ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์ แนะนำบทความชื่อ Letting Go : What should medicine do when it can’t save your life? เขียนโดย Atul Gawande ลงใน The New Yorker ๒ ส.ค. ๕๓
เป็นบทความที่ดีมาก แต่ยาวหน่อย สะท้อนความอ่อนแอของการแพทย์สมัยใหม่ในการดูแลระยะสุดท้ายของชีวิต และยืนยันว่า ในเรื่องนี้สังคมไทยเราเก่งกว่าอเมริกัน หรือกล่าวใหม่ว่าตะวันออกเก่งกว่าตะวันตกในเรื่องการดูแลคนใกล้ตาย คือเราเข้าถึงความเป็นมนุษย์ได้ดีกว่า ในขณะที่วงการแพทย์อเมริกันงมงายอยู่กับเทคโนโลยีจนลืมมิติของความเป็นมนุษย์ ทำให้ชีวิตใกล้ตายแพงสุดขีด ในลักษณะ “คนใกล้ตายขายคนเป็น”
คนที่สนใจเรื่องนี้ นอกจากบทความนี้แล้ว ผมขอแนะนำให้อ่าน บันทึกชุดนิราศซิดนีย์ ของ อ. หมอ สกล สิงหะ และค้นหาบทความดีๆ อ่านจาก อินเทอร์เน็ต โดยค้นด้วยคำหลัก “การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย” เช่นบทความนี้
หนังสือ เผชิญความตายอย่างสงบ โดยพระไพศาล วิสาโล และถ้าสนใจจริงๆ อาจไปเข้ารับการอบรมระยะสั้นหลักสูตรเผชิญความตายอย่างสงบของเสมสิกขาลัย
คุณภาพชีวิตตอนใกล้ตายเป็นเรื่องของหลายฝ่าย ได้แก่ตนเอง (สั่งเสีย เขียนบอกความต้องการของตนเองไว้) ญาติมิตร และผู้ดูแลฝ่ายวิชาชีพ ที่ควรตกลงกันว่าความพอดีอยู่ตรงไหน อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีที่ไม่จำเป็นและค่าใช้จ่ายสูงเกินพอดีเข้าครอบงำ
ข้อดีของสังคมไทยคือ เวลานี้ทั้งวงการวิชาชีพด้านสุขภาพ วงการศาสนา และประชาสังคม เอาใจใส่ทำความเข้าใจเรื่องนี้ เพื่อสร้างแนวทางดูแลชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้การแพทย์สมัยใหม่ที่งมงายอยู่กับเทคโนโลยีเข้าครอบงำ
วิจารณ์ พานิช
๑๔ ก.ย. ๕๓
ขอบคุณค่ะ..เคยมีประสบการณ์ดูแลผู้เป็นที่รักใกล้ตายมาหลายครั้งแล้ว วิถีพุทธเป็นทางเดียวที่ผู้จากไปและผู้บริบาล ได้มีความเห็นร่วมใจจากอย่างสงบและรู้แจ้งในสัจจะธรรมค่ะ..