267. เส้นประสาท กดทับบริเวณข้อมือ

ในปัจจุบันโรคอีกชนิดหนึ่ง

ที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนทำงาน คือ

 

                        

         “โรคเสันประสาทกดทับบริเวณข้อมือ (carpal Tunnel หรือ CTS )  พบมากในผู้ที่ใช้มือทำงานมากๆเช่น  กลุ่มแม่บ้านที่ทำกับข้าว ซักผ้า  ถักนิดติ้ง และคนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือคีย์บอร์ด นั้นมักจะใช้มือหรือข้อมือในท่าเดิมๆในการหมุนหรือจับเมาส์หรือกดคีบ์บอร์ด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดพังผืดตรงบริเวณช่องเส้นเอ็น  ซึ่งโรคดังกล่าวนั้นเป็นอาการที่เกิดจากเส้นประสาทมีเดียน (median nerve)  ถูกกดทับบริเวณข้อมือ

 

           สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเส้นเอ็นบริเวณข้อมืออับเสบ ทำให้เส้นเอ็นบวมมีขนาดใหญ่ขึ้น มีผลให้ช่องว่างในข้อมือมีขนาดเล็กลง เส้นประสาทจึงถูกเบียดหรือถูกกดทับเส้นประสาทมีเดียน ผ่านช่องข้อมือแขนงไปยังนิ้วหัวแม่มือ  นิ้วชี้  นิ้วกลาง  และนิ้วนางนิ้ว  หัวแม่มือ เมื่อถูกกดทับทำให้มีอาการปวดและชาตามนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วก้อย หรือ นิ้วนาง ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับนานๆ กล้ามเนื้อบริเวณ ฝ่ามือ ด้านนิ้วหัวแม่มือจะลีบเล็กลง

 

           ซึ่งอาการเหล่านี้ พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย พบในวัยกลางคน 30-50 ปี (หากพบในหญิงตั้งครรภ์อาการอาจหายเองได้หลังคลอด) หรือสามารถพบได้ในคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์   โรครูมาตอยด์   มีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป โดยอาการ ที่พบบ่อย คือ ชานิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง (Numbness) มีอาการ ปวด เสียวคล้ายไฟช็อต(Tingling)  และปวด(Pain) บริเวณข้อมือ มือ นิ้วมือ   อาจปวดขึ้นตามแขนถึงไหล่  มักมีอาการเวลากลางคืน  เวลาทำงาน  ทำอาหาร  โทรศัพท์   เขียนหนังสือ  ขับรถ หรือเมื่อใช้ข้อมือมาก  เช่น อุ้มลูก  ยกของ  บางครั้งทำให้ต้องตื่นมากลางคืน เนื่องจาก มีอาการปวดและชาฝ่ามือมาก ต้องสะบัดมือหรือนวดมืออาการถึงจะทุเลา

 

                 เส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ

 

การรักษา แบ่งออกเป็น 2 แนวทางด้วยกัน คือ

 

1. การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งอาจรักษาด้วยวิธีการทานยา เพื่อลดอาการอักเสบและบวม   ใช้อุปการณ์พยุงข้อมือ เพื่อลดการอักเสบโดยจำกัดการเคลื่อนไหวข้อมือ หรือหากไม่ทุเลา แพทย์อาจพิจารณาฉีดยารักษาเฉพาะที่ 

2.   การรักษาโดยการผ่าตัด จะใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดก็ต่อมื่อรักษาด้วยวิธีการข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการชาหรือปวดมากขึ้น หรือมีอาการลีบ  ของกล้ามเนื้อฝ่ามือด้านนิ้วหัวแม่มือ ต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

 

          ดังนั้นจึงควรป้องกันอาการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อมือ โดยปรับวิธีการทำงาน การใช้ข้อมือ โดยปรับโต๊ะทำงาน ปรับคอมพิวเตอร์ ให้เหมาะสมกับการทำงาน ไม่อยู่ในท่างอ หรือ กระดูกข้อมือตลอดเวลา และหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถ ในการทำงานบ่อยๆ หากดูแลตนเองเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์

                 

                                      

 

ข้อมูลโดย  ผู้ช่วย ศาสตราจารย์

          นายแพทย์ จิระเดช ตุงคะเศรณี 

          ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ

          โรงพยาบาลพญาไท2

 

       

 ผู้เขียน ในคอลัมม์  ชีวิตและสุขภาพ

      ในหนังสือ  พิมพ์เดลินิวส์

      โดย  นายแพทย์ สุรพงศ์  อำพันวงษ์

 

 ขอบคุณภาพมือจาก  อินเตอร์เน็ต