รถ KTX ออกค่อนข้างตรงเวลา สภาพภายในสะอาดดี ดูไม่ต่างจากในเครื่องบิน ห้องน้ำก็สะอาดสะอ้าน
ตื่นกันประมาณเจ็ดโมง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จคุณสุนิตลงมาต้มไข่ ทอดไข่ดาว ปอกแพร์ ผมปิ้งขนมปัง ชงกาแฟ เป็นอาหารมื้อเช้าอย่างง่ายๆ ในระหว่างอยู่ที่ห้องครัวได้พูดคุยกับสาวชาวแคนาดา เป็นลูกครึ่งจีนมาเลย์และดัชท์ เธอถามเราสองคนว่าไปเที่ยวไหนกันมาบ้าง พอบอกว่าไปป้อมฮวาซองที่เมืองซูวอน เธอก็สนใจ ซักถามใหญ่ว่าไปอย่างไร ค่ารถเท่าไร เลยกลายเป็นว่าเราสองคนเป็นผู้รู้ขึ้นมา ก็เลยเล่าให้ฟัง ให้ข้อมูลต่างๆ ที่ได้เมื่อวานนี้ จากนั้นก็แลกเปลี่ยนอีเมล์กัน แล้วก็เช็คเอาท์ออกจากที่พัก เดินลากกระเป๋าออกจากที่พัก พบสาวไทยสองคนกำลังลากกระเป๋าเดินเข้ามาในซอย มีการทักทายกัน เขาจะมาพักที่ Banana Backpacker ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Jongnowon ที่เราพัก
สาวลูกครึ่งชาวแคนาดาพบกันในห้องทานอาหารเช้า
ออกจากซอยนั่งแท็กซี่ไปยัง Seoul Station ค่าแท็กซี่เริ่มต้นที่สองพันสี่ร้อยวอน (65 บาท) เสียค่าแท็กซี่ทั้งหมดสี่พันวอน (110 บาท) แต่ก็คุ้มค่าดีกว่าลากกระเป๋าขึ้นลงสถานีซับเวย์ ลงจากแท็กซี่ลากกระเป๋าเข้าไปในสถานี กระเป๋าที่ผมลากคงจะรับน้ำหนักมากไปเพราะมีถุงกระเหรี่ยงวางอยู่ข้างบนด้วย ยางที่ของล้อเกิดแตกออกมา เวลาลากเลยมีเสียงดัง แต่ก็ยังใช้งานได้ เข้าไปในเห็นหนุ่มเกาหลีใส่เสื้อสีเขียวมีป้ายบอกว่าพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ไปถามถึงตารางเวลาของ KTX เขาถามว่าพวกเรามี KR Pass หรือเปล่า (KR Pass เป็นการซื้อตั๋วรถไฟแบบเหมาสำหรับนักท่องเที่ยว จะขึ้นรถกี่เที่ยวกี่ขบวนก็ได้) พอบอกไปว่าไม่ได้ซื้อ เขาก็ช่วยไปถามที่ Travel Center ให้ จากนั้นก็พยายามช่วยจนได้ KR Pass มา แล้วก็พา ไปแลกตั๋วรถไฟ โดยเลือกใช้บริการรถความเร็วสูง (High Speed Train) ที่เรียกว่ารถ KTX ที่วิ่งจากกรุงโซลไปเมืองพูซาน โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง
รถ KTX ออกค่อนข้างตรงเวลา สภาพภายในสะอาดดี ดูไม่ต่างจากในเครื่องบิน ห้องน้ำก็สะอาดสะอ้าน ระหว่างทางก็มีคนเข็นรถมาขายของมีเครื่องดื่มและอาหาร พวกเราซื้อแค่นม (1000 วอน) และกาแฟสตาร์บัค (3000 วอน) ทานกับขนมที่พกมาจากเมืองไทยทานเป็นอาหารเที่ยงกัน รถไฟ KTX วิ่งค่อนข้างเร็ว คนนั่งไม่ค่อยรู้สึก นั่งชมวิวไม่เรื่อยๆ ไม่เบื่อเลย พอไปถึงสถานีพูซาน ก็แวะไปที่ Tourist Information อีกเช่นเคย ไปขอข้อมูลทั้งเรื่องที่เที่ยวและเรื่องที่พัก ได้ชื่อโรงแรมมาสองแห่ง อยู่คนละด้านของ Busan Station ตกลงกันว่าหาที่พักให้ได้ก่อนดีกว่าจะได้เอากระเป๋าไปเก็บ และตอนที่จะไปหาที่พักก็ไม่อยากลากกระเป๋าไป เลยฝากกระเป๋าไว้ในล็อคเกอร์ที่สถานีก่อน สนุกสนานไปกับการหัดใช้ล็อคเกอร์ เพราะว่าที่นี่เราต้องบริการตัวเอง แถมล็อคเกอร์ยังเป็น High Tech ใช้ลายนิ้วมือของเราแทนกุญแจ ลองผิดลองถูกจนในที่สุดก็ทำได้ ใช้สองล็อคเกอร์สองช่องด้วยกัน ต้องหยอดเงินช่องละ 1200 วอน
บรรยากาศหน้าสถานีรถไฟพูซาน
สนุกและน่าเที่ยวมากนะคะ
อยากให้เมืองไทยมีรถไฟความเร็วสูงบ้างคะ
อาจารย์ค่ะ ปูขอตามไปเที่ยวเกาหลีด้วยคนนะค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะค่ะ
เที่ยวแบบนี้ครั้งแรก รู้สึกอย่างไรค่ะ น่าจะเป็นทริปที่สนุก เหนื่อย และเมื่อยน่าดูเลยมั้งค่ะ
แต่ที่ติดใจค่ะ "กระเป๋ากะเหรี่ยง" นึกภาพไม่ออกเลยค่ะ