สภามหาวิทยาลัย  : 44. การนำเสนอเรื่องเพื่อการพัฒนาเชิงนโยบายในที่ประชุม

         คณะผู้จัดการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล กำลังหาวิธีสร้างคุณค่าของสภามหาวิทยาลัย ต่อบ้านเมือง
 
         ผมได้มี อีเมล์ (หมายความว่าเป็นการสื่อสารแนวราบ  ไม่เป็นทางการ) ไปยังหลายๆ ท่านในมหาวิทยาลัย ดังนี้

 เรียน ท่านเลขานุการสภาฯ และท่าน ผอ. กองที่เกี่ยวข้อง  และท่านผู้เกี่ยวข้อง

         ผมขอนัดประชุมหารือวิธีทำงานในการเตรียมวาระประชุมสภาทุกๆ ครั้ง     ซึ่งจะมีวาระที่ ๔ เรื่องเชิงนโยบาย ในทุกครั้งที่ประชุม
     วาระเรื่องเชิงนโยบายนี้จะเกี่ยวข้องกับการเตรียมข้อมูล      ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบเตรียมข้อมูลและนำเสนอในแต่ละครั้ง     และส่วนใหญ่จะต้องขอข้อมูลจากกองต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง     จึงน่าจะได้ปรึกษาหารือทำความเข้าใจกัน    จะได้ช่วยเหลือกันได้ดี      และทำให้กรรมการสภาเกิดความประทับใจ

          แต่ที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้สภาสามารถออกนโยบายเพื่อความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยมหิดลได้ดียิ่งขึ้น

          นัดวันที่ ๑๙ กค. ๔๙  หลังจากประชุมสภาเสร็จครับ    กะว่าใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็น่าจะพอ    เดิมว่าจะนัดก่อนเที่ยง แต่เกรงผมมาไม่ทัน   เพราะช่วงเช้าผมมีประชุมที่ สคส. ตลอดเช้าเลยครับ

          ผมเกรงใจเหมือนกัน ว่าหลังการประชุมสภาทุกคนก็เหนื่อยกันแล้ว     แต่ถ้าไม่รีบประชุม ก็หาเวลายาก    และไม่น่าจะปล่อยให้เนิ่นช้าเพราะเราต้องประชุมสภาทุกเดือน

         cc มาให้ท่านอธิการบดีทราบ เผื่อท่านมีคำแนะนำครับ

                                                        วิจารณ์

        หลังการประชุมหารือกันในวันที่ ๑๙ กค. ๔๙   ผมมีอีเมล์ออกไปตอนเช้ามืดวันที่ ๒๐ กค. ดังนี้  

        Subject: ประเด็นสำหรับเตรียม นำเสนอสภา

       เรียน ผอ. สายฝน และคุณมยุรี ที่นับถือ

         ตามที่คุยกันเมื่อวานเรื่องเตรียมหัวเรื่องใหญ่ๆไว้สำหรับนำเสนอสภาในวาระ "เรื่องเชิงนโยบาย" ไว้ล่วงหน้าเป็นปี    ให้ผู้รับผิดชอบนำเสนอได้เตรียมหาข้อมูล  ของทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล   และนำเสนอเป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ   สำหรับให้สภาได้ให้ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายนั้น
         เช้านี้ผมเห็นสารมหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับวันที่ ๑๕ กค. จึงเกิดความคิดว่าอาจมีหัวข้อต่อไปนี้
          ๑. อุบัติเหตุจราจร
          ๒. การดำเนินการลดการสูบบุหรีในประเทศไทย
          ๓. การแก้ปัญหาโภชนาการ
          ๔. เป็นต้น

        ยกตัวอย่าง    อุบัติเหตุจราจร  ต้องสอบถามดูว่าใคร/หน่วยงานใดบ้างใน มม. ที่ทำงานด้านนี้   คนที่รู้ดีคนหนึ่งคือ ศ. นพ. ไพบูลย์
สุริยะวงศ์ไพศาล (รามา)    ในสาร มม. ๑๕ กค. มีข่าว ผศ. นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ (รามา) ออกแบบหมวกกันน็อคเด็ก    ศ. นพ.
ประกิต วาทีสาธกกิจ ก็รู้เรื่องเยอะ    เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ - นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เป็นศิษย์เก่ามหิดล (รามา) ก็ประสานงานเรื่องนี้อยู่    ผู้จัดการ สสส. - นพ. สุภกร บัวสาย เป็นศิษย์เก่ารามา ดูแลการให้ทุนสนับสนุน  เป็นต้น 

        ผมมองว่ารองอธิการบดีฝ่ายวิจัยอาจเข้ามาดูแลประสานงานให้มีคนเตรียมภาพใหญ่ และภาพเชิงเปรียบเทียบ    มองบทบาทของ มม. ที่ผ่านมา (อย่าลืมงานทางสังคมศาสตร์ - มนุษยศาสตร์)    และเสนอแนะบทบาทของ มม. ที่น่าจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้เพิ่มขึ้น

        มองแบบนี้ เรามีประเด็นใหญ่ๆ มากมายที่จะศึกษาและนำเสนอสภามหาวิทยาลัย    แต่ต้องทำการบ้านเหนื่อยหน่อย    แต่ก็จะเกินคุ้ม

                          วิจารณ์

        หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง ผมก็ได้รับ อีเมล์ตอบตอน ๖.๒๐ น. ดังนี้

เรียน  ท่านนายกสภามหาวิทยาลัย ที่เคารพ

          หนูดีใจที่ท่านนายกสภาฯ มีแนวคิดดีๆ และพยายามที่จะให้เกิดการพัฒนาในมหาวิทยาลัยให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น     การดึงเอาศักภาพของแต่ละท่านให้มานำเสนอ และมีการเสนอแนวคิดเพื่อให้การพัฒนาต่อยอดออกไปเป็นเรื่องที่ดีมาก    

          สภามหาวิทยาลัยมหิดลในยุคนี้ จึงเป็นสภาฯ ที่มีคุณค่าและประโยชน์อย่างแท้จริง     มิใช่เพียงแค่ตรายาง หรือเครื่องมือของฝ่ายบริหาร อย่างที่ทุกคนเข้าใจ  

          นอกจากนี้  กรรมการสภาฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดนี้ต่างกระตือรือร้นที่จะร่วมเข้าประชุมมากขึ้น

          หนู และผอ.สายฝน จะร่วมกันประสานงานกับผอ.กองต่างๆ ตามที่ได้ตกลงกันในที่ประชุมเมื่อวานนี้  และจะสานแนวคิดของท่านนายกสภาฯ จากหัวข้อที่เสนอมา

          หนูยินดีและเต็มใจที่จะเหนื่อยเพื่อมหาวิทยาลัยของเรา  แม้ว่าจะต้องทำงานมากขึ้นและยากขึ้นก็ตาม  แต่คงจะเหนื่อยน้อยกว่าท่านนายกสภาฯ ที่จะต้องคิดในเรื่องต่างๆ ที่จะทำให้สภามหาวิทยาลัยมหิดลเกิดการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา 

ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
มยุรี 

          พอสายๆ วัน้ดียวกัน ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการสภา และเป็นคณะทำงานประสานงานเพื่อการพัฒนานโยบาย ของสภา (คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมเป็นประธานคณะทำงานชุดนี้)  ว่า     คณะทำงานได้ประชุมกันเมื่อวานเย็น     หลังเลิกประชุมสภา (หิวข้าวแทบตาย ไม่มีใครเลี้ยง)      มีข้อเสนอดีๆ มากมาย     รวมทั้งประเด็น "วาระเรื่องเชิงนโยบาย"     ซึ่งมีประเด็นหลักของหัวข้อถึง ๘ ประเด็นหลัก     ที่ผมยกตัวอย่างนั้นอยู่ในประเด็นหลักเดียวเท่านั้น

         เห็นไหมครับ    ถ้าเราทำงานเรื่องใหญ่ๆ เป็น     เราสามารถใช้เวลาไม่มาก ร่วมกันทำงานสร้างสรรค์ได้     เป็นการทำงานให้แก่องค์กรที่เรารัก     เป็นการทำเพื่อบ้านเมือง     ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเรา     เป็นเรื่องเชิงคุณค่าที่สูงส่ง    จะมี "พลังจากสวรรค์" มาสนธิเอง     เกิดการ "สนธิพลัง" (synergy) ที่จะเกิดผลที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิด 

         ในชั้นนี้เป็นการเอาเรื่องดีๆ มาเล่า    แต่จะเกิดผลจริงจังแค่ไหน ต้องรอดูต่อไปครับ

วิจารณ์ พานิช
๒๐ กค. ๔๙
ปรับปรุงเพิ่มเติม ๒๑ กค. ๔๙