หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
นายเฉลิมพล สนองคล้าย
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
บ้านหนองหม้อแกง หมู่ที่ 4 ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี
ประวัติความเป็นมา
สมัยก่อนเล่ากันมาว่า หมู่บ้านนี้มีหนองน้ำและมีปลาชุม ชาวบ้านเวลาหุงข้าวทำกับข้าว จะมาหาปลาในหนองน้ำนี้ คนละหม้อแกง หรือจับปลามาทำกับข้าวทีละหม้อแกงเท่านั้น เพราะว่าหนองน้ำมีปลาชุมมาก ดังนั้น ประชาชนก็เลยตั้งชื่อหมู่บ้าน หนองหม้อแกง จนถึงทุกวันนี้
ที่ตั้ง
บ้านหนองหม้อแกง หมู่ที่ 4 ตำบลอุทัยเก่า อยู่ห่างจากอำเภอหนองฉาง เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ห่างจากศาลากลางจังหวัดอุทัยธานีประมาณ 24 กิโลเมตร และมีอาณาเขตติดต่อกับตำบลต่างๆดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ หมู่ที่ 3 บ้านทุ่งหลวง ต.ทุ่งพง อ.หนองฉาง
ทิศใต้ ติดต่อกับ หมู่ที่ 5 บ้านวังพลับ ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ หมูที่ 3 บ้านคลองค่าย ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ 10 บ้านหนองจิกยาว ต.อุทัยเก่า อ.หนองฉาง
พื้นที่ตั้ง
บ้านหนองหม้อแกง หมู่ที่ 4 ตำบลอุทัยเก่า
มีพื้นที่ทั้งหมด - ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 648 ไร่
จำนวนประชากรของหมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน 40 ครัวเรือน
จำนวนประชากรทั้งหมด 185 คน แยกเป็น
ชาย 87 คน
หญิง 98 คน
สภาพภูมิประเทศ
เป็นที่ราบและทุ่งนา
หน่วยธุรกิจในหมู่บ้าน
-
กองทุนเงินล้าน
-
กองทุนเงินออมสัจจะ
-
กองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้าน
ข้อมูลอาชีพของหมู่บ้าน
อาชีพหลักได้แก่ ทำนา เลี้ยงสัตว์
อาชีพรอง ได้แก่ กลุ่มอาชีพรับจ้าง
สถาบันการศึกษา
โรงเรียนวัดหัวเมือง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต.อุทัยเก่า และโรงเรียนหนองฉางวิทยา อ.หนองฉาง
สถาบันและองค์กรทางศาสนา
วัดหัวเมือง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ต.อุทัยเก่า ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ
สาธารณสุข
มี อสม.ในหมู่บ้านจำนวน 5 คน
มี อสม.น้อยในหมู่บ้านจำนวน 3 คน
การคมนาคม
ถนนสายอำเภอหนองฉาง – ตลุกดู่ ผ่านในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่รถยนต์ , รถจักรยานยนต์
การโทรคมนาคม
มีการโทรคมนาคมเข้าถึงภายในหมู่บ้าน สะดวกสบาย
การไฟฟ้า
ภูมิภาค
แหล่งต้นน้ำตามธรรมชาติ
มีลำเหมืองป่าอ้อ และลำเหมืองกลาง ไหลผ่านเขตบริเวณหมู่บ้าน
รายชื่อคณะกรรมการประจำหมู่บ้าน
-
นายเร่ง รักสัตย์
-
นางชวนพิศ ทัศจันทร์
-
นางมลทิน เมืองจันทร์
-
นายสนิท ตราปัญญา
-
นายศิริ บุญอ่วม
-
นางสมหวัง สุวรรณศรี
-
นายชูศักดิ์ หนองคาย
-
นางสาวเรณู อุทัยเก่า
-
นายอุทิศ แก้วเกษ
ข้อมูลกลุ่มมวลชนจัดตั้ง
- อปพร. - ผู้ประสานพลังแผ่นดิน
- อสพป. - อสป.
ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ
กลุ่มสัตรีอาชีพทำขนม มีสมาชิก 20 คน มีการระดมหุ้นภายในกลุ่ม จัดตั้งกลุ่มในปี พ.ศ. 2549 ได้มีงบประมาณจากโครงการอยู่ดีมีสุข 30,000 บาท และโครงการจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 20,000 บาท
สภาพปัญหาของชุมชนที่เกิดขึ้น
1. ปัญหาด้านกายภาพ
1.1 ปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เกษตรกรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ทำนาข้าว ซึ่งใช้น้ำมากปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝน และน้ำจากเขื่อนทับเสลาที่ไหลผ่านลำคลองธรรมชาติ
1.2 ปัญหาคุณภาพและความเหมาะสมของดิน กลุ่มดินในหมู่บ้านเป็นดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนทราย
2. ปัญหาด้านชีวภาพ - การผลิตข้าวของเกษตรกร
2.1 ปัญหาการระบาดของโรคและแมลงในนาข้าว ซึ่งเกษตรกรยังขาดความรู้ด้านการป้องกันกำจัดตลอดจนมีความเชื่อที่ว่าใช้ยาหรือสารเคมีราคาแพง ๆ จะดีกว่าราคาถูก และใช้สารเคมีจะได้ผลบางครั้ง ส่วนมากเกษตรกรจะไม่ใช้ปุ๋ยน้ำจุลินทรีย์กำจัด
2.2 ปัญหาด้านการใช้เมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร ใช้เมล็ดพันธุ์จำนวนต่อไร่มากเกินไปทำให้ได้ผลผลิตต่ำ และผลผลิตไม่มีคุณภาพ
3. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ
3.1 ปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรในหมู่บ้าน ไม่มีที่ทำกินของตนเองต้องเช่าผู้อื่นทำ บางปีประสบภัยธรรมชาติ เกษตรกรก็ขาดทุน
3.2 ปัญหาหนี้สิน เกษตรกรในหมู่บ้านต้องกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ มาลงทุนทำการเกษตร
ลำดับความสำคัญของปัญหา
-
แหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร
-
โรคและแมลงศัตรูพืชระบาด ใช้สารเคมี
-
ไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง
-
ขาดเมล็ดพันธุ์ที่ดีปลูก
-
หนี้สินของเกษตรกร
-
ราคาผลผลิตตกต่ำขายไม้คุ้มกับการลงทุน
อัตลักษณ์ในหมู่บ้าน
บ้านหนองหม้อแกง ส่วนใหญ่ทำนาเกือบเต็มพื้นที่ ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว ประชากรเป็นคนไทยที่มีวิถีชีวิตเหมือนคนไทยในชนบททั่วไป ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา มีความชำนาญในการปลูกข้าว โดยพึ่งพาสิ่งแวดล้อม และมีกลุ่มต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการออมเงินช่วยเหลือกันหมู่บ้าน กิจกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน
บ้านหนองหม้อแกง มีการรวมกลุ่มทำขนมไทยเพื่อเสริมรายได้ให้แก่สมาชิกจึงมีอัตลักษณ์เป็น “หมู่บ้านขนมไทย”
บ้านหนองหม้อแกง มุงเน้นให้ชุมชนกำหนดจุดยืนของหมู่บ้าน ว่าในอีก 5 -10 ปีข้างหน้าหมู่บ้านหรือชุมชนมีเป้าหมาย ในการพัฒนาหมู่บ้านให้หมู่บ้าน/ชุมชน มีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ชุมชนแห่งการอนุรักษ์ ฯ ชุมชนแห่งภูมิปัญญาไทย ชุมชนแห่งการเรียนรู้ เป็นต้น ทำให้หลายหน่วยงานไม่ว่าหน่วยงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนให้ความสำคัญ จึงลงไปจัดทำแผนชุมชน ร่วมกับประชาชนในหมู่บ้าน โดยมุ่งเน้นเป้าหมายของหน่วยงานตนเองเป็นหลัก ทำให้แผนชุมชนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง กรมการพัฒนาชุมชน จึงกำหนดให้มีการบูรณนาการแผนชุมชนขึ้นในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้คอบคุม ทุกภาคส่วน โดยให้คณะกรรมการหมู่บ้านเป็นแกนนำ และมีคณะทำงานการขับเคลื่อนแผนชุมชนระดับหมู่บ้าน ตำบลเป็นผู้ประสานงานให้เกิดแผนชุมชนที่มีคุณภาพ
วิธีการดำเนินงานสู่การพัฒนาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข
การดำเนินงาน ของ บ้านหนองหม้อแกง สู่การพัฒนาเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข นั้น ใช้ กระบวนการมีส่วนร่วม ในการดำเนินงาน โดยเริ่มจาก มีส่วนร่วมในการทำแผนชุมชน เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทาง ในการพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาคน เศรษฐกิจ และสังคม ให้ชาวบ้านร่วมกันคิด ร่วมกันแสดงออก ร่วมกันแก้ไข ร่วมกันรับผิดชอบ ร่วมกันตรวจสอบ เพราะโดยลำพังเพียง ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ไม่สามารถทำได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบ และร่วมมือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน
ผลการดำเนินงาน
บ้านหนองหม้อแกง มีการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมต่าง ๆ ตามลักษณะกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งระดับหมู่บ้านและครัวเรือน ดังนี้
ด้านการลดรายจ่าย
ครัวเรือนในหมู่บ้านมีการปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพื่อบริโภค การรวมกลุ่มผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ชีภาพ สารชีวภาพป้องกันศัตรูพืชโดยลดการใช้สารเคมี เป็นการลดต้นทุนการผลิต สมาชิกในครัวเรือนได้ร่วมมือกันลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยยึดหลักแนวทางเสือ 4 ตัวของผู้ว่าราชการจังหวัดในการปฏิบัติ คือ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่เกี่ยวข้องกับพ่อค้าคนกลางที่ขาดคุณธรรม ลดสิ่งที่ฟุ่มเฟือย ไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุข และให้มีการประหยัดพลังงาน เช่น ไฟฟ้า น้ำ และน้ำมันเชื้อเพลิง
ด้านการเพิ่มรายได้
ครัวเรือนในชุมชนนอกจากประกอบอาชีพหลักด้วยการทำไร่ ทำนาแล้ว ยังมีการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือน เช่น การรวมกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การค้าขายของเก่า การจักสาน เลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก เลี้ยงสัตว์เป็ด ไก่ ตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นต้น และมีการลดต้นทุนการผลิตโดยทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสามารถปรับสภาพดินให้มีสมบูรณ์มากขึ้น
ด้านการประหยัดและการออม
บ้านหนองหม้อแกง ได้มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต เมื่อปี พ.ศ. 2544 ซึ่งทุกครัวเรือน ได้สมัครเป็นสมาชิกของกลุ่ม โดยมีวัตถุประสงค์การของจัดตั้ง คือ เพื่อให้ประชาชนรู้จักการออมเงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ทำให้เกิดความสามัคคีและรู้จักการทำงานร่วมกัน และส่งเสริมให้คนในหมู่บ้านได้จัดทำบัญชีรับ-จ่ายของครัวเรือน เพื่อให้ได้ทราบถึงสถานะการเงินของครัวเรือนตนเอง
ด้านการเรียนรู้
บ้านหนองหม้อแกง มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือน การจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิด และการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านโดยผ่านกระบวนการจัดทำแผนชุมชน ประชาคม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ส่วนร่วมในการคิดวิเคราะห์ แก้ไข ปัญหา ร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
บ้านหนองหม้อแกง และแกนนำของหมู่บ้านได้ร่วมกันรณรงค์ให้การปลูกต้นไม้เพื่อให้ความร่มรื่น เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดสภาวะโลกร้อน มีการร่วมกันรณรงค์ประหยัดพลังงาน เช่น ไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้นยังได้รณรงค์ให้มีกิจกรรมการดูแล รักษาความสะอาดภายในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันพัฒนา ปรับสภาพภูมิทัศน์ เนื่องในวันสำคัญต่างๆเช่น วันแม่แห่งชาติ วันพ่อแห่งชาติ ฯลฯ
ด้านการเอื้ออารีต่อกัน
บ้านหนองหม้อแกง คณะกรรมการบริหารเงินทุนในชุมชนได้มีการจัดสรรผลกำไรจากการบริหารเพื่อช่วยเหลือจัดเป็นสวัสดิการให้แก่คนในหมู่บ้าน เช่น ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กที่ครอบครัวมีรายได้น้อย ดูแลผู้สูงอายุ สนับสนุนทุนในการแข่งขันกีฬาของเยาวชน เป็นต้น
ซึ่งการดำเนินกิจกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ส่งผลทำให้บ้านสุขฤทัยเป็น หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ตามแนวทางการปฏิบัติของกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งค่านิยมของหมู่บ้าน ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกหมู่บ้านพึงปรารถนาต้องการใช้เป็นแนวทาง เป้าหมายในการที่จะปลูกฝังให้คนในหมู่บ้านนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ซึ่งค่านิยมของ บ้านหนองหม้อแกง นี้สามารถเป็นปัจจัยที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาให้เป็นไปได้อย่างยั่งยืน โดยยึดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาสู่หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข และชุมชนที่เข็มแข็ง
จากการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ของ บ้านหนองหม้อแกง ส่งผลให้
ประการแรก ด้านเศรษฐกิจชุมชน บ้านสุขฤทัย ครัวเรือนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการสร้างรายได้เสริมเพิ่มจากรายได้หลักจากการทำไร่ ทำนา ด้วยการ รวมกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ปั่นเม็ดจำหน่าย รวมกลุ่มจัดตั้งร้านค้าชุมชน ชุมชนมีการออม เพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ได้แก่ จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต
ประการที่สอง ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บ้านหนองหม้อแกงมีการรณรงค์ปกป้องการตัดไม้ทำลายป่า และร่วมกันปลูกป่าในหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นการช่วยเรื่องรักษาสภาพดิน รักษาสภาพแวดล้อม ได้อย่างยั่งยืน
ประการที่สาม ด้านสุขภาพอนามัย
บ้านหนองหม้อแกง มีระบบประปาที่สะอาด และเพียงพอกับความต้องการในชุมชน มีการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก และไข้หวัดใหญ่ 2009 อย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านช่วยกันรักษาความสะอาด กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย อีกทั้งการที่ชาวบ้านในชุมชนร่วมกันใช้ปุ๋ยอินทรีย์ปั่นเม็ด ที่ทางกลุ่มผลิตเองนั้น ส่งผลให้ชาวบ้านไม่ได้รับอันตรายจากการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร
ประการที่สี่ ด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี
บ้านหนองหม้อแกง มีประเพณีวัฒนธรรม ที่สืบสานมาแต่สมัยบรรพบุรุษ ดั้งเดิมตามวิถีชีวิต ที่ผูกพันกับธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำมาหากินที่ทุกคนในหมู่บ้านจะใช้วิธีการลงแขก คือทุกคนมาช่วยกันโดยไม่คิดค่าแรง เจ้าของงานจะเลี้ยงข้าวปลา อาหาร เวลาเย็นจะมีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชน และความเชื่อเรื่องการนับถือบรรพบุรุษ การเคารพเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ความกตัญญู รู้คุณ
ประการที่ห้า ด้านการพัฒนาคนในชุมชน
บ้านหนองหม้อแกงมีการพัฒนาผู้นำชุมชน และสมาชิกในชุมชน อยู่เสมอ โดยการเข้ารับการอบรม ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ มีการนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดต่อๆกัน และมีการบันทึกจัดเก็บองค์ความรู้ต่างๆไว้ที่หมู่บ้านด้วย
ประการที่หก ด้านการบริหารจัดการชุมชน
บ้านหนองหม้อแกง มีการจัดประชาคมทำแผนชุมชน ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม นำเสนอปัญหาและความต้องการของชุมชนเอง มีการจัดเก็บและใช้ข้อมูล จปฐ.และกชช.2ค ในการวางแผนพัฒนาหมู่บ้าน กลุ่ม/องค์กรต่างๆในหมู่บ้านมีการบริหารจัดการที่ดี คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม มีการจัดสวัสดิการภายในชุมชน เช่น ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ครอบครัวมีรายได้น้อย ดูแลผู้สูงอายุ สนับสนุนทุนในการแข่งขันกีฬาของเยาวชน
ประการสุดท้าย ด้านความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
บ้านหนองหม้อแกง มีการจัดตั้งเวรยามเพื่อตรวจตรา สอดส่อง ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ไม่มีสถานที่สุ่มเสี่ยง ไม่มีเยาวชนมั่วสุม เสพยา จึงไม่มีปัญหาการลักขโมย หรืออาชญากรรมร้ายแรงใดๆ
ผู้ให้ข้อมูล นายเกียรติพงษ์ ประทีป
ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน บ้านหนองหม้อแกง
นายนิมิต กลายสุข
นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองยาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี
ประวัติศาสตร์ชุมชน
บ้านหนองกระทุ่ม เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคนตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกที่ไทยทำการรบพุ่งกับพม่า สาเหตุเพราะมีประชาชนจำนวนมากของชุมชนที่เป็นชนกลุ่มน้อยหนีสงครามมาตามลุ่มน้ำสายต่าง ๆ และลัดเลาะมาตามสายน้ำต่าง ๆ จนมาพบแหล่งดินดำ น้ำชุ่ม สภาพพื้นที่เป็นป่าโป่ง หนองน้ำ ลักษณะรูปแอ่งกระทะ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชพรรณธัญญาหารต่าง ๆ
หลักฐานที่พบและพอจะยืนยันความเป็นมาของชุมชนได้ก็คือ ซากคันดินที่ขุดทำไว้เพื่อป้องกันภัยในป่าละเมาะที่เรียกว่า “ดงคู” และหลักฐานอีกประการที่ยืนยันว่าเป็นชุมชนกลุ่มน้อยคือ “ชาวมอญ” เนื่องจากคนในชุมชนมีความเชื่อเรื่อง “ภูตผีปีศาจ” โดยเฉพาะ “ผีมอญ” ซึ่งเป็นผีของบรรพบุรุษที่นับถือสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน และยังมีกลุ่มชนชาวจีนที่มาตั้งรกรากเพื่อประกอบสัมมาอาชีพปะปนอีกไม่ใช่น้อย สังเกตจากหลายครอบครัวที่เป็นประชากรของชุมชนมีนามสกุลเป็น “แซ่” เช่น แซ่ด่าน, แซ่เล้า เป็นต้น
ถึงแม้ว่าจะเป็นชุมชนที่อยู่รวกกันหลายเผ่าพันธุ์ก็ตาม ก็อยู่กันอย่างสงบสุขต่างพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกันดังจะเห็นจากกิจกรรมหลาย ๆ กิจกรรมอาทิเช่น การลงแขกดำนา เกี่ยวข้าว นวดข้าว และอื่น ๆ ตลอดกิจกรรมด้านประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน ก็เป็นกิจกรรมแบบกัลยาณมิตร ช่วยเหลือเกื้อกูล จริงใจ
อนึ่ง อีกเมื่อปี พ.ศ.2457 มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. การปกครองท้องถิ่นขึ้นมาบ้านหนองกระทุ่มจึงมีการปกครองโดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นครั้งแรกคือ
1. ผู้ใหญ่วงศ์ -
2. ผู้ใหญ่เหว่า ปิ่นจันทร์
3. ผู้ใหญ่เจริญ วัตถุภาพ
4. ผู้ใหญ่ถนอม รัตนพัฒน์
5. ผู้ใหญ่ชั้ว ยุยง
6. ผู้ใหญ่อวบ โพธิ์พงษ์
7. ผู้ใหญ่เที่ยง ยุยง
8. ผู้ใหญ่เจริญ อินต๊ะปาน
9. ผู้ใหญ่สาคร อำภา (ปัจจุบัน)
ที่ตั้งของหมู่บ้าน มีอาณาเขต ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองยาง
ทิศใต้ ติดต่อกับ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ตำบลหนองยาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 ตำบลหนองนางนวล
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลหนองยาง
พื้นที่
บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 2 ตำบลหนองยาง
มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 1,736 ไร่ พื้นที่ ร้อยละ 80 ของพื้นที่เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร และ ร้อยละ 20 เป็นที่อยู่อาศัย
จำนวนประชากรของหมู่บ้าน
จำนวนครัวเรือน 63 ครัวเรือน
จำนวนประชากรทั้งหมด 269 คน แยกเป็น
ชาย 131 คน
หญิง 138 คน
สภาพภูมิประเทศ
บ้านหนองกระทุ่ม มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบเอียง สูงจากน้ำทะเล 48 เมตร
สภาพภูมิอากาศ
บ้านหนองกระทุ่ม มีสภาพอากาศแบบร้อนและแห้งแล้ง
หน่วยธุรกิจในหมู่บ้าน
ร้านค้าของชำ จำนวน 3 แห่ง
ปั๊มน้ำมันหลอด จำนวน 2 แห่ง
ซ่อมเครื่องจักรกล จำนวน 2 แห่ง
ข้อมูลอาชีพของหมู่บ้าน
อาชีพหลักได้แก่ อาชีพด้านเกษตรกร
อาชีพรอง ได้แก่ อาชีพด้านค้าขาย รับจ้าง ช่างยนต์ เย็บผ้า
สถาบันการศึกษา
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัดหนองมะกอก
สถาบันและองค์กรทางศาสนา
วัดจำนวน 1 แห่ง คือ วัดหนองมะกอก
สาธารณสุข
ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน (ศสมช.) จำนวน 1 ศูนย์
สมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 4 คน
การคมนาคม
ถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ จำนวน 1 เส้น ระยะทาง 550 เมตร
ถนนลาดยาง จำนวน 1 เส้น ระยะทาง 2,500 เมตร
ถนนลูกรัง จำนวน 1 เส้น ระยะทาง 2,500 เมตร
การโทรคมนาคม
โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน 1 เครื่อง
การไฟฟ้า
ไฟฟ้าสาธารณะ จำนวน 5 แห่ง
ไฟฟ้า กฟภ. จำนวน 62 ครัวเรือน
ไฟฟ้า โซล่าเซลล์ จำนวน 2 ครอบครัว
แหล่งต้นน้ำตามธรรมชาติ
จำนวน 1 แห่ง คือ ห้วยขวี
แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น
- สระน้ำสาธารณะ จำนวน 1 แห่ง (ขนาด 15 ไร่)
- ลำเหมืองสาธารณะ จำนวน 6 สาย
รายชื่อคณะกรรมการประจำหมู่บ้าน
ผู้นำท้องถิ่น
1. นายสาคร อำภา ผู้ใหญ่บ้าน
2. นายสมคิด โพธิ์พงษ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
3. นางน้ำทิพย์ จิระปาน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
4. นางวงษ์ พุฒแก้ว สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
5. นายสุวรรณ เทียนลำ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
6. นางพนม รัตนพัฒน์ ผู้นำชุมชนเข้มแข็ง
คณะกรรมการหมู่บ้าน
1. นายตังกวย มโนธรรมวิวัฒน์
2. นายเล็ก ไผ่พงษ์
3. นางอำนวย เทียนลำ
4. นายปรีชา วัตถุภาพ
5. นายชะอุ้ม เสลา
6. นายวิเชียร นนทลักษ์
7. นางชวนชื่น เพ็งพะยม
ข้อมูลกลุ่มมวลชนจัดตั้ง
ที่ |
ชื่อกลุ่ม |
ปีจัดตั้ง |
หน่วยงานสนับสนุน |
งบสนับสนุน |
วัตถุประสงค์ |
1 |
กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ |
2543 |
ชุมชน |
- |
ออมทรัพย์ |
2 |
กองทุนหมู่บ้าน |
2544 |
ชุมชน |
1,000,000 |
เพิ่มรายได้ |
3 |
โครงการมิยาซาว่า |
2543 |
ชุมชน |
100,000 |
กระตุ้นเศรษฐกิจ |
4 |
โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ |
2545 |
อบต.หนองยาง |
100,000 |
กระตุ้นเศรษฐกิจ |
5 |
โครงการ กข.คจ. |
2543 |
ชุมชน |
280,000 |
แก้ไขความยากจน |
6 |
โครงการ SML |
2548 |
ปกครอง |
200,000 |
กระตุ้นเศรษฐกิจ |
7 |
โครงการธนาคารข้าว |
2540 |
เกษตร |
925 |
ช่วยเกษตรกร |
8 |
โครงการสงเคราะห์ราษฎร |
2541 |
สงเคราะห์ |
13,112 |
ช่วยประชาชน |
9 |
โครงการแม่บ้านเกษตรกร |
2543 |
เกษตร |
20,000 |
ช่วยเกษตรกร |
10 |
โครงการอยู่ดีมีสุข |
2550 |
ปกครอง |
70,000 |
กระตุ้นเศรษฐกิจ |
11 |
โครงการพัฒนาสัตรี |
2549 |
อบต.หนองยาง |
2,040 |
กลุ่มสัตรี |
12 |
โครงการ พพพ. |
2550 |
ปกครอง |
200,000 |
กระตุ้นเศรษฐกิจ |