เกษียณอายุราชการ
      ผมได้รับหนังสือเชิญ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 3 (ชื่อใหม่ค่อนข้างยาว) ให้ไปร่วมงาน"มองข้างหน้าคือความหวัง มองข้างหลังคือความภูมิใจ สานสายใย วัยเกษียณ"(นี่ก็ยาว แต่ชอบ) คงไม่ต้องบอกนะว่าเป็นงานอะไรชื่องานก็บอกอยู่แล้ว แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่เกษียณทั้งหมดหรอก เพราะงานนี้เป็นงานเลี้ยงส่งบุคลากรทางการศึกษา ของสพท.นค.3 จำนวนถึง 32 ท่าน ซึ่งมีทั้งผู้บริหาร ครูผู้สอน ศึกษานิเทศน์ ลูกจ้างประจำ พนักงานบริการ และมีทั้ง เกษียณอายุราชการ และเออรี่รีไทน์ คนที่มีอายุราชการมากที่สุด   คือ 42 ปี ตามประวัติที่ชมผ่าน วีทีอาร์ ท่านเป็นครูรุ่นพิเศษ สอบคัดเลือกแล้วเข้าอบรม 6เดือน   พอจบหลักสูตรก็ได้บรรจุเลยเป็นครูตั้งแต่อายุ 18 ปี แล้วก็จะมีลดหลั่นลงไป อายุราชการ 41 และ 40 ปี ตามลำดับ ซึ่งน่าจะเป็นครูรุ่นพิเศษรุ่นไล่ๆกันอีกสองรุ่น เพราะหลังจากนั้นทราบว่า ทางการได้ยกเลิกครูรุ่นนี้ ที่เขาบอกว่า "ครูอบรม"เพราะฉะนั้นคนถัดๆไป ที่เกษียณจึงมีอายุราชการอยู่ระหว่าง 36-38 ปี คือถ้านับตามอายุก็น่าจะเป็นครูตอนอายุ 20-24 ปี หรือประมาณว่า จบหลักสูตร ปกศ.ต้น ปกศ.สูง และปริญญาตรี ประมาณนั้น
    ตามหนังสือเชิญ เขาบอกว่างานเริ่ม 18.00 น.ผมไปถึงเวลาประมาณ 18.20 หน้างานมี   เจ้าหน้าที่ผู้หญิงแต่งตัวสวยๆคอยต้อนรับ พร้อมกลัดช่อดอกไม้ที่หน้าอกให้กับแขกที่มาร่วมงาน บนเวทีมีวงดนตรีวงใหญ่ เครื่องเสียงอย่างดี ตกแต่งเวทีผูกผ้าอย่างอลังการงานสร้าง     มีทั้งซุ้มประตู มุมน้ำตก สวนหย่อมหน้าเวที ดูดีทีเดียว ที่โดดเด่นที่สุดก็น่าจะเป็นโต๊ะกลาง      ที่เขาจัดไว้ให้บุคลากรทั้ง 32 คนที่เป็นเจ้าของงานนั่ง เพราะฉะนั้นโต๊ะนี้จึงไม่มีสาวๆเด็ดขาด อย่าเสียเวลามองซะให้ยาก เจ้าหน้าที่พาผมไปนั่งที่โต๊ะข้างๆโต๊ะกลาง ซึ่งมีป้ายเขียนไว้ว่า VIP เหลือเก้าอี้อยู่ 2 ตัว ผู้อาวุโสสูงสุดในโต๊ะคือท่าน พล ต.ต.ขจร สัยวัตร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งในปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดหนองคาย นอกจากนั้น ก็ยังมีอดีต สส.และผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายคนร่วมโต๊ะ หลังจากถามสารทุกข์สุกดิบกันพอสมควร โดยคุยไปด้วย ทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มไปด้วย พิธีกรคู่ชายหญิง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งสองท่าน ก็ขึ้นสู่เวที รายการแรกเป็นการรำเชิญขวัญ ต่อด้วยการชม วีทีอาร์ แนะนำบุคลากรที่เกษียณจากนั้นพิธีกร ก็ได้เรียนเชิญ ทั้ง 32 ท่านขึ้นสู่เวที เล่นเอาเวทีแคบลงไปถนัดตา โอ้โฮ! หล่อๆสวยๆทั้งนั้นเลย นับอายุรวมกันแล้วน่าจะอยู่ประมาณเกือบสองพันปี เห็นจะได้ พิธีกร เรียนเชิญท่าน สว.ขึ้นเวทีเพื่อแสดงมุทิตาจิต ต่อด้วยประธานในพิธี คือ นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ขึ้นเวที พบปะ กล่าวมุทิตาจิตคารวะ และที่สำคัญ มอบเงินสนับสนุนงบประมาณและมอบของที่ระลึกพร้อมกับการทยอยลงเวทีของบุคลากรที่เกษียณ เป็นอันเสร็จพิธี
    วงดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงที่เป็นจังหวะเต้นรำ ตามสเต็ป จากช้า ไปเร็ว ผมนั่งฟัง นั่งมองและนั่งคิด ถึงชีวิตของคนที่มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน มีจังหวะการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีความเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน มีจุดมุ่งหมายในชีวิตแตกต่างกัน แต่สุดท้าย "เวลา"ก็ไล่ต้อนเอาบรรดาข้าราชการเหล่านี้ เข้ามารวมกันยังมุมอับซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของชีวิตราชการ ไม่มีใครจะหลีกลี้หนีไปได้ นั่นคือ"การเกษียณอายุรชการ"นั่นเอง แต่จากภาพที่ผมได้สัมผัส ได้พูดคุย บุคลากรที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ท่านยังแข็งแรง ยังมีความกระตือรือร้นและยังมีความสามารถที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต เพื่อเป็นวิทยาทาน แก่ลูกหลาน และเพื่อแวดวงการศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะผมเชื่อว่า ถึงแม้ท่านเหล่านี้จะเกษียณอายุราชการ แต่จิตวิญญาณของความเป็น"ครู" จะคงอยู่กับทุกท่านตลอดไป