ทริปนี้ที่ภูสอยดาว...

 

 

        ทริปเที่ยวภูสอยดาวครั้งนี้เป็น เป็นทริปตั้งแต่ปี 2549 แต่เก็บภาพ บรรยากาศและความทรงจำเล็กน้อยๆมาเล่าสู่กันฟังครับ ผมกับเพื่อนๆ สาขาเดียวกันสามคนไปเที่ยวภูกระดึงฉลองขึ้นปีใหม่ 2549 หลังจากกลับภูกระดึงมาได้ห้าหกวัน  เพื่อนๆ กลุ่มเดิมนั่นล่ะครับก็ชวนไปเที่ยวภูสอยดาวกันอีก แต่คราวนี้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเป็นอีก 1 คน เป็นเพื่อนอารมณ์ศิลป์จัดจากสาขาสัตว์ศาสตร์ ไม่มีการขัดคอกันหรอกครับเรื่องเที่ยว

 

        เราเริ่มออกเดินทาง ด้วยรถแมงกะไซคู่ชีพกันตั้งแต่เช้าตรู่ ระยะทางก็ไกลพอสมควรครับก็แวะพักกันไปเรื่อย มาถึงตัวอำเภอน้ำปาดบ่ายกว่าๆครับ  เราแวะซื้ออาหารการกินเพื่อจะไปทำอาหารตอนก่อกองไฟกันด้วย ที่ได้มาก็มี หน่องไก่ ปีกไก่ ปลาสด ข้าวเหนียวนึ่งแล้ว แคปหมู น้ำดื่ม และที่ขาดไม่ได้น้ำมันเติมรถของเราเตรียมใส่ขวดไปด้วยครับ เพราะแม่ค้าแถวนั้นว่าทางข้างหน้าไม่ค่อยมีปั๊มเติมน้ำมันก็เตรียมกันไปครับ เส้นทางที่ผ่านหลังออกจากตลาดอำเภอน้ำปาดมีโค้งหลายร้อยโค้งเลยล่ะครับ ขึ้นๆ ลงๆ เนิน ผมกลัวเบรกรถไม่อยู่จะตาย สองข้างทางบางช่วงเป็นเหวด้วยลุ้นระทึกดีครับ ตอนผมไปสภาพถนนไม่ค่อยดีเลย

 

(อาหารเราเป็นปิ้งไก่ ปลาย่าง ข้าวเหนียวจี่ด้วยแซ่บหลายครับ)

 

        เราถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว เกือบสามโมงเย็นโน่นล่ะครับ เย็นนั้นเราไม่ได้ขึ้นภูกันเลยหรอกครับ เราพักกางเต็นกันบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั่นล่ะครับ  ซึ่งมีนักท่องเที่ยวกันมากพอสมควรจนเกือบเต็มพื้นที่ให้กางเต้นของศูนย์เลยล่ะครับ แต่เราก็ได้บริเวณริมธารไกลกับคนอื่นพอสมควรครับ ผมชอบครับบรรยากาศดีจังเลย  หลังจากนั้นก็ช่วยกันกางเต็น  เพื่อนผู้หญิงอาสาเป็นแม่ครัวเองครับ หมักไก่ ปลาย่างกินกันในตอนค่ำ ผมก็หากิ่งไม้ ฟืนเล็กๆ แถวนั้นล่ะครับเพื่อมาใช้ก่อกองไฟกัน เสร็จแล้วก็ทยอยกันไปอาบน้ำเพื่อนผู้หญิงอาบที่ห้องอาบน้ำของศูนย์ฯ ส่วนผมกับเพื่อนก็อาบกันตรงริมธารที่เต็นนั่นล่ะครับ น้ำเย็นจนเกินไปหน่อยครับ ออกจะหนาวเลยดีกว่า แช่ได้ไม่นานหรอกครับ รีบมาเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน (อากาศมันหนาวครับ)

 

        จนบรรยากาศเริ่มมืดลง กองไฟน้อยๆ ของเราก็เริ่มส่งแสงพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ของไก่ และปลาย่างที่เรานำไปด้วยอร่อยครับ รวมถึงส้มตำรสแซ่บจากร้านอาหารของศูนย์ มีเสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุเล็กๆ ที่ปกติเราใช้เวลาลงฟาร์มขึ้นแปลงกัน เหนื่อยก็เหนื่อยครับ แต่ก็มีความสุขครับ คืนนั้นเรานอนใต้ผ้าห่มผืนบางๆ ที่เตรียมไปด้วยความสุขครับ แม้มันจะหนาวอยู่ซักหน่อย แต่ก็มีเสียงน้ำไหลฟังเพลินๆ หลับไปไม่รู้ตัวเลยล่ะครับ คงเป็นเพราะเราเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวันมั้งครับ

 

(ถ่ายกับไอ้เบนสาวโคราชที่ศูนย์บริการฯ ด้านล่าง)

 

(บริเวณน้ำตกด้านล่างล่ะครับ)

 

        มาเที่ยวครั้งนี้เราไปกันไม่ถึงยอดภูสอยดาวกันหรอกครับ ไอ้เบนขามันเจ็บมั้งครับคงเป็นผลมาจากการขึ้นภูกระดึงกันมาก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แต่เราก็มีโอกาสเดินสำรวจธรรมชาติในพื้นราบกันพอสมควร ชื่นชมธรรมชาติ เล่นน้ำตกกันเล็กๆน้อยๆ แต่ก็มีความสุขกันมากๆ ครับ คิดว่าแค่อยากมีโอกาสมาใกล้ชิดธรรมชาติแบบนี้บ่อยๆ เท่านั้นเอง

 

        เราออกเดินทางจากศูนย์บริการฯ ของภูสอยดาวในตอนสายๆ และแวะเที่ยวเขื่อนสิริกิติ์ เราโชคดีมากๆ ครับที่ได้นั่งเรือของการไฟฟ้า(ปกติไม่ค่อยเปิดบริการนักท่องเที่ยวประจำ) ชมเขื่อนที่นี่ด้วยครับ รู้สึกจะคนล่ะ 70 หรือ 100 ผมไม่แน่ใจ จำไม่ได้ครับ

 

(ขากลับเราแวะเที่ยวที่เขื่อนสิริกิติ์กันด้วยครับ)

 

        ถึงทริปนี้เราจะไม่ได้ไปถึงยอดภูสอยดาวอย่างที่หวัง แต่สิ่งเราได้รับก็คือความสุข  มิตรภาพและไมตรี ความสนุกสนานตามประสานักศึกษาที่ชอบท่องเที่ยวป่าเขาลำเนาไพร  ทุกวันนี้ผมนึกตลอดอยากย้อนเวลากลับไปเที่ยวแบบสมัยที่เรายังเรียนกัน ไปเที่ยวป่ากันหลายแห่งมากๆ บางครั้งก็ไปกลุ่มเล็กๆ บางครั้งก็กลุ่มใหญ่ ความทรงจำช่วงนั้นมันมีความสุขดีครับ ทุกวันนี้โอกาสที่เราจะเจอกันกับเพื่อนๆ ยากมาก บางคนมีงาน มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น

 

        แต่ผมก็เชื่อเสมอว่าคงมีซักวันที่ผมและเพื่อนๆ คงได้กลับไป ทัวร์นกขมิ้น กันอีกซักครั้ง....