โสน เป็นพืชที่พบได้มากในที่ชื้นแชะมีน้ำขัง เช่นริมคลอง ริมแม่น้ำทั่วไปครับ ดอกของโสน นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างเลยล่ะครับ เช่น ผัด ลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงส้มดอกโสน เจียวไข่ใส่ดอกโสน (อันนี้ผมก็ชอบครับ) และอีกหลากหลายอย่างครับแล้วแต่จะคิดทำกันผมว่านะ ดอกโสนมีกลิ่นหอมเฉพาะรสจืด ขมนิดๆ ช่วยเจริญอาหาร เย็น สรรพคุณแก้พิษร้อน ถอนพิษไข้ มีคุณค่าทางโภชนาการ และเส้นใยสูง ช่วยในระบบขับถ่ายด้วยครับ

แกงคั่วดอกโสน....ความทรงจำที่บ้านครู

         เมื่อวานผมมีโอกาสไปเดินเล่นที่คลองแถวบ้าน เห็นดอกโสนขึ้นริมคลองแล้วนึกถึงเมนูอาหารจากพืชดอกริมน้ำแสนสวยชนิดนี้ครับเลยเก็บเอารูป และความทรงจำมาเล่าสู่กันฟัง

(ฝั่งตรงข้ามเป็นเขตอำเภอเมืองสุพรรณฯ แล้วครับ)

         ย้อนไปสมัยผมเป็นเด็กประถม ผมเล่นดนตรีไทยเป็นตั้งแต่ป.2 แรกๆ ผมเรียนด้วยความไม่เต็มใจเท่าไร่หรอกครับ ด้วยความที่ครูกำลังหานักเรียนที่มาเล่นดนตรีใหม่เตรียมไว้แทนรุ่นพี่ๆ ที่จะจบการศึกษาไปจากโรงเรียน แกคงเห็นผมไปมองพี่ๆ เล่นบ่อยมั้ง(พี่ผมเล่นซออู้) ครูเลยจับผมมาเล่นดนตรี ครูถามผมว่าจะเล่นอะไรผมยังไม่รู้จักชื่อเครื่องดนตรี และไม่รู้จะเล่นอะไรก็ชี้ไปที่ระนาดเอก (เคยเห็นวงมโหรีที่งานวัด) ก็เลยได้เล่นระนาดเอกจนจบประถม ตอนนั้นตัวผมยังเล็กๆ ความสูงยังเล่นได้ไม่ถนัดด้วยซ้ำแกก็ต่อม้านั่งตัวเล็กๆ ให้ผมซ้อมระนาดทุกพักกลางวัน ครูเป็นคนดุครับ จริงจังและทุ่มเทมากกับการฝึกซ้อมถ้าไม่เข้าซ้อมมีสิทธ์โดนไม้เรียวเจ็บๆ ของครูแน่นอน แม้ตอนโรงเรียนปิดเทอมก็ต้องมาซ้อมอาทิตย์ละ 3 วัน ขอเลิกก็ไม่ได้เพราะครูว่าหัดเครื่องดนตรีไทยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หัดวันสองวันถ้าออกใครจะมาเล่นแทนวงมันจะล้ม โรงเรียนผมตอนประถมเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในด้านวงดนตรีไทยมากครับ เพราะครูผมแก่เป็นนักดนตรีไทย และตระกลูครูก็เล่นดนตรีไทยกันทั้งหมด (ตอนหลังสมัยมัธยมผมเป็นลูกศิษย์ของลูกสาวครูคนนี้อีกด้วยครับครูผมชื่อครูสำรอง  ญาณโกมุท)

        วงดนตรีไทยผมยังเคยชนะเลิศประกวดเครื่องสายผสม ของจังหวัดอ่างทองเลย ตอนผมอยู่ ป.6 นักเรียนที่จบมาจากโรงเรียนสมัยประถมส่วนใหญ่ถ้าเรียนต่อก็จะมาที่โรงเรียนประจำอำเภอ และที่นี่ก็เช่นเดิมครับเด็กนักเรียนที่เล่นดนตรีส่วนใหญ่จากโรงเรียนเก่า ก็มาเป็นนักดนตรีของโรงเรียนนี้อีก (คงเป็นความรักดนตรีไทยเข้าสู่กระแสเลือดแล้วล่ะครับ) ที่นี่ผมเรียนดนตรีไทยกับลูกสาวของครูสำรองครูที่โรงเรียนเก่าล่ะครับครับ ครูคนนี้ชื่อ ครูทิพย์สุดา  ญาณโกมุท พ่อของครูว่าดุแล้วแต่ครูดุกว่าพ่อหลายเท่านักครับ ที่นี่ผมเปลี่ยนมาเล่นซอด้วง กับขลุ่ย พอผมม.2 ครูก็ลาศึกษาต่อป.โทแต่ยังเอกดนตรีไทยเช่นเดิม ระหว่างนี้เราก็ซ้อมบ้างไม่ได้ซ้อมบ้าง สนุกกับการทำกิจกรรมอื่นของโรงเรียน จนผมขึ้นม.ปลาย ม.4 ครับ ครูถึงได้กลับมาสอนผมอีกครั้ง คราวนี้ผมถูกจับมาเล่นจะเข้แทน เนื่องจากไม่มีใครเล่น แรกๆ ผมจำทนเพราะมันเจ็บและปวดนิ้วเหลือเกิน แต่สดท้ายก็เล่นได้ล่ะครับ แต่ที่น่าแปลกก็คือ ครูเล่นจะเข้ไม่ได้ แต่สอนเทคนิคต่างๆ ผมได้ ครูผมเก่งมากๆ แต่ก็ดุมากครับ เล่นผิด ไม่ขึ้นซ้อม จำโน๊ตเพลงไม่ได้ก็ ไม้ตีระนาดนั่นล่ะครับหวดลงบนนี้วขณะเล่นกันไปเลย แต่ไม่เคยโกรธครูหรอกครับ ผมรู้ครูเค้าอยากให้เราจำทางดนตรี และเพลงได้แม่นๆ

        จนผมขึ้นม.5 มีการคัดเลือกนักดนตรีไทยชนิดต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัดอ่างทอง เพื่อเป็นตัวแทนไปแสดงดนตรีใน มหกรรมดนตรีไทยมัธยมศึกษา งานเสมา 45 ที่เมืองทองธานีครับ โดยนักดนตรีไทยจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศประเทศ ผมมีโอกาสเป็นตัวแทนของจังหวัดเล่นจะเข้ครับ งานนี้จำเป็นต้องฝึกซ้อมหนักมาก เพลงที่เล่นเป็นเพลง นกขมิ้น 3 ชั้น (เพลงโปรดผมเลย) ขอมทรงเครื่องเถา แล้วอีกเพลงผมนึกชื่อไม่ออก ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อเพลงยาวมากๆ ลูกเล่นจะเข้เยอะมาก ครูให้ผมไปอยู่บ้านแกเลยเพื่อซ้อมตอนเช้ามืด ตอนเย็นตั้งแต่หลังเลิกเรียนถึง สี่ทุ่มโน่นล่ะครับ แม่ครูเป็นครูสอนโรงเรียนประถมครับ (เป็นครูกันทั้งครอบครัว) ผมเรียกว่าครูสนอง ครูสองเป็นคนทำกับข้าวอร่อยครับ แต่ผมน้ำหนักลดลงไปเยอะเลยตลอดเวลา 1 เดือนที่อยู่บ้านครู คือผมเครียสไงครับกินข้าวไม่ค่อยลง  บ้านครูติดแม่น้ำน้อยครับบรรยากาศดีมาก ตรงข้ามตลาดศาลเจ้าโรงทองล่ะครับ ริมแม่น้ำมีต้นโสนออกดอกเต็มไปหมด มีเย็นวันหนึ่งแม่ของครูเก็บดอกโสนมาเยอะเลยครับ ผมก็ไปช่วยเก็บ แม่ครูนำมาทำอาหารเย็นให้ผมทานวันนั้นล่ะครับ อร่อยมากๆ เป็นอาหารที่ผมจะนำมาเล่าให้ฟัง แกงคั่วดอกโสนไงครับ จำสูตรของแม่ครูมา  เรามารู้จักโสน และวิธีทำแกงคั่วดอกโสนอร่อยๆ กันดีกว่าครับ

 

ชื่อผัก  โสน

ชื่อวิทยาศาสตร์ Sesbania javaica Miq.

วงศ์  Fabaceae

        โสน เป็นพืชที่พบได้มากในที่ชื้นแชะมีน้ำขัง เช่นริมคลอง ริมแม่น้ำทั่วไปครับ ดอกของโสน นำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างเลยล่ะครับ เช่น ผัด ลวกจิ้มกับน้ำพริก แกงส้มดอกโสน เจียวไข่ใส่ดอกโสน (อันนี้ผมก็ชอบครับ) และอีกหลากหลายอย่างครับแล้วแต่จะคิดทำกันผมว่านะ  ดอกโสนมีกลิ่นหอมเฉพาะรสจืด ขมนิดๆ ช่วยเจริญอาหาร เย็น สรรพคุณแก้พิษร้อน ถอนพิษไข้  มีคุณค่าทางโภชนาการ และเส้นใยสูง ช่วยในระบบขับถ่ายด้วยครับ

 

ส่วนประกอบ

ดอกโสน                              2   ถ้วย (แกะดอกออกจากก้านด้วยนะครับ)

พริกแกงส้ม                          3  ช้อนโต๊ะ

กะทิค้นแล้วหัว+หาง              2  ถ้วย (มะพร้าขูด 1 ลูก หรือกะทิกล่อง 1 กล่อง )

ปลาทับทิม หรือปลาอื่นๆ        1 ตัว (ตัวละ 3 -4 ขีดก็คงพอครับ)

น้ำปลา  น้ำตาลทราย  น้ำเปล่า เกลือ

 

วิธีทำ 

  1. ต้มปลาแกะเอาแต่เนื้อโขลกกับพริกแกงส้ม และเกลือซัก 2 ช้อนชา พักไว้
  2. นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลางใส่กะทิลงไปพอเริ่มเดือดใส่กะทิลงไป (ไม่ได้เคี่ยวกะทิให้แตกมันนะครับ)
  3. จากนั้นใส่เนื้อปลาที่เราโขลกกับพริกแกงส้มลงไปรอจนเดือด
  4. ใส่ดอกโสนลงไป เร่งไฟแรงนิดหนึ่งครับ ปรุงรสน้ำปลา อาจใส่น้ำตาลตัดรสนิดๆ ถ้าชอบนะครับถ้าไม่ก็ไม่ต้องใส่ ปิดฝาให้เดือดพุ่งอีกครั้ง
  5. ยกลงตักใส่ถ้วย

        แกงคั่วถ้วยนี้ดีต่อสุขภาพนะครับ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ปลาเค็มทอด ข้าวหมดจานจนอาจจะต้องตักข้าวเพิ่ม วิธีทำง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเท่าใดนัก ช่วงนี้หน้าฝนดอกโสนเยอะครับ กินผักตามฤดูกาล ราคาถูกด้วย 10-20 บาทก็เยอะมากๆ หรืออยากเปลี่ยนเป็นหน่อไม้ดองผมก็ว่าอร่อยดีเหมือนกัน กินแกงคั่วดอกโสนแล้วไม่ค่อยเป็นหวัดนะครับ สรรพคุณคล้ายดอกแคเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสก็ลองทำทานกันดูนะครับ ...

 

นกขมิ้น

23/09/53 : 22.33