หากจิตใจได้อยู่กับธรรมชาติ แม้ในวันสุดท้าย น่าจะมีส่วนให้ใจสดชื่นขึ้นมาไม่น้อย
ท้ายสุดเราก็กลับคืนสู่ธรรมชาติ
คุณภูสุภา
ขอบคุณสำหรับภาพงามๆค่ะ
ฉันกำลังเป็นมือใหม่หัดขับ เพิ่งจะมาจับกล้องมาไม่กี่สัปดาห์นี่เอง แต่กำลังมีความสุขกับมันค่ะ
กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
เมื่อก่อนก็ไม่ได้ใส่ใจกับความงามตามธรรมชาติมากสักเท่าไหรค่ะ มองผ่านๆไป พักหลังพอเริ่มหัดถ่ายรูปก็เริ่มพิจารณา มองหาสิ่งสวยๆ งามๆ มาเป็นนายแบบ นางแบบ แปลกดีค่ะ ยิ่งมองหาก็ยิ่งมองเห็น สุขใจค่ะ