วัดท่ามะขามเป็นวัดเก่าแก่ ตั้้งอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่จังหวัดกาญจนบุรี

มีความสันโดษ-1

โสภณ เปียสนิท

...........................    

            วัดท่ามะขาม เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี สุภัทร สุนทรธรรม เคยบวชเป็นสามเณรร่ำเรียนหนังสือหลายปี ก่อนย้ายไปเรียนต่อที่วัดแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ เขาอาศัยวัดเป็นโรงเรียนไต่ขึ้นสู่ความสำเร็จของชีวิต หลายครั้งที่เขากลับมาเยือนวัด เพื่อรำลึกถึงความทรงจำวัยเยา ปัจจุบันวัดเปลี่ยนไปมาก ลานโล่งด้านหน้าเมรุเปลี่ยนเป็นป่าไม้ร่มครึ้ม โบสถ์หลังใหม่สง่างามตระหง่านบดบังโบสถ์หลังเก่าทรุดโทรมซ่อมซ่ออยู่เบื้องหลัง สิ่งก่อสร้างใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายแห่ง

 

                สุภัทรชอบเดินดูต้นโพธิ์ใหญ่ด้านขวาของพระอุโบสถ ยืนต้นกั้นเขตแดนระหว่างวัด และโรงเรียนเล็กๆ  ความร่มเย็นใต้ใบตกหนาตอนกลางวัน เสียงสายลมพัดผ่านใบโพธิ์กรูเกรียวหวู่หวิว นกน้อยหลายชนิดส่งเสียงกังวานไปไกล แย่งกันจิกกินเม็ดโพธิ์บ้าง อิ่มแล้วส่งเสียงร้องหาคู่บ้าง แต่ยามค่ำคืนบริเวณนี้มีความสงบเงียบมืดครึ้มน่าวังเวง ความทรงจำอันผาสุกเหล่านี้เรียกร้องให้เขากลับมาเยือนตรงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ตรงนี้ทำให้นึกถึง “ลุงคล้า” มัคนายกชราที่มักจะใส่กางเกงขาสั้นสีดำขะมุกขะมอมกวาดลานโพธิ์เป็นประจำ เสียงพูดคุยยังก้องกังวานอยู่ในใจเสมอมา

 

                บ่ายวันนั้นแสงแดดจัดจ้า ใต้ร่มโพธิ์ร่มเย็นเหมือนเคย เขานั่งหลบร้อนอ่านหนังสือหาความรู้สรรค์สร้างอนาคต ลุงคล้ายังคงทำเหมือนเคยทำ กวาดลานวัด เริ่มจากลานร่มแนวต้นพิกุลนับสิบต้นมาจนถึงรอบบริเวณลานโพธิ์ เขาจึงชวนคุย “อยู่วัดนานแล้วหรือลุง”