เซ้ง
สมเกียรติ พุทธิจรุงวงศ์

พลังของการคิดบวก Attitude +++


พลังของการคิดบวก ... คำๆ นี้หลายคนคงได้ยินกันบ่อย บางทีก็ได้ยินจนเอียนกันไปเลย แต่ก็ไม่เคยได้เฉียดเข้าไปสัมผัสสักทีว่า เพราะเหตุใด ใครๆ ก็พากันพูดถึงสิ่งๆ นี้กันมากมาย เหมือนประหนึ่งเป็นเครื่องมือวิเศษที่พาเราไปสู่ความสำเร็จได้โดยพลัน โดยเฉพาะในด้านของโลกทางธุรกิจที่พลังของการคิดบวกไปสร้างให้เกิดลูกคลื่นแห่งการสร้างสรรค์อย่างมากมาย มิพักที่มันจะถูกเชื่อมโยงสู่มุมมองการมองโลก และการมองชีวิตในด้านอื่นๆ ด้วย
 

 



ประจวบเหมาะพอดี ที่ทำงานได้จัดการอบรมเรื่องการคิดบวก (Attitude Plus / A +) ให้แก่พนักงานในฝ่ายเป็นเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในท่ามกลางความเป็นกันเองของเพื่อนฝูงและพี่น้อง มีเครื่องดื่ม ขนม และห้องอบรมเย็นๆ ช่วยสร้างบรรยากาศและปรับอุณหภูมิของการอบรมให้อบอุ่นกำลังดี (^_^
)


หลากหลายประสบการณ์การคิดบวกจากบุคคลระดับท็อปหลายท่านของประเทศที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในวันนั้นเรียกได้ว่าได้เติมพลังและจุดประกายไฟฝันของคนหนุ่มสาวได้เป็นอย่างดี ขอไม่กล่าวถึงว่าใครเป็นใครท่านใดกันบ้าง แต่จะขอกล่าวถึง ผลึกความคิดและประสบการณ์อันล้ำค่า ที่ท่านเหล่านั้นนำมาแบ่งปันกัน ...

  

 

  • การมีทัศนคติบวกทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น และจะนำพาไปสู่เนื้องานที่มากขึ้นได้

  • ทัศนคติที่ดีจะทำให้เราเห็น "งาน" เป็นความท้าทายและความสนุกสนาน ด้วยความเชื่อมั่นว่า "เราทำได้" ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน

  • บางครั้งเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น

  • ในด้านทัศนคติเชิงบวกต่อตนเอง เราต้องมีความมั่นใจในตนเองก่อน หากเราไม่เชื่อมั่นในตนเองก็ย่อมไม่มีใครเชื่อมั่นเราแน่

  • ระลึกไว้ว่า ผู้ประสบความสำเร็จทุกคนมีทั้งด้านที่ล้มเหลวและสำเร็จ

  • บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักเป็นคนเก่ง แต่ความเก่งไม่เพียงพอ สิ่งที่เป็นหลักค้ำคือความคิดบวกว่า "เราจะทำของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรค่อยมาดูกัน"

  • มองความล้มเหลวเป็นกำไร คือกำไรความรู้และประสบการณ์

  • เก็บความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เป็นความภูมิใจรายทาง จะทำให้เส้นทางการเดินทางของเราน่าสนใจยิ่งขึ้น

  • ทัศนคติบวกทำให้เราไม่ท้อถอย กระตือรือร้นที่จะทำหน้าที่ เอาการเอางาน รวดเร็ว และชอบช่วยเหลือให้เพื่อนร่วมทางประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

  • บางครั้งเราก็ต้องก้าวออกมามุมสบาย (Comfort Zone) เพื่อพบกับความท้าทายใหม่ๆ เพื่อการเรียนรู้และเติบโตยิ่งขึ้น

  • ลองหา "มุขใหม่ๆ" ให้กับเรื่องเดิมๆ

  • ต้องลงมือทำและฝึกฝนด้วยใจสู้ ความเพียรจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ

  • ความเปลี่ยนแปลงคือโอกาส (Change is chance.)  

  • รู้จักมองหาโอกาสให้ตัวเอง

  • ดึงศักยภาพ "ความเป็นตัวเรา" มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

  • ทดลองเรียนรู้ในสิ่งใหม่ที่ไม่เคยถนัดหรือเคยทำมาแล้วแต่ทำได้ไม่ดี ไม่แน่ว่าความพยายามครั้งใหม่ เราอาจเป็นผู้กำชัยชนะ

  • การทำงานเป็นขั้นเป็นตอนเป็นอาวุธที่ช่วยให้เราเอาชนะอุปสรรคได้ง่ายขึ้น

  • สำหรับผู้บริหาร เราต้องเชื่อมั่นและไว้ใจในทีม ผลักดันคนรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังของทีม

  • การปลุกปลอบทีมเมื่อเผชิญความท้าทายว่า "ต้องทำเลย ทำเดี๋ยวนี้" ที่สำคัญมากคือ "ทำด้วยกัน"

  • การแบ่งปันบทเรียนความสำเร็จและล้มเหลวรายทางร่วมกันทำให้ทีมเติบโตและอบอุ่นขึ้น

 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพลังแห่งการคิดบวกที่หยิบยกมาแบ่งปันพอสังเขป เชื่อว่าคนที่อ่านไปยิ้มไปก็คงจะรู้สึกตัวเองดีแล้วว่า เริ่มจะได้สัมผัสถึงพลังของการคิดบวกไปบ้างแล้ว ก็ขอให้ลองนำไปปฏิบัติจริงด้วย ได้ผลอย่างไรเรียนเชิญมาแบ่งปันกันครับ (^_^)(^_^)

คำสำคัญ (Tags): #scb
หมายเลขบันทึก: 401549เขียนเมื่อ 8 ตุลาคม 2010 10:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 มิถุนายน 2012 09:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

                      

 

คนคิดเชิง+++ คือคนที่เปิดใจ เพื่อให้เกิด การ flow ของ in-out & out-in ด้วย spitrit ของ :

   * การเห็นคุณค่าในตนเอง + ของผู้อื่น

   * ลดอัตตาการถือตัวตนว่าไม่มีใครดีกว่าเรา

   * ไม่ยึดผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง

   * ชื่นชมสิ่งดีๆรอบตัวเอง

   * เชื่อในการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน

   * รู้จัก "พอ"

 

     ขอบใจ น้องเซ้ง ที่นำมาฝากด้วยตัวอักษรโตๆ ตามใจพี่ใหญ่..นี่คือตัวอย่างที่ดีของการคิดเชิง +++

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี