ติดตามความเคลื่อนไหวคัดค้าน ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ  

เพื่อที่จะทำความเข้าใจอย่างจริงจัง ถึงเหตุผลในการคัดค้าน...

ผู้ออกมาเคลื่อนไหวคือแพทย์ผู้ใหญ่หลายท่านจากแพทยสภา

แทนที่จะกระจ่างมากขึ้นถึงเหตุผลแล้วรู้สึกเห็นใจและเห็นด้วย/คล้อยตามในการคัดค้าน กลับพบว่าไม่มีความรู้สึกน ั้นเพิ่มขึ้น แม้แต่น้อย รังแต่จะหดหายและความรู้สึกต่อแพทยสภาติดลบลงไปเรื่อย ๆ 

พบเห็นและมีข้อสังเกตุส่วนตัวดังนี้ 

(๑) แพทย์หลายท่านที่ออกมาเคลื่อนไหว สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าไม่ได้อ่าน พรบ.อย่างละเอียดถี่ถ้วน 

(๒) ในการคัดค้านได้พยายามหาเหตุผลสารพัด สารพัน หลายกรณีเข้าข่ายข้าง ๆ คู ๆ กล่าวหา พรบ. นี้ว่าจะทำลายระบบบริการสาธารณสุขโดยรวม อาทิ ความสัมพันธ์ดันดีระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพิ่มการฟ้องร้องแพทย์มากขึ้น  รุนแรงและหยาบคายถึงขนาดกล่าวหาว่า พรบ.นี้เปรียบเสมือนศาลเตี้ย ทั้งที่มีคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลและมีหลักฐานรองรับในบางกรณี (เช่น การจ่ายชดเชยของ สปสช.ตามมาตรา ๔๑) แต่ก็ไม่พยายามเปิดใจรับฟัง 

(๓) แบกรับความกังวลไว้เป็นความชอบธรรมในการคัดค้านร่าง พรบ. (เช่นที่มาของกองทุน ภาระงบประมาณของประเทศ ฯลฯ) 

(๔) รังเกียจ ชิงชัง กระทั่งหวาดกลัวกลุ่ม NGOs ที่ออกมาเคลื่อนไหวผลักดัน พรบ. ตั้งข้อกล่าวหารุนแรงว่าผลักดัน พรบ.เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทำนองว่าชงเองกินเอง 

(๕) ร่างกฏหมายนี้มีจุดเริ่มต้นมาหลายปีแล้ว มีกระบวนการร่างและรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แพทยสภาไปอยู่ที่ไหนมา จึงเพิ่งจะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน 

(๖) แพทย์บางคนออกมาแสดงความเห็นส่อแววว่าจะใช้วิธีการแบบอันธพาลในการตอบโต้หากมีการนำ พรบ. นี้เข้าพิจารณา

 

ผมรู้จักแม้ไม่ถึงกับคุ้นเคยกับแพทย์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีจิตใจงดงามอย่างยิ่ง ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นพ่อพระ แม่พระ ของชาวบ้านและผู้ป่วย ที่ผมยกมือไหว้อย่างสนิทใจ ชนิดที่ว่าสนิทใจกว่าการยกมือไหว้พระบางรูปเสียอีก


แต่ก็คาดไม่ถึงว่าจะมีแพทย์ที่มีลักษณะที่ตรงกันข้ามกับแพทย์ที่ผมเชิดชู  คาดไม่ถึงว่าจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่ในวงการแพทย์


ขออภัยมิตรสหายในวงการสาธารณสุขนะครับ
หากมีข้อความพาดพิงทำให้ขุ่นเคืองใจนะครับ


ยินดีแลกเปลี่ยนกับทุกท่านนะครับ