
องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีการวิจัยและพัฒนาโดยหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความหลากหลายและได้สั่งสมต่อเนื่องมายาวนานตลอดจนได้มีการเร่งรัดพัฒนาตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการแข่งขันในสังคมโลก ตัวอย่างเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อสังคมการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การถนอมและแปรรูปอาหาร การบรรจุหีบห่อ เทคโนโลยีชีวภาพ ตัวอย่างเทคโนโลยีเพื่อที่อยู่อาศัย เช่น การสร้างบ้านอิฐดินซีเมนต์ ตัวอย่างเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ เช่น การผลิตซอฟต์แวร์ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เซรามิกส์ เป็นต้น
ผลงานการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีจุดมุ่งหมายเพื่อไปสู่ ผู้ใช้ให้สามารถรับการถ่ายทอดได้ (Absorbtive Capability) และใช้งานได้จริง และ เพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ (Commercial Value) เทคโนโลยีที่สามารถใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่านี้เรียกว่า นวัตกรรม (Innovation) ในอดีตที่ผ่านมากลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยีของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะเป็นบทบาทของผู้ประสานงาน เช่น สำนักส่งเสริมและถ่ายเทคโนโลยี หรือกองเผยแพร่ของหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้ดำเนินการ ทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปได้ช้า พื้นที่จำกัดไม่ทั่วถึงและครอบคลุมที่สำคัญคือขาดตัวกลางในพื้นที่ที่จะสามารถเชื่อมโยงทั้งในบทบาทผู้รับการ ถ่ายทอดเป็นวิทยากร และเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดต่อไป
วิสัยทัศน์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปี ค.ศ. 2020 ได้กล่าวถึง การเชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนากับการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แพร่กระจายสู่ชุมชนในภูมิภาคและชนบท มีองค์กรที่จะเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมของชุมชนขึ้น
ที่กล่าวถึง ก็คือสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เช่น มหาวิทยาลัย สถาบันราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาลัยการเกษตรกรรม ฯลฯ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดให้มีโครงการจัดตั้งคลินิกเทคโนโลยี เพื่อเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่รวบรวมเทคโนโลยีจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีการวิจัยพัฒนาร่วมกับสถาบันการศึกษา ตลอดจนเทคโนโลยีที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน จัดเป็นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อการให้บริการคำปรึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์และสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในสังคม
1. คลินิกเทคโนโลยีเป็นโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย/ สถาบันการศึกษา รวม 18 แห่ง กับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ลงนามบันทึกความร่วมมือที่จะร่วมกันเป็นพันธมิตรในการทำงาน มีเป้าหมายที่จะนำผลงานวิจัยและพัฒนาตลอดจนนวัตกรรมที่มีอยู่ในหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสถาบันการศึกษาทั้ง 18 แห่ง ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย
2. การ จัดตั้งคลินิกเทคโนโลยีในสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล สถาบันราชภัฏนครราชสีมา สถาบันราชภัฏยะลา สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี สถาบันราชภัฏอุดรธานี และสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี
แนวคิดโครงการคลินิกเทคโนโลยี
(1) เพื่อเป็นตัวกลางการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Intermediate Technology Transfer) และเป็นแหล่งที่รวมข้อมูลเทคโนโลยี นวัตกรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน ตลอดจนสร้างวิทยากรประจำเครือข่ายในสถาบันการศึกษา/มหาวิทยาลัย ที่จะเป็นทั้งผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อชุมชนและท้องถิ่นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
(2) เพื่อนำเทคโนโลยีไปพัฒนาในกระบวนการผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทำให้ สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและมีมาตรฐาน
(3) เพื่อให้เกิดการวิจัยและพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี ที่มีศักยภาพและเทคโนโลยีที่เป็นภูมิ ปัญญาไทยหรือการวิจัยและพัฒนาเพื่อการประยุกต์ใช้ในชุมชนและท้องถิ่น (4) เพื่อให้บทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปผลักดันให้เกิดการพัฒนา เศรษฐกิจในชุมชนและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในสังคม
วัตถุประสงค์
1. ให้บริการคำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและบริการข้อมูล ผลงานวิจัยและพัฒนาทั้งของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและของมหาวิทยาลัย/สถบันการศึกษานวัตกรรมที่เป็นผลงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันของกระทรวงวิทยา- ศาสตร์และเทคโนโลยี และสถบันการศึกษา ตลอดจนภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่น
2.เผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางสื่อท้องถิ่น เช่น รายการวิทยุของสถาบันการศึกษา โทรทัศน์ในท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ให้เกิดสังคมวิทยาศาตร์ การจัดนิทรรศการและจัดรถคลินิกเคลื่อนที่ (Mobile Unit)
3. ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน โดยการฝึกอบรมในการสร้างวิทยากรเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เพิ่มทวีคูณ และการฝึกอบรมอบรมเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเป้าหมาย
4.ทำการวิจัยและพัฒนาต่อยอดร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่น ปรับปรุงขบวนการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์
5. การสนับสนุนบโยบายรัฐบาลเรื่องโครงการ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
6. การส่งเสริมนักเรียนที่มีอัจฉริยะทางด้านวิทยาศาสตรได้มีโอกาส ฝึกงานในห้องปฏิบัติการของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสถาบันการศึกษา
7. ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพมีห้องปฏิบัติการเฉพาะทางและพัฒนาไปสู่การจัดตั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์ ในสถาบันการศึกษา
8. กิจกรรมอื่นๆ เช่นการให้บริการวิเคราห์และทดสอบห้องปฏิบัติการทางอุต-สาหกรรมในและนอกสถานที่รวมทั้งกิจกรรมที่จะตกลงร่วมกันในอนาคต
เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทางภาครัฐควรให้การส่งเสริมเป็นอย่างยิ่งครับ
เยี่ยมจริงเป็นประโยชน์กับเกษตรกรมากครับ