ความดีความชอบ บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม
เป็นเรื่องดีมากๆ ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กระจายยอดเงินที่ใช้ในการเลื่อนขั้นเงินเดือน รอบ 2/2553 ให้เกษตรอำเภอแต่ละท่านได้พิจารณาเพิ่มเงินเดือนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาภายใต้กรอบยอดเงินที่ได้รับการจัดสรร ถือเป็นการกระจายอำนาจที่สอดคล้องกับบทบาทของเกษตรอำเภอ ที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ที่ต้องนำพาทีมงานทุกคนเพื่อสร้างผลงานให้สมกับที่จังหวัดได้มอบหมาย
ถึงแม้การกระจายอำนาจดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องดี แต่หากกระบวนการพิจารณาความดีความชอบระดับอำเภอ ไม่สามารถสร้างความยอมรับภายในทีมงานได้ แสดงว่าเกษตรอำเภอในฐานะหัวหน้าทีมได้ทำลายโอกาสที่ได้รับ และคงยากที่จะนำพาทีมงานให้เดินไปสู่เป้าหมายของทีมได้
วิธีการสร้างความยอมรับ คือลดความคาดหวัง และลดความขัดแย้งในช่วงการประเมินผลการปฏิบัติราชการ โดยการมีส่วนร่วมในการกำหนดตัวบุคคลและจัดสรรความรับผิดชอบ ตลอดจนมอบหมายงานพิเศษ เพื่อให้บุคคลเป้าหมายมีผลงานที่เด่นชัด ไม่ขัดความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานที่จะได้รับการประเมิน “ดีเด่น” การดำเนินการขั้นนี้ต้องลงตัวภายในเดือนตุลาคม จะเป็นการดียิ่งกว่า หากได้ข้อสรุป ทั้ง 2 รอบการประเมิน การกำหนดตัวบุคคลเป้าหมายดีเด่นแต่เนิ่นๆ จะช่วยกระตุ้นการสร้างผลงานของทุกคนในทีมงานด้วย
ส่วนสำคัญที่มีความอ่อนไหวคือการคิด % การเพิ่มเงินเดือน ควรวางแนวทางที่เป็นรูปธรรม และทำความเข้าใจร่วมกันในทีมงาน ขอเสนอแนะไว้ ดังนี้
1) ตรวจสอบยอดเงินที่สำนักงาน ได้รับการจัดสรรจากจังหวัด เทียบ % กับยอดเงินเดือนรวมของทุกคนในทีม พิจารณาความสอดคล้องกับผลงานที่ผ่านมา ปริมาณงานที่ได้รับมอบหมาย เทียบเคียงกับสำนักงานอื่นๆ กรณีมีข้อจำกัด เช่น บางสำนักงาน ยอดเงินฐานคำนวณรวมสูงกว่าเงินเดือนรวมมาก อาจได้รับยอดเงินน้อย ต้องหารือกับจังหวัด
2) ทบทวน กรอบ ประกาศอัตราร้อยละของฐานคำนวณ ของกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด ประวัติการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งก่อน เป็นบรรทัดฐานในการคิดเลื่อนขั้นเงินเดือน
3) จัดสรรเงิน โดยยึดแนวทาง คือ
ขั้นที่ 1 กันเงินสำหรับระดับดีเด่น โดยคิด % ต่ำสุดระดับดีเด่นของฐานคำนวณสูงสุด เช่น ระดับดีเด่น ได้ 3.60 ถึง 5.00% กันเงินไว้ 30,600 X 3.60% = 1,101 บาท
ขั้นที่ 2 ถ้ามีระดับดี ให้ % สูงสุดระดับดี ของฐานคำนวณของผู้รับการประเมิน
ขั้นที่ 3 คิดเงินเพิ่มของระดับดีเด่น ให้ % โดยพิจารณาความสำเร็จของงานที่ได้รับ มอบหมายเป็นพิเศษ เช่น การประกวด การจัดงานคลินิก ฯลฯ ภายใต้วงเงินที่กันไว้ในขั้นที่ 1 หากผู้รับการประเมิน มีฐานคำนวณต่ำกว่า 30,600 บาท และผลงานไม่เด่นระดับจังหวัด ก็จะได้ % ไม่สูง จึงมีเงินเหลือเพิ่มสำหรับระดับดีมาก
ขั้นที่ 4 คิดเงินเพิ่มระดับดีมาก ให้ % สูงสุดในกรอบยอดเงินคงเหลือ และยอดเงิน บางส่วนที่ดึงคืนจากระดับดีเด่น (ต้องหารือกันในทีมงาน)
หากสำนักงานเกษตรอำเภอ ลองพิจารณาใช้แนวทางที่เสนอแนะ หรือคิดหาแนวทางอื่นที่ดีกว่า จนทำให้เกิดการยอมรับในทีมงาน ตลอดจนคณะกลั่นกรองระดับจังหวัด เชื่อแน่ว่าทีมงานของท่านจะประสบความสำเร็จ ทุกคนจะมีความสุข ไม่ครั้งนี้ ก็ครั้งหน้า...
1 ปี มี 2 รอบการประเมิน ปี 2553 ได้ผ่านไปแล้ว ถือเป็นการเรียนรู้วิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการแบบใหม่ ซึ่งทุกท่านน่าจะมีความเข้าใจกันบ้างแล้ว พอมีความเห็นเพิ่มเติมใหมครับ
สำนักงานเกษตรอำเภอคีรีรัฐนิคม
เสี่ยวิทย์ (รวบรวม)
ก็ต้องรอดูกันต่อไป ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงานนะ แต่บ่อยครั้งที่หมดกำลังใจทำไรไม่ได้เหมือนตอนอยู่ที่เดิม
ทำดีได้ดีเสมอ ถ้าเราขยันทำงานมีผลงานรับรองว่าต้องมีวันที่เป็นของเรา
การประเมินผล ครั้งที่ 2/2553 ได้ดิเด่นกันมาก
การได้ดีเด่นมากๆ ทำให้ไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง
คนที่ทำงานเด่นจริงๆ ส่งผลให้ % การเพิ่มเงินเดือน
ไม่สูงมาก เพราะต้องแชร์ในคนจำนวนมาก แต่การ
คงแนวทางนี้ เป็นผลดีกับ เด็กใหม่ๆ ที่มีฐานคำนวณ
สูงกว่าเงินเดือนที่ได้รับ
ที่สำคัญอาจส่งผลต่อมาตรฐานการทำงานในอนาคต
เพราะแค่ทำตามมาตรฐาน ก็สามารถเกาะกลุ่มดีมาก
หรือดีเด่น ได้ทุกคน น่าเสียดายโอกาสที่ไม่สามารถ
กระตุ้นให้มีการสร้างผลงานที่เป็นเลิศได้
รอบ 2/53ดีเด่นของสำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เพิ่มเงินเดือน 3.0-3.05%
ปีหน้า อยากให้ดีเด่นได้ 3.5-4.0%
โดยบวกพิเศษให้ผู้ที่มีผลงานดีเด่น
เจ้าของศูนย์บริการดีเด่น +0.5%
พัฒนากลุ่มดีเด่น +0.5%
การดำเนินโครงการหลักดีเด่น +0.5%
ดีเด่นอื่นๆ....... +0.5%
ทั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและการยอมรับในผลการประกวดต่างๆ
เห็นว่าจังหวัดให้อำเภอทำบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ รอบที่ 1/2554 กันแล้ว ครับ
แต่ที่สำนักงาน ยังเฉยๆ กัน
ในที่ประชุมสำนักงาน เดือนมกราคม 54 ที่คีรีรัฐนิคม ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการประเมินผล
และการจัดทำบันทึกข้อตกลง กะว่าหลังจากรับข้อมูลจากการ DW ที่ พืชสวนสุราษฎร์ ก็จะเร่ง
ทำบันทึกข้อตกลงให้สมบูรณ์ต่อไป
ฟังๆ ดู KPI และ Criteria (เกณฑ์การให้คะแนน) เริ่มๆ จะเข้าท่าขึ้นบ้างแล้ว
คงจะชัดมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ที่ใจผู้ปฏิบัติว่าจะยอมรับการแข่งขันโดยเอาผล
ของงานเป็นตัวตั้งได้เมื่อไร่ เมื่อนั้น หน่วยงานเราก็จะแข่งกันสร้างผลงาน
แข่งกันดีเด่น คงไม่เป็นไร
จากการเข้าร่วม สัมมนาประจำปี กษจ.สฎ. 13 ม.ค. 54
ฟังการนำเสนอ กรอบและตัวอย่างตัวชี้วัด ของพี่จรัล แล้ว
ยังไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ใด ที่จะมุ่งทำเกณฑ์การให้คะแนน
ให้ท้าทาย ทุกคนยังคงได้ ระดับ 5 ทุกๆ ตัวชี้วัด ลำบาก
ที่จะต้องออมๆ ผลงาน เพื่อให้คะแนนประเมินอยู่ที่ ดีมาก
วันนี้ทำร่างบันทึกข้อตกลง ของเกษตรตำบล
ชำนาญวิทย์ ทินวงค์ จำนวน 8 ตัวชี้วัด
1) ระดับความสำเร็จของศูนย์บริการฯ 20%
2) การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร 10%
ประจำตำบล
3) การรายงาน ศ.02 10%
4) การรายงาน รต.1/รต.2 10%
5) เอกสารองค์ความรู้ที่พัฒนาและผลการเผยแพร่องค์ความรู้ 10%
6) ระดับความสำเร็จของการพัฒนาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (GAP) 15%
7) ระดับความสำเร็จของการพัฒนาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (GAP ปาล์ม) 15%
8) การปฏิบัติตามขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2553 (กรณีพิเศษ) 10%
ต้องทำผลงานให้มีคะแนน 87-89 ยากกว่าให้ได้ 96 คะแนนเสียอีก
เห็นข้อตกลงของ กษจ. แล้ว
ต้องใช้เป็นแนว ล้อตามให้สอดรับกัน
อย่าลืม คำนวณยอดเงิน ร้อยละ 3 ของเงินเดือนของท่าน ว่าได้เท่าไร
ผมได้ 310 บาท
แล้วต้ังเป้าหมายการเลื่อนเงินเดือน รอบนี้ดู ถ้าระดับดีมากได้ที่ 3.5%
เพิ่มซัก 540 บาท ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว สำหรับคนดีเด่น เอาไป 3.6%