เช้าวันนี้ตื่นเกือบเจ็ดโมง เช็คเอาท์แล้วลากกระเป๋าไปยังสถานีรถไฟ (Busan Station) ใช้ KR Pass ออกตั๋วรถไฟที่จะไปเมืองเคียงจู แต่ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Bujeon-dong จาก Busan Station ไป Bujeon-dong ต้องนั่งซับเวย์ไป ขึ้นจากสถานีซับเวย์เดินผ่านตลาด ถามหนุ่มเกาหลีที่เดินผ่านมา ว่าจะไปสถานีรถไฟ Bujeon-dong ทางไหน (ซ้ายหรือขวา) เขาก็ชี้บอกว่าเราต้องเดินย้อนกลับทางเดิม ก็ยังงงๆ อยู่ ขณะกำลังเดินย้อนกลับ เขาก็รีบวิ่งกลับมาบอกว่าต้องไปอีกทางหนึ่ง คือทางที่ครั้งแรกเราไปนั้นถูกแล้ว เขาเข้าใจผิดไปเองนึกว่าเราต้องการจะไปซับเวย์ (ที่เราเพิ่งขึ้นมา)
 

              ในระหว่างที่เดินกำลังจะถึงสถานีรถไฟ Bujeon-dong มีสาวเกาหลีเดินอยู่ข้างหน้าหันมามองพวกเราที่กำลังคุยกัน แล้วถามอย่างตื่นเต้นว่า “เป็นคนไทยหรือค่ะ” เธอพูดไทยได้ชัดเจน มีชื่อไทยว่า “สุริญณี” เคยอยู่ที่ระนองสองปี คุยกันได้สักพัก เธอก็เปิดกระเป๋าเอากล้วยหอมให้ภรรยาผมหนึ่งลูกบอกว่าของเมืองไทยอร่อยกว่า นี่เป็นของฟิลิปปินส์ จากนั้นก็ถ่ายรูปแลกเปลี่ยนอีเมล์กัน เธอกำลังจะไปเที่ยวอูซาน เมื่อไปถึงสถานีรถไฟก็ช่วยถามไถ่เรื่องรถไฟว่าจะต้องลงไปที่ชานชลาไหน ท้ายสุดก็ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันเพียงแต่อยู่กันคนละโบกี้

 

               


               รถไฟขบวนนี้เป็นรถที่วิ่งระหว่างเมือง สภาพเทียบกับรถ KTX ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าสะอาดและสะดวกสบายมาก ก่อนที่คุณสุริญณีจะลงที่อูซานได้พาเจ้าหน้าที่รถไฟมาแนะนำบอกฝากฝังให้เจ้าหน้าที่คนนี้มาเตือนเราเมื่อใกล้ถึงสถานีเคียงจู เพราะกลัวว่าเราสองคนจะนั่งเลยสถานี หลังจากที่ถึงเมืองเคียงจูพวกเราก็ถามหาว่า Tourist Information อยู่ตรงไหน Tourist Information อยู่หน้าสถานีรถไฟ อยู่ข้างนอกไม่ได้อยู่ในตัวสถานี ระหว่างที่เดินไปก็มีคนมาถามว่าจะใช้บริการแท็กซี่หรือไม่ ซึ่งก็ได้ปฏิเสธไปเพราะต้องการจะไปหาข้อมูลใน Tourist Information ก่อน ตั้งใจจะไปสอบถามเรื่อง City Tour ซึ่งเขาบอกว่ารอบสุดท้ายเพิ่งหมดไปเมื่อตอน 11.00 น. ถามเรื่องที่พักแบบ Guest House เกาหลีที่อ่านเจอในเน็ตชื่อ “ซารังแจ” เจ้าหน้าที่ Tourist Information ก็โทรถามให้ แต่ปรากฎว่าเต็มหมดแล้วเพราะเป็นวันศุกร์นักท่องเที่ยวมาก
 
               ออกจาก Tourist Information ก็เจอคนขับแท็กซี่คนเดิม เขาชื่อ Mr. Kim พูดภาษาอังกฤษได้ดี เขาถามว่าจะไปที่ไหนบ้าง เขาเสนอว่าจะขับพาเราไปยังที่ต่างๆ เราต่อรองกันจนได้ราคาอยู่เจ็ดหมื่นวอน เราขอให้เขาพาไปหาโรงแรมให้ได้ก่อนเพื่อจะได้เอากระเป๋าไปเก็บ เขาพาไปดูโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าใดนัก ผมขึ้นไปดูห้องกับ มร.คิม ห้องใหญ่กว่าที่พักมาสองคืนแรก ค่าห้องสี่หมื่นวอน ในห้องมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ด้วย