ท่ามกลางบรยากาศอันแสดนงาม ความรู้ทั้งความเรียบร้อยน่ารักของเธอทำให้ผมอยากคุยกับเธอให้นานแสนนาน

มีความถ่อมตน-4

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

               ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนงาม ความรู้ ทั้งความเรียบร้อยน่ารักของเธอ ทำให้ผมอยากคุยกับเธอให้นานแสนนาน “มีตัวอย่างการถ่อมตนหรือไม่” “มีแน่ ในสมัยพุทธกาล ครั้งหนึ่ง พระสารีบุตรถูกพระรูปหนึ่งกล่าวหาว่าถือดีถือตัวถือตน เรื่องลุกลามในหมู่สงฆ์ เมื่อพระศาสดาทราบเรื่อง จึงถามพระสารีบุตรท่ามกลางสงฆ์ พระสารีบุตรประกาศว่า โดยแท้แล้วจิตของท่านหนักแน่นเสมือนแผ่นดิน เหมือนน้ำ เหมือนไฟ เหมือนลม เหมือนผ้าขี้ริ้ว เหมือนเสาเขื่อน เหมือนเด็กจัณฑาล เหมือนโคเขาหัก ท่านเบื่อสังขารอันเปื่อยเน่า เหมือนประคองชามมันข้น มีช่องรู้ทะลุ 9 ช่อง มีน้ำมันรั่วไหลออกอยู่เสมอ แล้วท่านจะถือตัวถือตนไปทำไม เมื่อท่านเปรียบตนเองเหมือนสิ่งต่ำต้อยถึงเพียงนั้น พระรูปนั้นสำนึกถึงบาปกรรมของตนจึงต้องขอขมา พระสงฆ์ปุถุชนบางรูปถึงกับหลั่งน้ำตา”

 

              “พระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพุทธองค์ ถ่อมตนขนาดนี้เลยหรือ” “จริงแท้แน่นอน เรียกว่าสูงสุดคืนสู่สามัญไง ถ่อมตนมากย่อมมีคุณธรรมสูง” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “ไม่ถือตนถ่อมตัวได้ประโยชน์อย่างไร” “ได้อานิสงส์มาก เช่น อยู่เป็นสุขไม่มีศัตรู ทำให้น่ารักเคารพกราบไหว้ ทำให้เกิดความสามัคคี ทำให้ได้กัลยาณมิตร ทำให้สามารถถ่ายทอดคุณความดีจากผู้อื่นได้ง่าย ทำให้ได้ที่พึ่งทั้งภาพนี้ภพหน้า ทำให้ไม่ประมาทตั้งอยู่ในธรรม และสุดท้ายทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย” “คนมักเห็นว่าคนถ่อมตนเป็นคนอ่อนแอ และมักรังแกเขา” “นั่นเป็นบาปกรรมของคนเหล่านั้นเอง เราคุยกันแล้วว่าต้องรับกรรมเช่นใดบ้าง”

 

               ผมนิ่งคิดเนิ่นนาน มุมมองความคิดของสุทธินีเพื่อนรักในวันนี้ ต่างจากสุทธินีคนเก่าสมัยเด็กที่เคยรู้จักสิ้นเชิง การศึกษาและความสนใจในพระศาสนาทำให้เธอเปลี่ยนไปมาก แสงสุรีย์ค่อยๆ เลือนหายไปที่ละน้อย ราตรีคลี่กางม่านสีดำครอบคลุมขอบฟ้าจนมืดมน ลมเย็นโชยอ่อนพากลิ่นน้ำทะเลสดชื่นกระจายไปในบรรยากาศผมเอ่ยปากชวนเธอรับประทานอาหารค่ำก่อนเธอเดินทางกลับกรุงเทพฯ