คนญี่ปุ่นเปรียบชีวิตเหมือนดังน้ำค้าง....
 
 
 
เมื่อครั้งได้กลับบ้าน ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้ามาสัมผัสกับบรรยากาศยามเช้ารอบกาย ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศตอนเช้าอันแสนจะสดชื่น (แม้บางวันจะทำตัวขี้เกียจ ขอตื่นสายๆ บ้างก็เถอะ) การได้ตื่นเช้ามาดูสรรพสิ่งรอบกายค่อยๆ ตื่นจากการหลับไหลเป็นความรู้สึกที่แสนพิเศษ ต้นไม้รอบกายดูสดชื่น เสียงนกร้อง...ทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส
 
 
 
 
 
 แหงนหน้าดูท้องฟ้าเปลี่ยนสี ตะวันสีทองค่อยๆ ทอแสงทาบทาท้องฟ้า...เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เป็นดั่งมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ที่ไม่ว่าเมื่อใดก็จับตาต้องใจผู้ที่ได้สัมผัส

 

 

 

 
 
 
หันกลับมามองบนพื้นดิน...ก็ได้พบกับอีกความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ หยาดน้ำค้างยามค่ำคืนยังคงทิ้งร่องรอยไปไว้ตามตามยอดหญ้า ดั่งหยาดน้ำตาแห่งราตรีกาล แต่ว่าหยาดน้ำตานี้ยามต้องแสงตะวัน กลับส่องประกายสดใส ระยิบระยับอยู่เบื้องหน้า

 

 

 

 
 
หากจะกล่าวถึงน้ำค้าง หลายคนคงนึกถึงคำเปรียบเปรยของหยาดน้ำค้างกับความบริสุทธิ์ แต่น้องสาวข้าพเจ้าเล่าให้ฟังว่า คนญี่ปุ่นเปรียบชีวิตเหมือนดังน้ำค้าง.... 

 

มีช่วงเวลาที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นประกายงดงามดุจดังอัญมณีเลอค่า แต่เพียงชั่วเวลาพริบตา หยาดน้ำค้างก็แห้งเหือดหาย
 

 

ชีวิตของคนเราช่างสั้นยิ่งนัก เพียงชั่วเวลาพริบตาจริงๆ

 

 

 

 

หยาดน้ำค้างพร่างพราววาววิบวับ

 

เด่นประดับยอดหญ้ายามรุ่งสาง

 

กรุ่นไอดินกลิ่นพฤษาโชยเบาบาง

 

แทรกประสานลมแผ่วพริ้วระบัดใบ

 

 

 

 

แสงสุรีย์สีทองทาทาบฟ้า

 

หยาดน้ำค้างยอดหญ้าพลันแห้งหาย

 

อัญมณีจากฟากฟ้าเคยพร่าพราย

 

สูญสลายเลือนลับไปกับตา

 

 

 

ดังชีวิตมนุษย์แสนสั้นนัก

 

แจ้งประจักษ์ทุกนาทีมีคุณค่า

 

จงดำรงชีวิตด้วยปัญญา

 

เปล่งประกายแสงกล้าก่อนวายชนม์

 

 

 

 

 ชีวิตน้ำค้าง...แสนสั้น แต่ทว่างดงาม....^v^

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ