วันที่ ๓๑ ส.ค. ๕๓ เป็นวันเรียนรู้เรื่องวิทยาการเสพติดของผม    ได้ทำความรู้จัก นพ. ทรงเกียรติ ปิยะกะ (Song K Piyaka) ผู้ริเริ่มก่อตั้งหลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาการเสพติด (Master of Arts Program in Addiction Studies) ของมหาวิทยาลัยมหิดล    ซึ่งเวลานี้บริหารจัดการโดยสถาบันสุขภาพอาเซียน   โดยมีความร่วมมือกับภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  คณะสังคมศาสตร์  และอีกหลายหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยมหิดล    เป็นหลักสูตรด้านวิทยาการเสพติดแห่งเดียวในภูมิภาคนี้

          เรื่องวิชาการด้านเสพติดนี้ผมสนใจเป็นการส่วนตัว    สนใจในแง่การดำรงชีวิต    เพราะสังเกตจากประสบการณ์ชีวิตว่าคนเราทุกคนเสี่ยงต่อการเสพติดอยู่ตลอดเวลา    และคนจำนวนหนึ่งก็ทำมาหากินจากการเสพติดของคนอื่น เช่น ขายบุหรี่ สุรา  บ่อนการพนัน ซ่องโสเภณี      ช้อปปิ้ง   ทำให้ผมสงสัยว่าการเสพติดน่าจะเป็นธรรมชาติของมนุษย์    หรือพูดใหม่ว่าสมองและร่างกายของมนุษย์มีกลไกให้เกิดการเสพติด ซี่งให้โทษแก่คนบางคนอย่างรุนแรงในระดับทำลายอนาคตหรือทำลายชีวิต    แต่กลไกนี้น่าจะมีคุณอย่างล้นเหลือด้วย

          ผมมีความเชื่อว่าสิ่งใดที่มีโทษมหันต์ ก็จะมีคุณอนันต์แฝงอยู่ด้วย    และในทางตรงกันข้าม สิ่งที่มีคุณอนันต์ ก็จะมีโทษมหันต์แฝงอยู่ด้วย

          นอกจากได้ฟังการอภิปรายเรื่องวิทยาการก้าวหน้าด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาการเสพติดแล้ว   ผมยังได้รับแจกหนังสือมาตั้งหนึ่ง ทั้งหมดเขียนโดย นพ. ทรงเกียรติ ปิยะกะ ได้แก่

- คู่มือการป้องกันการติดยาเสพติดระบบจิราสา สำหรับประชาคมไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ และพิมพ์ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๔๗   The Jirasa Model of Addiction Prevention for Thai Communities : An Operational Manual


- สู่..ชีวิตไร้พิษสุรา คู่มือบำบัดผู้ดื่มผิดปกติื  พ.ศ. ๒๕๔๖


- เลี้ยงลูกให้พันภัยยาเสพติด (ตามแนวทางจิราสา)  พิมพ์ครั้งที่ ๒  สำนักพิมพ์มติชน  พ.ศ. ๒๕๔๗


- ยิ้มสู้ เรียนรู้ยาเสพติด  พิมพ์ครั้งที่ ๘  สำนักพิมพ์มติชน  พ.ศ. ๒๕๔๗


- เวชศาสตร์โรคติดยา คู่มือสำหรับบุคลากรทางการแพทย์  พิมพ์ครั้งที่ ๒  คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  พ.ศ. ๒๕๔๕   เล่มนี้เขียนร่วมกับ นพ. ชาญวิทย์ เงินศรีตระกูล และ รศ. พญ. สาวิตรี อัษณางค์กรชัย

          นอกจากนั้น ผมยังได้รับแจกสูจิบัตรพิธีเปิดหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการเสพติด โดย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  และชอบใจคำกล่าวของท่านว่า "ทั้งคอรัปชั่นและยาเสพติดเป็นภัยมหันต์ต่อชาติของเรา  แต่หากจะมองกันให้ซึ้งแล้วจะเห็นชัดเจนว่า ยาเสพติดมีพิษภัยกว่าคอรัปชั่นมาก   ยาเสพติดเป็นโทษต่อชาติบ้านเมืองร้ายแรงที่สุด   ยาเสพติดทำให้คนในชาติอ่อนแอ ด้อยคุณภาพ   ทำให้เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติเสียคน   และในที่สุดถ้าเราไม่สามารถหยุดยาเสพติด ชาติบ้านเมืองของเราก็ล่มสลายได้"

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ย. ๕๓