ปลายสัปดาห์นี้ วันที่ 2-3 ตุลาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีงานประชุมวิชาการนานาชาติ เครือข่ายองค์กรวิจัยมุสลิมอาเซียน(AMRON) ครั้งที่ 1 งานครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด "อิสลามศึกษาในประเทศอาเซียน: เปลี่ยนแปลงจากภายในโดยผ่านการศึกษา"
AMRON ย่อมาจาก "ASEAN Muslim Research Organisation Network" หรือในภาษาไทย "เครือข่ายองค์กรวิจัยมุสลิมแห่งอาเซียน"
วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้
1.ส่งเสริม ผดุง สันติภาพและความสมัครสมานกลมเกลียวระหว่างมนุษย์ที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย สิ่งที่ถูกสร้างทั้งมวล รวมถึงสิ่งแวดล้อม ในทุกระดับ บนพื้นฐานของหลักการอิสลาม และหลักสากล
2.สร้างแพลตฟอร์มสำหรับการจัดการความรู้ ในทุกแขนงที่เกี่ยวข้องกับประชาชาติมุสลิม และการปฏิสัมพันธ์กับประชาคมโลก และสิ่งแวดล้อม
3.เพื่อให้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับมุสลิมเหล่านี้ เข้าถึงได้ง่าย และได้มีโอกาสรับรู้กันในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
4.เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ระหว่างมุสลิมและที่ไม่ใช่มุสลิม โดยการสร้างเวทีการปฏิสังสรรค์ทางวิชาการ การระดมความคิด และการสร้างความร่วมมือในการค้นคว้าวิจัย ที่ข้ามขอบเขตขององค์กร ศาสนา และประเทศ
5.เพื่อรองรับวารสารวิชาการที่เกี่ยวกับอิสลามศึกษาและมุสลิมศึกษา ที่มีคุณภาพในระดับนานาชาติ โดยมุ่งโฟกัสไปที่องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในบริบทที่เกี่ยวข้องกับมุสลิมในประเทศแถบอาเซียน รวมไปถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมในอาเซียน กับประชาคมโลก
ท่านที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารการประชุมได้ที่ AMRON 2010 Conf.
ตามมาอ่าน รอดูกิจกรรมงานนี้ครับ
วันที่ 2-3 ตุลาคม 2553 ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีงานประชุมวิชาการนานาชาติ เครือข่ายองค์กรวิจัยมุสลิมอาเซียน(AMRON) ครั้งที่ 1
:: ม.วลัยลักษณ์ จัดประชุมประชุมนานาชาติ AMRON ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “มุสลิมในประเทศอาเซียนกับการศึกษา : เปลี่ยนแปลงจากภายในผ่านการศึกษา”
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ AMRON (ASEAN Muslim Research Organization Network) จัดประชุม นานาชาติ AMRON ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ "มุสลิมในประเทศอาเซียนกับการศึกษา : เปลี่ยนแปลงจากภายในผ่านการศึกษา" ระหว่างวันที่ 2-3 ตุลาคม 2553 และในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม รองศาสตราจารย์ ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยรัตน์ ศิริพัธนะ ผู้ประสานงานหลักเครือข่ายวิจัย AMRON กล่าวรายงาน โดยมี ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมอาเซียน Mr. Heru Wicaksono กงสุลประเทศอินโดนีเซีย และผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ บรูไน รวมทั้งญี่ปุ่น ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด
นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวใจความสำคัญว่า AMRON จะมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเครือข่ายการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่มีศักยภาพสูง ทั้งนี้ รู้สึกดีใจที่ AMRON มีเป้าหมายที่จะพัฒนาความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ สังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งความสงบสุขและความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าหัวข้อของการประชุมในครั้งนี้คือ การศึกษาตามแนวทางของศาสนาอิสลาม คงจะไม่ได้หมายความถึงผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น ที่ต้องเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง แต่ทุกคนต้องเข้าใจ เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกัน ซึ่งนักการศึกษาต้องทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายปลายทางคือโลกที่น่าอยู่สำหรับทุกคน เชื่อมั่นว่า การประชุมนานาชาติ AMRON นี้ จะเป็นศูนย์รวมของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เป็นจุดตั้งต้นที่มีความหมายของการสื่อสารความเข้าใจและเป็นเครือข่ายของกิจกรรมที่จะทำร่วมกันในอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลสำคัญต่างๆ จากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เข้าร่วมการประชุมนานาชาติ AMRON ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ "มุสลิมในประเทศอาเซียนกับการศึกษา : เปลี่ยนแปลงจากภายในผ่านการศึกษา" ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) กำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันภายในปี พ.ศ. 2558 ดังนั้นการศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ในการจัดประชุมได้รับเกียรติจาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคม อาเซียน และจุฬาราชมนตรีอาศิส พิทักษ์คุมพล เป็นองค์ปาฐก รวมทั้งนักวิจัย นักการศึกษา ที่จะมาช่วยกันขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เยาวชนทุกคนก้าวเข้าสู่โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างมั่นคงต่อไป
จากนั้น ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมอาเซียน ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาสร้างพลังชุมชน” โดยกล่าวว่า ในภูมิภาคอาเซียนมีประชากรประมาณ 592 ล้านคน ในจำนวนนี้ 45-47 % เป็นชาวมุสลิมและส่วนใหญ่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบสังคมเกษตรกรรม แต่ในสังคมยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นโดยที่ชาวมุสลิมไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ได้ จนอาจทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง การเผชิญหน้าและความรุนแรงต่างๆ ตามมามากมาย สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้คือการศึกษา เพราะการศึกษาสามารถเปิดโอกาสให้ชาวมุสลิม มีความรู้ใหม่ๆ มีอาชีพใหม่ ทันต่อเทคโนโลยี ที่สำคัญเป็นพลังให้เข้าไปมีส่วนร่วมในสังคมและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ การจัดประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมของสังคมชาวมุสลิม และจะเป็นเวทีให้นักวิจัย/นักวิชาการร่วมกันผลักดันให้ชาวมุสลิมมีการศึกษาที่ดี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมโลกให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขต่อไป
ข้อมูลข้างต้น อ้างอิงจาก เว็บไซต์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ขจิต ท่านคงสบายดีน่ะครับ คุณครูนักเดินทาง
โลกปัจจุบันที่แทบจะไม่มีพรหมแดน หรือเส้นแบ่ง ไม่ว่า ศาสนา หรือความเชื่อทางการเมือง ทุกคนล้วนต้องการสันติธรรม และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และเอื้อเฟื้อต่อกันในฐานะพลโลกที่เท่าเทียม
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเอกราช
ว้า ช่วงนี้สงสารแฟนๆ หงส์นะคะ แย่เลย อ้าว คนละเรื่องเดียวกันรึคะ อิ อิ ... ;) สบายดีนะคะ
เป็นการประชุมที่กระชับเครือข่ายได้ผลยิ่งเพื่อเป้าหมายใหญ่ สันติสุขของเมืองไทยเรา นะคะ ขอบคุณค่ะ