ท่องเมืองเซี่ยงไฮ้ วันที่ 18 - 19 กันยายน พ.ศ. 2553

"ท่องเมืองเซี่ยงไฮ้...วันที่ 18 - 19 กันยายน พ.ศ. 2553..."

เมื่อคืนวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553 พักที่โรงแรม HANGZHOU ZHI JINGANG
XIGANG HOTEL เมืองหังโจว ตอนเช้าออกเดินทางสู่เมืองอู๋ซี
หรือมีฉายาว่า "เซี่ยงไฮ้น้อย"ตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซู
เมืองโบราณที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน
ครั้งแรกจะเดินขึ้นไปนมัสการพระใหญ่หลินซานต้าฝอ แต่ดูท่าทีแล้ว คงไม่ไหว
เลยต้องเหมารถเพื่อไปส่งที่ใกล้ ๆ บันไดทางขึ้น...
พระใหญ่หลินซานต้าฝอ ณ วัดหลิงซาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สูง 88 เมตร
เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ ลักษณะพระพักตร์สง่างาม...
ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของพระศักดิ์สิทธิ์ของจีน สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์สูงที่สุดในโลก...
มีบันไดทางขึ้น ประมาณ 365 ขั้น เท่ากับจำนวนวัน 365 วัน เท่ากับ 1 ปี
เมื่อเห็นครั้งแรก ตั้งใจที่จะขึ้นไปให้ได้...มีน้อง ๆ ถามตลอดทางว่า เดินขึ้นไหวหรือไม่...
ในเมื่อจิตตั้งมั่นว่าไหว...ผู้เขียนก็ตอบว่า..."ไหว"...แต่การขึ้นไปขาทั้งสองข้างหนักมาก ๆ
ลักษณะขาจะแข็ง ๆ ทำให้ก้าวได้ช้ามากก็แปลกที่ทำไมในใจไม่เป็นไร...ไม่เคยใจเสีย...
เหมือนมีแรงอะไรบางอย่าง...ว่าต้องขึ้นไปให้ได้ ก็แปลกดี...เป็นสิ่งที่เราพิสูจน์ไม่ได้...
(เหตุเพราะน้ำหนักตัวผู้เขียน โครงร่างใหญ่ พวกน้อง ๆ ก็เลยเป็นห่วงว่าจะไปไม่ถึงบนสุด)...
ผู้เขียนเห็นครั้งแรก...จิตใต้สำนึก...บอกว่า เหมือนเคยอยู่ที่นี่...
เพราะเคยฝันเห็นพระจีน กวาดลานวัดอยู่ (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล)...ตรงบริเวณลานวัดนี้...
ความรู้สึกในตอนนี้ เหมือนร่างกายจะไม่ไหว...แต่ใจบอกว่าไหว ไม่เห็นเป็นไรเลย...
นี่เป็นแค่ช่วงฐานล่าง ซึ่งความจริงมีลีฟขึ้นไปได้...แต่ความที่ผู้เขียนหาทางขึ้นลีฟไม่ได้...
เลยเดินวนบันไดหลายชั้นมาก...แทบจะไม่ไหว...แต่ใจปกติบอกว่าไหว...
จนไปถึงลานบนที่มีธงสีเหลือง ข้างบนอยู่...
เมื่อมาถึงลานบนสุด...ตาของผู้เขียน มองน้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ที่ขึ้นมาด้วยกัน...เหลืองแล้วก็เป็น
สีขาวไปหมด...อดนึกขำตัวเองไม่ได้...แต่แปลกใจกลับเกิดการปิติ...ที่ได้ขึ้นมาถึงด้านบนได้...
ซึ่งบางคนขึ้นมาไม่ไหวก็นั่งรออยู่ด้านล่าง...
น้อง ๆ บอกว่า สีหน้าของ "พี่บุษ" เป็นสีเหลือง...แล้วก็หัวเราะกันใหญ่...
พอลงมาด้านล่างเพื่อน ๆ ผู้บริหารบอกว่า "ร่างกายไม่ไหวแล้วยังจะขึ้นไป"...
แต่ผู้เขียนบอกว่า เมื่อเห็นพระแล้วมีความตั้งใจที่จะขึ้นไปนมัสการให้ได้...
เพื่อน ๆ ผู้บริหารบอกว่า แสดงว่าจิตเกิดศรัทธา ถ้าอย่างนั้น ก็คุ้มแล้วล่ะ ที่ได้ขึ้นไปนมัสการ...
ด้านหน้าของวัดหลิงซาน...
หลังจากนมัสการพระใหญ่หลินซานต้าฝอ เสร็จ ไกด์จีน ก็นำเรามาชมโรงงานเป่าฝู่ถัง
ผลิตยา "บัวหิมะ" (ที่ใช้รักษาในครั้งที่รถแก๊สระเบิดที่ กทม.) และร้านไข่มุก
งานนี้คณะเกิดการบาดเจ็บในการที่ชนะใจตนเองไม่ได้...ต้องซื้อไข่มุกกัน
หมดเงินกันไปหลายบาทอยู่...สำหรับผู้เขียน...ไม่ค่อยชอบไข่มุก... เลยไม่เสียเงิน...55555...

และพักรับประทานอาหารกลางวัน...หลังจากนั้น ก็เดินทางเข้าสู่เมืองเซี่ยงไฮ้...

ระหว่างทางไปเมืองเซี่ยงไฮ้...

เริ่มเข้าตัวเมืองเซี่ยงไฮ้...

เริ่มเห็นตึกที่สูง ๆ ...

พอเข้าตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ รถเริ่มติด...
เซี่ยงไฮ้...ในอดีตเป็นที่เช่าของบรรดาประเทศนักล่าอาณานิคมมีสิ่งปลูกสร้าง
จึงเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกและฝั่งเมืองใหม่เป็นสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยที่สุดของจีน...
ซึ่งมีตึกที่สูงที่สุดของเมืองจีนสูงถึง 88 ชั้น ของเมืองเซี่ยงไฮ้...
ชาวจีน ชอบเลข 8 ...ถือว่าเป็นเลขมงคล...
สิ่งปลูกสร้างจะไม่ทาสี เหมือนกับประเทศไทย...จะออกแนวทางตะวันตก เป็นสีคลาสสิก...
ในความเป็นตัวตึก สังเกตตรงดาดฟ้าด้านบนตึก...จะมีความเป็นอัตลักษณ์ของตัวตึกแต่ละตึก
ไม่เหมือนกัน...สร้างความโดดเด่นในตัวตึกแต่ละตึกได้...
สะพานนี้ ชื่อว่า "สะพานมังกร"...รัฐบาลไทยเป็นผู้ออกแบบให้กับประเทศจีน...
คนจีนนึกถึงคนไทยเสมอ...บอกว่า ถ้าไม่ได้คนไทย ป่านนี้เมืองจีนจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้...
เป็นสะพานที่มีถึง 5 ชั้น เป็นลักษณะเหมือนมังกรพันกัน...
รถเยอะมาก ๆ...
ผู้เขียนและคณะกำลังเดินทางสู่หอไข่มุก...
แต่ละตึกสูงเสียดฟ้า...
ด้านบน แสดงความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละตึก...
เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก...
ตึกแต่ละตึกสูงมาก ๆ...
ตึก SHANGRILA
หอไข่มุกอยู่ด้านหลังตึก SHANGRILA...
ทิวทัศน์ของแม่น้ำหวงผู่
ทัศนียภาพนี้ ผู้เขียนเคยเห็นในภาพตอนเป็นเด็ก ๆ ไม่เคยคิดว่า โตขึ้นจะได้มาเห็นของจริง...
หอไข่มุก...เป็นหอที่ส่งสัญญาณทีวีสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก...
ทางขึ้นหอไข่มุก...
ข้ามถนนทางม้าลายเพื่อไปยังหอไข่มุก...
บริเวณใกล้ ๆ หอไข่มุก
ผู้เข้าชมต้องเข้าคิวเพื่อขึ้นลีฟเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเซี่ยงไฮ้...
คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ฯ กำลังยืนรอคิวเพื่อขึ้นลีฟ...
ผู้เขียนและคณะขึ้นลีฟไปที่ความสูงถึง 263 เมตร จากความสูงทั้งหมด 400 กว่าเมตร...
ตึกสูงมาก ๆ เป็นกระจกใส ทำให้เห็นความสวยงามของเมืองเซี่ยงไฮ้ในด้านที่ตึกทันสมัยระฟ้า
เคยเห็นภาพนี้ในสมัยเป็นเด็ก ๆ แต่ครั้งนี้ ได้เห็นของจริง...สูงมาก ๆ...
มองด้านล่างเห็น โรงแรม WESTIN...
แม่น้ำหวงผู่...ฝั่ง "ผู่ซี" เมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ตึกเก่าแก่แต่ทรงคุณค่าไว้มากมาย...
ทัศนียภาพของสองความแตกต่างที่ลงตัว ระหว่าง "ผู่ตง" เมืองใหม่ที่มีตึกสูงทันสมัยระฟ้า
กับฝั่ง "ผู่ซี" เมืองเก่าที่ยังคงอนุรักษ์ตึกเก่าแก่แต่ทรงคุณค่าไว้
ฝั่ง "ผู่ซี" ของแม่น้ำหวงผู่...

ผู้เขียนและคณะได้ขึ้นไปสู่ชั้นที่เสียวสุด ๆ ซึ่งอยู่อีกชั้นหนึ่ง ....เป็นการลองความกล้าของตัวเราเองว่าจะกล้าเดินบนกระจกใส แล้วมองลงไปเห็นรถยนต์คันเล็ก ๆ ด้านล่าง...ตึกสูง ๆ ที่อยู่ด้านล่าง...ซึ่งผู้เขียนขอบายด้วยคน ไม่กล้าเดินบนกระจกใส มองลงไปแล้วเสียวมาก ๆ ...

กระจกใสที่มองลงไปด้านล่างจากหอไข่มุก มองมาก ๆ ทำให้เกิดอาการเสียว
อยู่ที่ว่าใครจะใจกล้าหรือไม่...
มองลงไปด้านล่าง ตรงกระจกใส...
ภาพทิวทัศน์ของตึกกระเป๋า...

ผู้บริหารที่บางคนก็กล้า บางคนก็กล้า ๆ กลัว ๆ ค่ะ...นั่งบนกระจกใส...

เมื่อลงจากชั้นกระจกใสของหอไข่มุกแล้ว ผู้เขียนและคณะได้เข้าชม "พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง" ...
ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของเมืองเซี่ยงไฮ้ได้อย่างดีเยี่ยมและสมจริงที่สุด
ตั้งแต่ยุคร้อยปีที่ผ่านมาจนถึงยุคสงครามฝิ่นเรื่อยมาจนถึงเซี่ยงไฮ้ยุคใหม่
ที่มีแต่ความเจริญก้าวหน้า...
และรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร โดยพักที่ SHANGHAI JINGDALI HOTEL