เครื่องบินของการบินไทยเที่ยวบินที่ ๔๗๕ ที่เราเดินทางถึงซิดนีย์ตรงเวลา คือ ๗.๓๐ น. ของวันที่ ๑๕ ก.ย. ๕๓ และเวลาประมาณ ๘.๔๕ น. เราก็รับรถเช่าจากบริษัท Thrifty ขับออกจากสนามบินมุ่งหน้าสู่บลูเม้าน์เท่น สถานที่ตากอากาศเลื่องชื่อของรัฐ New South Wales (NSW)

ตอนที่พิมพ์บันทึกนี้ผมอยู่ที่ Jemby – Rinjah Eco Lodge ที่เมือง Blackheath ซึ่งห่างจากเมือง Katoomba ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของบริเวณ Blue Mountains ประมาณ ๑๐ ก.ม. ตัวกระท่อมที่พักอยู่ในป่ายูคา อากาศเย็นยะเยือกประมาณต่ำกว่า ๑๐ องศาเซลเซียส ได้มาตากอากาศหนาวสมใจ แถมยังได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบของป่าออสเตรเลีย ซึ่งต่างจากป่าบ้านเราที่เป็นป่าในเขตร้อนชื้น แต่ของเขาเป็นป่าเมืองหนาว ลักษณะป่าแห้งๆ

ผมจองรถเช่าทาง อี-เมล์จากกรุงเทพ โดยจองรถขนาดโตโยต้า คัมรีหรือเทียบเท่า ได้รถมิตสุบิชิ แลนเซอร์ ซึ่งเล็กกว่านิดหน่อย แต่สภาพเป็นรถใหม่ (วิ่งมาแล้วประมาณ ๕ หมื่นกิโลเมตร) ขับสบาย เป็นครั้งแรกที่ผมขับรถในต่างประเทศหากไม่นับมาเลเซีย

ตอนกินอาหารบนเครื่องบินสาวน้อยไม่กินเนยแข็ง ผมแนะนำให้เก็บเอาไว้ เอาไปกินระหว่างทาง สาวน้อยบอกว่าอ่านจากหนังสือว่าเขาแนะนำว่าอย่าเก็บอาหารบนเครื่องลงมา จะเกิดปัญหาเวลาสุนัขมาดม เราจึงเป็นผู้เข้าเมืองออสเตรเลียที่ปฏิบัติตามกติกาเคร่งครัด มีผลให้เมื่อเขาตรวจกระเป๋า (ทุกใบ) ด้วยเอ๊กซเรย์ เจ้าหน้าบอกว่าของเราเรียบร้อยดีมาก แต่มีบางคนโดนค้นกระจุย

สาวน้อยเตรียมตัวอย่างดีเยี่ยม เตรียมค้น Google Map ว่าจะต้องขับรถจากสนามบินอย่างไร และ print แผนที่มาอย่างเรียบร้อย แต่ตอนติดต่อที่เคาน์เตอร์ Thrifty เจ้าหน้าที่เขามอบหนังสือแผนที่เล่มใหญ่ให้ พร้อมทั้งอธิบายเส้นทางขับรถมา บลูเมาน์เท่น อย่างดีมาก (ไม่ตรงกับของสาวน้อยทีเดียวนัก) จนเราไม่หลงทางเลย แต่แทนที่จะใช้เวลาเพียง ๑ ๑/๒ – ๒ ช.ม. ตามเขาบอก เราใช้เวลาเดินทางกว่า ๒ ชั่วโมง เพราะมีอุบัติเหตุ และมีการสร้างถนน ระหว่างทาง

ระหว่างเดินทางมา บลูเมาน์เท่น เราแวะครั้งแรกที่เมือง Glenbrook ที่ถนนสาย ๓๒ สาวๆ เขาไปซื้อน้ำและขนมขบเคี้ยวที่ร้าน Star ของปั๊มน้ำมัน Caltex เดินทางมาอีกหน่อยมีที่พักริมทาง เราแวะเข้าห้องน้ำ ที่พักนี้ไม่มีร้าน มีแต่สนามกว้างสำหรับปล่อยสุนัขให้วิ่งเล่น และให้คนเข้าห้องน้ำ

ในที่สุดเราก็ถึงเมือง Katoomba เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวของ บลูเมาน์เท่น เราขับตามป้าย ผ่านถนนใจกลางเมืองไปสู่ Echo Point นับว่าเราโชคดี ที่อากาศดีมาก แดดจ้า จึงได้เห็นวิวภูเขา หน้าผา และหิน The Three Sisters อันเลื่องชื่อ ชัดเจนมาก ที่เวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. ที่บริเวณนี้ลมพัดแรงจนหนาว แต่เดินตามถนนไม่รู้สึกหนาว

บริเวณ บลูเมาน์เท่นนี้ เพิ่งยกตัวขึ้นเป็นภูเขาเมื่อ ๙๐ ล้านปีมานี้เอง และต่อมาเมื่อแม่น้ำเซาะทำให้มีหน้าผาและหุบเขาที่สวยงาม

ระหว่างทางผมได้ถ่ายรูปดอกหญ้าและดอกไม้ที่เขาปลูก ได้รูปสวยๆ หลายรูป

ที่ Katoomba เราไปซื้อเสบียงไว้ทำอาหารกินที่ที่พัก และระหว่างเดินทาง เมื่อเข้าที่พัก Jemby – Rinjah เขาก็เอาชุดอาหารที่เขาเรียกว่า BBQ Set มาให้อีก ทำให้เรามีอาหารกินเหลือเฟือ อย่างตอนนี้ผมเพิ่งกินอาหารเย็นเสร็จ โดยสาวน้อยกับ “เลขา” อบเนื้อสเต๊กที่เขาจัดมาให้ในชุด BBQ ให้กิน พร้อมกับดื่มไวน์แดงแก้หนาว ในชุด BBQ มีไวน์ ๒ ขวด เราเลือกไวน์แดงและขาวอย่างละขวด ผมกำลังนั่งพิมพ์ที่ระเบียงกระท่อมท่ามกลางลมหนาวที่พัดจัดทีเดียว

พอเข้าที่พัก ทุกคนก็หนาว และเกิดอาการหมดแรง หลังกินอาหารเที่ยง และทำความรู้จักกับเตาผิงชนิด slow combustion ใช้ฟืนไม้สนเป็นเชื้อเพลิงทำความอบอุ่นให้แก่ห้องรับแขก ทุกคนพร้อมใจกันงีบ จนหลัง ๑๖ น. ผมจึงชวนอาสาสมัครไปเดินเล่นในป่า ได้สาวน้อยกับเลขาตามเคย ส่วนป้าอี๊ดขอหลบหนาวอยู่ในกระท่อม เราได้เดินกินความหนาวชมวิวป่าออสเตรเลีย จนไปออกถนนทางเข้าโรงแรม พบว่าบริเวณนี้มีโรงแรมหรือรีสอร์ทชนิดเป็นกระท่อม (cabin) ในป่าหลายแห่ง ผมได้ถ่ายรูปป่าและไม้ป่าอีกหลายรูป จนตอนขากลับ เมื่อเดินผ่านบริเวณย่าง BBQ และตอนเช้าเป็นที่ให้อาหารนก นกแก้วหลายตัวเห็นคนก็บินมา เขาคงคิดว่าจะมีคนมาให้อาหาร ผมจึงได้รูปนกสวยๆ หลายรูป

หลังอาหารเย็น ผมชวนเลขาออกไปเดินกินลมหนาว ท่ามกลางแสงจันทร์เสี้ยว และดาวพระศุกร์ โดยทาง Eco Lodge เขาติดไฟฟ้าตามทางเดินเป็นระยะๆ ตอนนั้นอุณหภูมิคงจะราวๆ ๕ – ๘ องศาเซลเซียส ผมสวมเสื้อ ๔ ชั้น และในที่สุดเราก็ยอมแพ้ความหนาวกลับมาผิงไฟในห้องรับแขก ตอนทุ่มเศษข้างนอกลมแรงมาก และมีลมกระโชกเป็นครั้งคราวตลอดคืน

ที่ห้องรับแขกเขาติดโปสเตอร์เรื่องต้นสนชนิดใหม่ที่เพิ่งค้นพบในปี 1994 ที่ บลูเมาน์เท่น ชื่อ Wollemi Pine (Wollemia nobilis) เป็นสนโบราณ เวลานี้มีต้นโตอยู่เพียง ๔๐ ต้น แต่ได้มีโครงการขยายพันธุ์แล้ว

ที่จริงในคู่มือการใช้ประโยชน์จากการมาพักที่ Jemby เขาแนะนำให้ออกไปเดินป่าตอนพลบค่ำ จะมีโอกาสพบสัตว์ป่าพื้นเมืองหลายชนิด

ไม่ถึง ๒ ทุ่ม (คือ ๑๗ น. เมืองไทย เพราะบริเวณนี้ของออสเตรเลียเวลาเร็วกว่าไทย ๓ ชั่วโมง) ผมก็เข้านอน

วิจารณ์ พานิช
๑๕ - ๑๖ ก.ย. ๕๓
Jemby – Rinjah Lodge

Three Sisters Rock ถ่ายที่ Echo Point

Two sisters ไปชม Three Sisters

บรรยากาศที่ Echo Point

จาก Echo Point มองเห็น Scenic World อยู่อีกฟากหนึ่งของหุบเขาลิบๆ

ดอกแม็กโนเลียที่บ้านริมทาง บริเวณ Echo Point

ดอก Acacia

ไม่ทราบชื่อ

Prince Henry Cliff Walk

ดอกหญ้าที่ปั้มน้ำมันเมือง Glen Spring

นี่ก็ดอกหญ้า พบทั่วไป