วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1995 ผมค่อนข้างประทับใจกับวัดนี้ จึงถ่ายภาพมาฝากค่อนข้างมากหน่อย
จากนั้น มร.คิม ก็ขับรถพาไปถ้ำซ็อกคูรัม (Seokguram Grotto) ซึ่งอยู่บนภูเขาโตฮัมซัน ทางทิศตะวันออกของเมืองเคียงจู ระหว่างทางแวะร้านอาหารทานมื้อเที่ยง เราสองคนสั่งตามคุณคิมเพราะอยากลิ้มรสชาติแบบเกาหลีแท้ๆ เป็นข้าวผัดในชามร้อน (ทำจากหินภูเขาไฟ) คลุกไปกินไป พร้อมแกล้มเครื่องเคียงครบชุด มื้อนี้เลี้ยงคุณคิม กินสามคนจ่ายไปสองหมื่นสี่พันวอน คุณคิมไปกดกาแฟมาให้เราสองคนก่อนออกจากร้านอาหาร แล้วขับต่อไปยังถ้ำซ็อกคูรัม คุณคิมจอดรถคอยอยู่ข้างล่าง ส่วนเราซื้อบัตรเดินผ่านประตูเข้าไป บรรยายกาศค่อนข้างร่มรื่น ทางเดินก็ค่อนข้างสะดวกสบาย Highlight ของถ้ำคือ พระพุทธรูปหินอ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งเขาห้ามไม่ให้ถ่ายรูป
อาหารมื้อเที่ยง ระหว่างทางไปวัดถ้ำ
บางส่วนของวัดถ้ำ
จากถ้ำ ถ้าจะเดินไปยังวัดบูลกุกซา (Bulguksa Temple) ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร (ระยะทาง 2.2 กม.) คุณคิมจึงขับพาเราไป วัดนี้สร้างโดยกษัตริย์บิวเพิง เป็นกษัตริย์องค์แรกที่เลื่อมใสพุทธศาสนา สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 535 ประกอบด้วยอาคารจำนวนมากมายถึง 86 หลัง แต่ถูกไฟไหม้ ช่วงสงครามทำให้เหลืออาคาร (หลังการบูรณะ) เพียงแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น บริเวณหน้าวิหารหลักเป็นลานกว้างเป็นที่ตั้งของเจดีย์คู่ที่ทำด้วยหิน ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 1200 ปี วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1995 ผมค่อนข้างประทับใจกับวัดนี้ จึงถ่ายภาพมาฝากค่อนข้างมากหน่อย
ในวัดบูลกุกซา
ในบริเวณพิพิธภัณฑ์
ออกจากวัดคุณคิมพาไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองเคียงจู เราสองคนเดินดูกันแบบจ้ำอ้าว (ไม่ใช่ทอดน่อง) คงเป็นเพราะขาดความซาบซึ้งในของเก่าและเครื่องประดับโบราณ อยู่ไม่นานก็เดินทางต่อไปยังอุทธยานทุมูลี (Tumuli Park) ซึ่งในนั้นมีเนินดินขนาดใหญ่อยู่มากมาย คุณคิมอธิบายว่าเป็นสุสานหลวงของอาณาจักรชิลลา ที่น่าสนใจคือสุสานชนมาชอง (สุสานม้าสวรรค์) ในนั้นมีสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์ชิลลามากมาย มีทางให้เดินเข้าไปในสุสานซึ่งมีโบราณวัตถุจัดแสดงไว้ให้ชมกัน ตอนจะเดินออกจากสุสานก็เกิดเดินหลงไปอีกประตูหนึ่ง (ไม่ใช่ประตูที่คุณคิมส่ง) เลยต้องเดินย้อนกลับมายังประตูที่เข้ามาเพื่อจะได้ขึ้นรถคุณคิม
สุสานม้าสวรรค์
ก่อนจะกลับที่พักคุณคิมพาตะเวนดูบ้านโบราณเกาหลีที่ทำเป็นที่พัก (Guest House) เท่าที่แวะดูก็ไม่โอเคที่จะพัก เลยตัดสินใจว่าจะค้างที่เคียงจูแค่คืนเดียว รุ่งขึ้นจะกลับโซล เพื่อว่าวันกลับเมืองไทยจะได้ไม่ฉุกระหุกเกินไป ก่อนจะถึงที่พักคุณคิมก็บอกว่าตรงข้ามโรงแรมที่เราพักมีร้านเนื้อย่างหมูย่าง เมื่อคุณคิมส่งเราที่พักเสร็จแล้วก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปเดินตะลุยเคียงจู โดยการเดินไปตามถนนหน้าโรงแรมไปเรื่อยมีร้านค้าสองข้างทาง คนคึกคัก ไปฟังเพลงด้วยเพราะมีคอนเสิร์ต ฟังได้แค่สองเพลงก็เดินไปเรื่อยๆ แวะซื้อของบ้าง สนุกสนาน จนรู้สึกหิวก็กลับมาทานเนื้อย่างและหมูย่างที่หน้าโรงแรม ร้านนี้ขายดีมาก เจ้าของร้านก็น่ารัก อาหารมื้อนี้อร่อยมาก ทานเสร็จก็ข้ามถนนกลับไปยังที่พัก
เมืองเคียงจูยามค่ำคืน
ตามไปเที่ยวเกาหลีค่ะท่าน
ว่าแต่เนื้อย่างของเขาชิ้นใหญ่ๆ อย่างนั้นเลยหรือคะ
สวัสดีครับคุณปิ่นธิดา . . ต้องมาหั่นครับ แต่สำหรับผมชอบเนื้อหมูมากกว่า ถูกกว่าด้วย