เมื่อวานวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ขณะที่กำลังสาระวนอยู่กับการแกะและเก็บห่อของขวัญ  เตรียมตัวจัดและทำความสะอาดบ้าน  และได้รับโทรศัพท์จากน้องเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร  ตามปกติเราคุยกันได้ทุกเรื่องและปรึกษาปัญหากันได้ทุกเรื่องเช่นกัน ไม่มียกเว้น  แต่ครั้งนี้ดูเหมือนเสียงของน้องเอกเนือย ๆ จึงถามด้วยความห่วงใย

        "ผมไปทานข้าวกับพี่คิมได้ไหมครับ" น้องเอกส่งเสียงมาตามสาย  อันที่จริงน้องเอกตั้งใจว่าจะไปร่วมงานเลี้ยงส่งที่คณะครูหรือเพื่อน ๆ จัดขึ้น  ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่มีโอกาสไปสักครั้งเลย

        "พี่คิมครับ งั้นผมจะรีบเก็บของใส่เป้ก่อนนะครับ  ผมต้องไปรถอะไร อย่างไรจึงจะสะดวก"  น้องเอกบอกเมื่อทราบว่าว่าฉันไม่มีธุระอะไรที่สำคัญ

        "พี่คิมครับผมขึ้นรถบริษัท...และรถกำลังออกแล้วครับ" น้องเอกบอกเพื่อนัดแนะเวลาที่รถจะแล่นถึงพิษณุโลก  ฉันได้บอกน้องเอกว่าเมื่อรถแล่นถึงหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวรแล้ว ให้โทรศัพท์บอกทันที่จะได้ออกไปรับทันเวลา

         จนกระทั่งเวลา ๑๔.๓๐ น. เสียงเรียกจากน้องเอกมาบอกว่า "พี่คิมครับ ตอนนี้ผมถึงนครสวรรค์แล้วครับ" ฉันจึงบอกน้องเอกว่าอีก ๒ ชั่วโมงจึงจะถึงพิษณุโลก และให้ลงปลายทางที่บริษัท  เพราะมีที่จอดรถสะดวก

         เมื่อฉันไม่มีธุระอะไรจึงออกไปรอรับน้องเอกที่บริษัท...รถมาถึงตามเวลาที่กำหนด จึงรับน้องเอกไป Check in เข้าที่พักที่โรงแรมท็อปแลนด์ก่อนอื่น  ตอนแรกน้องเอกบอกว่า "โรงแรมนี้ราคาแพง"  ฉันจึงให้กำลังใจน้องเอกว่า "เราไม่ได้พักทุกวันหรอกน้อง ซื้อความสะดวกสบายไว้ก่อนดีกว่า  อีกอย่างเรายังมีกำลังหาตังค์ได้ ไม่ถือว่าฟุ่มเฟือยหรอกนะ"

        อาหารมื้อเย็นที่ร้านแบล็คแคนยอน  เพราะสะดวกที่เราจะคุยกันอย่างเปิดอกเปิดใจไม่รู้กี่เรื่องกี่ราวที่พี่น้องวัยต่างกันถึง ๒๐ ปีก็ว่าได้  และเดินห้าง window shopping กันจนเกือบถึงเวลาห้างปิด 

       วันนี้ฉันต้องดูแลวัสดุก่อสร้างและฟังงานจากช่างที่มาตกแต่งห้องครัว  จนถึงเวลา ๑๐ โมง  ได้โทรศัพท์ไปหาน้องเอกทราบว่า "กำลังสมองแล่นกับงานที่รับผิดชอบ" และออกไปรับน้องเอก 

       ตอนแรกตั้งใจว่าจะพาไปสุโขทัย  แต่ดูเวลาแล้วไม่คุ้มกับการเดินทาง  จึงได้พาไปไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร หรือวัดใหญ่  ฉันได้ทำหน้าที่เจ้าของบ้านด้วยความเต็มใจ  เมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจน้องเอกก็เก็บด้วยการมองผ่านเลนส์

       ทานมื้อกลางวันที่ "ระเบียงไม้" อิ่มอร่อยและคุยกันสารพัดเรื่องมี(ไม่ไร้)สาระ  เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิด  ไม่ว่าเรื่องใดที่เราหยิบยกมาคุยกัน ผลสรุปทำให้ได้โจทย์ของการแก้ปัญหาเยาวชน และความเป็นคนดีของสังคม

       ตอนบ่ายได้โทรศัพท์นัดคิวพนักงานนวดแผนไทย  พาน้องเอกไปทดลองบรรยากาศร้านนวดแผนไทย  นวดตัวกันคนละ ๑ ชั่วโมง  นอกจากความประทับใจฝีมือและมารยาทของพนักงานนสดแล้ว  ที่นี่ได้พบเรื่องราวเกี่ยวกับ "การวางแผนทำเรื่องเลว ๆ ของคนชั่ว" ซึ่งฟังจากการพูดโทรศัพท์  ถ้าเรา ๒ คนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมายคงได้โจทย์ใหญ่เป็นการบ้าน

       อีกนานแค่ไหนคนเลว ๆ ที่จ้องทำลายทรัพยากรและธรรมชาติ  คนที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน คนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการเหล่านี้  เขาจะได้มีความรู้ความเข้าใจว่า "การรักและดูแลประเทศชาติหรือการเป็นพลเมืองดีนั้นต้องทำอย่างไร" อีกนานแค่ไหนเขาจะมีสำนึกว่า "การทำลายทรัพยากรของประเทศชาติมีโทษภัยทั้งทางตรงและทางอ้อม มีความผิดตามพระราชบัญญัติ" และอีกนานแค่ไหนกฏหมายจะคุ้มครองได้ทั่วถึง

       ออกจากร้านนวดแล้วแวะเข้าไปจับจ่ายซื้อผักและอาหารสำหรับเทศกาลนิยมด้วยความตั้งใจ  แล้วส่งน้องเอกขึ้นรถต่อไปพักผ่อนต่อยังแม่สอด  จังหวัดตาก ... แต่เราก็เก็บเรื่องที่เราได้ยินได้ฟังอย่างไม่ตั้งใจมาคุยกันต่ออีก  "ถึงแม้เราจะเป็นพลเมืองดีแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีสิทธิ์

       "เอกขเนกได้เหมือนกัน" กับการได้กิน เที่ยวและคุยกันเช่นนี้ และน้องเอกก็รู้สึกดี  แม้ว่าพลาดความตั้งใจในการร่วมกิจกรรมมุฑิตาจิตกับคณะครูในโรงเรียน  ขอขอบคุณในความมีน้ำใจ และการให้ข้อคิด การแนะนำในเรื่องที่ไม่ทราบ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่มีคุณค่า