ดังที่คำโบราณว่าไว้ว่า "ยุงร้ายกว่าเสือ" ยุงคร่าชีวิตคนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยการกัดและแพร่โรคร้ายมาสู่คน ในอดีตไม่มีใครคาดคิดว่าแมลงตัวเล็กๆ จะสามารถคร่าชีวิตคนได้มากมาย จนกระทั่ง George Carmichael Low สามารถพิสูจน์ได้ว่า ยุงเป็นพาหะนำโรคเท้าช้าง หลังจากนั้นจึงมีการค้นพบโรคที่ยุงเป็นพาหะอีกหลายชนิด ที่รู้จักกันดี เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย และชิคุนกุนย่า เป็นต้น วิธีการหลากหลายถูกนำมาใช้จัดการกับยุง ซึ่งมีตั้งแต่วิธีการธรรมดาอย่างการกางมุ้ง ไปจนถึงวิธีการซับซ้อนอย่างการทำหมันยุงตัวผู้เพื่อลดประชากรยุงลง แต่วิธีที่คนทั่วไปนิยมใช้ที่สุดคือการใช้สารเคมีในการกำจัดยุง เพราะหาซื้อได้ง่าย ฉีดปุ๊บยุงตายปั๊บ ให้ผลรวดเร็วทันใจ อย่างไรก็ตามสารเคมีไม่สามารถป้องกันในระยะยาว หากต้องการกำจัดยุงในบริเวณกว้างจะต้องใช้สารเคมีปริมาณมาก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อแมลง และสัตว์อื่นๆ ทำให้เกิดปัญหาต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมตามมา นอกจากนี้การใช้สารเคมีในระยะยาวยังทำให้ยุงดื้อต่อสารเคมีอีกด้วย
นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาจุลินทรีย์ในดินและน้ำบริแวณแหล่งเพาะพันธุ์ยุง พบแบคทีเรียที่ทำให้ลูกน้ำยุงป่วยตาย โดยแบคทีเรียดังกล่าวไม่ทำอันตรายสัตว์อื่นๆ ในแหล่งน้ำ ถือได้ว่าเป็นคู่ปรับของยุงโดยเฉพาะ แบคทีเรียที่สามารถฆ่าลูกน้ำยุงได้นี้ คือ Bacillus thuringiensis และ Bacillus sphaericus ซึ่งที่จริงแล้ว B. thuringiensis มีการค้นพบมานานแล้วว่าสามารถฆ่าหนอนแมลงได้ แต่เป็นหนอนแมลงจำพวกผีเสื้อและด้วง จึงถูกนำไปใช้เป็นยาฆ่าแมลงในการเกษตรรวมทั้งสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่ ต้านทานแมลงได้ ดังนั้นเมื่อพบแบคทีเรียที่ฆ่าลูกน้ำยุงได้ จึงเกิดแนวคิดในการนำแบคทีเรียมาใช้จัดการกับยุงด้วย
อ่านต่อ >> วิชาการดอทคอม
ร่วมหนุนใช้ อาวุธประจำบ้าน ได้ทั้ง (แม่-ล
ก)ยุง