เรามีความรู้แบบองค์รวมพอสมควรและที่สำคัญเรามีแพทย์แผนไทย ซึ่งน่าจะเป็นจุดเน้น(ธาตุเจ้าเรื่อนกับการเลือกกินอาหารซึ่ง น่าจะแยกแยะได้ง่ายในแหล่งและประเภทที่ชาวบ้านกินกันทุกวัน)
ดูทั้งหมด

           เราใช้งบประมาณไม่น้อยในการจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ แต่เนื้อหาโดยส่วนใหญ่ของกิจกรรมมักจะมุ่งเน้นไปที่การให้ความรู้(แบบอัดแน่น) เหมือนกับว่าในสมองของประชาชนที่เราเกณฑ์มาไม่มีความรู้ด้านสุขภาพอยู่เลย วันนี้ที่นี่ เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเองโดยเราวางแผนการชักชวนกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการคัดกรอง ตามโครงการของ สปสช. ให้เข้ามาร่วมกระบวนการค้นหาแนวทางพัฒนาตนเองโดยมีหลักการว่า เราจะเป็นเพียงผู้จุดประกายและเป็นพี่เลี้ยงในการค้นหาตนเองของกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้

          งานเริ่มด้วยการสำรวจความพร้อมของพวกเราเอง พบว่าเรามีความรู้แบบองค์รวมพอสมควรและที่สำคัญเรามีแพทย์แผนไทย ซึ่งน่าจะเป็นจุดเน้น(ธาตุเจ้าเรื่อนกับการเลือกกินอาหารซึ่ง น่าจะแยกแยะได้ง่ายในแหล่งและประเภทที่ชาวบ้านกินกันทุกวัน)

          สถานที่ใช้ชั้นบนของ รพสต.ซึ่งทะลุเป็นห้องกว้าง อยากให้บรรยากาศสบายสบาย ผ่อนคลาย

          เอกสารจัดทำเป็นสมุดบันทึกขนาด A4 พับครึ่ง 5 แผ่น ใส่ความรู้เรื่องสมุนไพรใกล้ตัว 2-3 ชนิด และภาพการออกกำลังกายที่อยากให้รู้

          ผมอยากรู้ว่าประชาชนในเขตรับผิดชอบของผมส่วนใหญ่กินอะไรในแต่ละวัน จึงออกเป็นแบบสอบถามตั้งใจให้กรอกว่าเมื่อวานท่านกินอาหารแต่ละมื้อเวลาเท่าไหร่ อะไรบ้าง ปริมาณเท่าใด ไหนๆจะถามแล้วเลยถือโอกาสประเมินความเครียดไปด้วยซะเลย ใช้เวลาหาใน Google ไม่นานก็ได้แบบมาตรฐานมา

           เริ่มกระบวนการ   ด้วยการแนะนำตัว ทำ BAR กันสักหน่อย ส่วนใหญ่พูดเหมือนโปรแกรมกันมาแล้วว่ามารับความรู้ จะมีต่างบ้างก็คือลงรายละเอียดว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับ เบาหวาน ความดัน มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น ผมให้ทุกคนนึกถึงความสุขสมัยวัยเด็กแล้ววาดออกมาเป็นภาพ มีคำถามว่าทำไมต้องวัยเด็ก ก็เลยเปลี่ยนเป็นวัยในก็ได้ที่นึกขึ้นมาแล้วมีความสุข วาดเสร็จก็พักทานอาหารว่าง(เป็นน้ำสมุนไพร) กลับมาต่อด้วยจับคู่ข้ามหมู่บ้านส่งมอบความสุขผ่านการเล่าเรื่อง บรรยากาศค่อนข้างสนุกสนาน เมื่อเล่าจบรวมกลุ่มใหญ่ก็ให้ตัวแทนหมู่ละ ๑ คน ออกมาพร้อมภาพของเพื่อนที่เล่าให้เราฟังแล้วถ่ายทอดให้กลู่มใหญ่ฟัง หมดเวลาพักเที่ยงพอดี

            บ่ายเราเริ่มด้วย โปรแกรมผ่อนพักตระหนักรู้ ใช้เวลาประมาณ สามสิบนาที ทุกคนลุกขึ้นมาด้วยท่าทีกระปรี้กระเป่า จากนั้นก็เป็นบทบาทของหมอตุ้ม แพทย์แผนไทยของเราที่มาแบ่งกลุ่มตามธาตุของผู้ร่วมกิจกรรม(ดิน น้ำ ลม ไฟ) และบรรยายทำความรู้จักธาตุของตนเอง เป็นที่สนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อถึงตอนบรรยายถึงสมรรถนะของแต่ละธาตุ

      จบลงด้วยการบ้านที่ให้ทุกคนนำพืชผักที่เหมาะสมกับธาตุของตัวเองมาด้วยในวันพรุ่งนี้ หรือจะเอามาเผื่อเพื่อนธาตุอื่นด้วยก็ไม่ขัดข้อง