นักข่าว ล่า"เหยื่อ"อีกแล้ว

  นักข่าว  ล่า"เหยื่อ"อีกแล้ว

 

 

 

         "ข่าวร้ายลงฟรี  ข่าวดีเสียเงิน" ยังคงเป็นคำพูดที่ทันสมัยเสมอสำหรับวงการขายข่าวทั้งหลาย 

         ล่าสุด พระเอกหนุ่มรูปหล่อ ถูกสาวงามอดีตดารา แถลงข่าวว่า "ทำเธอท้อง จนมีลูกแล้วไม่รับผิดชอบ" เรื่องแบบนี้ตามสูตรครับ ข่าวเกรียวกราวขึ้นหน้าหนึ่ง  ทีวีทุกช่องนำมาป่าวประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีก

         ชัดเจน ทั้งคู่ยอมรับว่าเคยมีสัมพันธ์ต่อกันอย่างลึกซึ้งและเลิกลาจากกันไป  ส่วนลูกนั้น  ด้วยที่ยุคสมัยนี้สามารถตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอ กันได้ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ผู้คนไม่โด่งดังทั้งหลาย ใช้วิธีการนี้พิสูจน์จนแจ่มชัดและรับผิดชอบกันไปตามหลักฐาน โดยชีวิตเขาและเธอ รวมทั้งเด็กๆ ไม่ช้ำชอก

          แต่...ข่าวนี้  นักข่าวชอบ  ขายได้  ทุกฉบับทุกช่องชิงตัวกันวุ่นวาย  คนออกข่าวนั้นก็คงชอบ  เพราะหนึ่ง..ได้เป็นข่าว  สอง..ได้รับการตอบสนองที่ต้องการ  ประชาชนส่วนหนึ่งก็มันส์ สะใจและได้อารมณ์

           จะมีบ้างไหมหนอ  ที่หยุดหายใจสักนิด  คิดให้ดีว่า "ข่าวแบบนี้สังคมได้อะไร"  โดยเฉพาะชีวิตของเด็กที่เกิดมานั้น  เขาไม่รู้อะไรด้วย  เด็กทำอะไรผิด นำข่าวเขามาขายทำไม  โตขึ้นมาชีวิตที่เคยเป็นข่าวนั้น  จะล้างออกได้ไหม   

            บรรดานักล่าข่าวทั้งหลาย  ท่านขายข่าวจนร่ำรวยมากมาย  บนความทุกข์ เจ็บช้ำของผู้อื่น มานานมากแล้ว  ท่านยังไม่เพียงพออีกหรือ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูหยุย

คำสำคัญ (Tags)#ท้อง เด็ก การตรวจพิสูจน์

หมายเลขบันทึก: 397212, เขียน: 23 Sep 2010 @ 07:04 (), แก้ไข: 12 Feb 2012 @ 16:29 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 34, อ่าน: คลิก


ความเห็น (34)

เรียนครูหยุยครับ

ขอมาเป็นคนแรกครับวันนี้ ดูเหมือนว่า ขายและเสพกันแต่ข่าว แต่ไม่เอาสาระนะครับ คิดว่าอย่างนั้น อยากให้ช่วยกันพิจารณา

อันนี้มาฝากครูครับ สำหรับคนรักหัวหิน ที่นี่

คุณโสภณครับ นับวันยิ่งเป็นยุค "ขายข่าว"กันหนักขึ้น และไม่ค่อยรับผิดชอบกัน พอจะออกกฎหมายควบคุมก็ร้องว่าจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชน พอให้เสรีก็ไม่รับผิดชอบงานด้านข่าวสารกัน แย่จังครับ (แล้วจะคลิกไป "หัวหิน"ต่อครับ)

สวัสดีครับ คุณครูหยุย ...

........

กระผมสนใจอย่างมากในประเด็นนี้ (มิใช่ข่าวเรื่องดารา) แต่สนใจในการแสดงทีวี ละคร ตลอดจนภาพยนตร์ กระผมประสงค์ที่จะถามว่า

....

หนึ่ง คุณทำไมถึงต้องแสดงความอิจฉาริษยาให้ลูกกระผมดู

สอง ทำไมคุณถึงได้แสดงการฆ่ากันให้ลูกผมดู

สาม ทำไมคุณถึงต้องแสดงความโหดร้าย แสดงการแย่งชิงให้ลูกผมดู

สี่ ทำไมถึงต้องแสดงการแต่งตัวนุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อไม่มิดชิด เสมือนดั่งได้ดูภาพยนตร์เกรดต่ำอย่างสิ้นเชิง ทำไมคุณถึงยัดเยียดสิ่งเหล่านี้ให้ลูกผมดู

....

ถามว่า ทำไมลูกคุณถึงดูละ เพราะลูกของผมคือเด็กทั่วประเทศ เด็กทุกคนคือลูกของเรา เราผู้เป็นพ่อแม่ ควรไหมที่จะมีความรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านี้ นี้คือสำนึกจิตอย่างยิ่ง เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน

...

ถามว่า คุณก็สอนเขาสิว่า อย่างนั้นไม่ควรทำ อย่างนี้ไม่ควรทำตาม แต่คุณไม่เคยพูดถึงภาพ ที่ติดตรึงในจิตสำนึกของเด็กเล็ก ๆ เลย ภาพที่เป็นภาพความทรงจำ ภาพที่เป็นภาพความประทับใจ ภาพที่เป็นต้นแบบ

...

ซึ่งมีมากมายมหาศาลกับภาพที่ได้รับการปลูกฝังลงในสมองของเด็ก และภาพนั้นยากแก่การแก้ไข ภาพที่เป็นต้นแบบของเด็กเล็กคือภาพการแย่งชาย ภาพที่เป็นต้นแบบคือภาพของการแก่งแย่ง ภาพที่เป็นต้นแบบเป็นภาพของการทำร้าย สงคราม ฆ่าฟัน ภาพแห่งความโหดร้าย อิจฉาริษยา

.....

วันนี้ อ่านบทความเสร็จ ขอเรียนเชิญท่านเข้าไปนั่งชมภาพเหล่านี้ เพราะภาพเหล่านี้ เดินทางมาเคาะประตูให้ท่านเสพถึงบ้านของท่าน

......

กระผมปรสงค์สอบถามว่า ทำไม เราไร้ซึ่งความรับผิดชอบกันหมดแล้วละหรือ ทั่วทั้งโลก นี้ควรจะเป็นความรับผิดชอบของเราหรือไม่ ที่จะร่วมกันสรรสร้างโลกใหม่ โลกที่ไม่มีภาพต้นแบบทั้งหมดนี้เกิดขึ้น และถูกปลูกฝันลงในจิตสำนึกของลูกเรา

....

ผมมีลูก ท่านก็มีลูก ใช่ไหมครับ

...

ขอขอบพระคุณครับ ที่ได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอความคิด อย่างน้อยกระผมก็ต้องรับผิดชอบต่อลูกของเรา ที่เดินทางตามเรามาอย่างไม่รู้ตน เพราะเราได้สร้างแบบแผนทั้งหมดให้เขาเอง...

..

ด้วยความเคารพครับคุณครู

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีอาจารย์
  • เห็นด้วย ไม่ควรจะนำเรื่องดังกล่าวออกมาเผยแพร่ เพราะสังคมไม่ได้อะไรจากข่าวดังกล่าว ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของเยาวชน อาจมีการเลียนแบบมากยิ่งขึ้น
  • ทุกวันนี้ มุ่งที่วัตถุอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา
  • ขอบคุณ

คุณเนิ่มหายไปนานเชียว มาทียังกับพายุ ชัดเจนทุกข้อ ช่วยกันอ่านหน่อยนะครับทุกท่าน น่าสนใจมากทีเดียวข้อคิดจากคุณเนิ่ม

  • เรียนครูหยุดที่เคารพ
  • ผมเห็นด้วยกับครูหยุย และทุกท่านที่แสดงความคิดเห็น
  • ทุกวันนี้ บางคน "เห็นเงินสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด"
  • คนไทยนับวันจะขาดคุณธรรม จริยธรรม เพิ่มมากขึ้น
  • ผมในฐานะครู ก็จะพยายามช่วยสังคม ในฐานะ "ครู" ครับ

คุณศรีกมลครับ เขามุ่งเน้นเรตติ้งอย่างเดียว โดยไม่ตระหนักถึงผลเสียที่ตามมา ต้องช่วยกันวิจารณ์มากๆ ครับ นักขายข่าวเหล่านี้จะได้สะดุ้งขึ้นมาทำข่าวดีดีบ้าง

ครูฐานิศวร์ครับ ต้องช่วยกัน "ไม่ยอม"ในสิ่งที่แย่ๆ และร่วมกันสร้างในสิ่งที่ "ดีดี"เพิ่มขึ้น สังคมดีขึ้นแน่

เขียนเมื่อ 

ดูข่าวแล้ว น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายครับ เป็นเหยื่อให้สื่อละเลงไปอีกหลายวัน

คุณประยุทธครับ กว่าจะรู้ว่าตกเป็นเหยื่อ ก็ชอกช้ำระกำทั้งชีวิตตนเอง คนอื่นและลูกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เศร้าใจจัง

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณครู

วันนี้ไม่พูดถึงข่าวดารานะคะ แต่จะบอกว่าเมื่อวานก่อนเห็นครูหยุยออกสื่อ (ทีวี) ด้วย เป็นดารากะเค้าเหมือนกันนะเนี่ย ขอบอก...เวลาครูหยุยยิ้มดูดีกว่าหน้านิ่งๆเยอะเลยค่ะ ยิ้มไว้เมื่อภัยมานะคะ

ครูปู ผมนี่แปลกใจตัวเองมาก คือไม่ค่อยได้ดูตัวเองในสื่อเลย จึงไม่รู้ว่าออกเรื่องอะไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ๆ เลยคือออกสื่อทีวีแล้วหน้าแก่มาก (ใครๆ ก็ว่าอย่างงี้) ตัวจริงหน้าอ่อนกว่าเยอะ (ผมว่าเอง)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยกับ คห. ๓ ค่ะคุณครูหยุย สื่อสำคัญมากๆ หากจิตไม่แข็งพอ อาจเป็นเหยื่อได้

ถ้ามีแต่เรื่องดีๆ น่าเบื่อ ไม่มีสีสัน ก็แล้วแต่จะเลือกเสพ เด็กวัยรุ่นเค้าว่างั้นค่ะ ;) อึ้งเลย

งงๆ ว่าทำไม เรื่องดีๆ สร้างสรรค์ๆ เค้าหาว่าเลี่ยน ไม่เพียรนำเสนอ  .. ที่เมืองลาว ดูละครบ้านเรา ตบตี แย่งสารมีกัน หากแต่วิถีเค้าก็ยังปกติสุขได้ ...  

สุขสันต์วันศุกร์ และสุดสัปดาห์ ได้ไปเรียนหนังสืออีกไหมคะอ. ส่งใจไปเรียน และรอชมบรรยากาศ เช่นเคย ขอบคุณค่ะ

คุณ poo ครับ ความเห็นที่ 3 ของคุณเนิ่มนะ ครอบคลุมดีครับ เมืองลาวเขาอาจดูทีวีบ้านเรา แต่ก็มีหลายเรื่องที่เขาไม่ได้ดู หลายเรื่องของเขาก็ดีดี จึงสมดุลย์ ปัญหาไม่มากครับ ทุกวันศุกร์ผมยังไปเรียนอยู่

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ  คุณครูหยุย
  • เปิดประเด็นได้ยอดเยี่ยมค่ะ
    น่าเห็นใจผู้ตกเป็นเหยื่อ   ข่าวฉาว ๆ คาว ๆ ลงกันทุกฉบับ
    ข่าวดี ๆ  ที่สร้างสรรค์มักไม่ค่อยลง  ไม่ติดตาม   น่าคิดมากค่ะ
  • สุดท้ายก็คงสรุปว่า "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"  นะคะ
    ทำกรรมอะไรไว้ก็ย้อนคืนสนอง  ครบถ้วนทุกตัวคนค่ะ
  • ขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะครูหยุย

เรื่องนี้เราเห็นใจทั้งคู่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วถ้าต่างฝ่ายต่างก็นึกถึงแต่ตัวเองก็ยิ่งจะตกเป็นเหยื่อให้พวกค้าข่าว ก็ได้แต่ภาวนาให้เขาใช้สติ ช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้เร็วที่สุดค่ะ เอาใจช่วยค่ะ

ธรรมทิพย์ครับ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม นั้น ใช่เลยครับ เพียงแต่ที่ห่วงคือ เด็ก เขาไม่ได้รู้อะไรด้วยเลย

ครูหลิวครับ ชายหญิงเลิกร้างห่างกันนั้น เป็นธรรมดาครับ แต่ลูกนั้นจะเลิกร้างห่างพ่อและแม่ไม่ได้ ทำอย่างไรอย่าอื้อฉาวให้ลูกต้องย่ำแย่ไปด้วย

ใยไหม
IP: xxx.46.176.222
เขียนเมื่อ 
  • มีแต่ข่าวร้าย ๆ แต่ก็สอนคนได้นะ ... ดูละคร แล้วย้อนดูตัว ...
  • เอกสารลับของทางราชการ ก็แตมีคนอยากรู้ ... แล้วเรื่องลับ ๆ ของบุคคลสาธารณะ จะเหลืออะไร ...

 

  • ขอสอบถามข่าวดี ๆ ที่ครูหยุยได้สร้างไว้
  • โครงการเด็กกตัญญู ฯ ตอนนี้เดินทางออกจากจังหวัดสุรินทร์ ไปไหนบ้างแล้ว
  • จำได้ว่ามีน้องคนหนึ่งต้องผ่าตัดตา ... ผลเป็นอย่างไร ?? (แต่จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แล้วก็ยังไม่ได้กลับไปค้นข้อมูลย้อนหลัง)

 

 

คุณใยไหมครับ ข่าวร้ายก็สอนคนได้ แต่ข่าวร้ายมันมากเกินไป จนทำให้หดหู่ใจ ส่วนโครงการเด็กกตัญญูไปไกลมากแล้วครับ มีกรณีเด็กส่งเข้ามาเกือบทุกวันและประสานในรายละเอียดพร้อมมอบทุนไป ส่วนกรณีเด็กผ่าตานั้น เมื่อสัปดาห์ก่อนได้พาไปตรวจตาและร่างกายอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว หมอนัดผ่าดวงตาข้างแรกปลายเดือนตุลาคมนี้ครับ

เขียนเมื่อ 

"ข่าวร้ายลงฟรี  ข่าวดีเสียเงิน" ยังคงเป็นคำพูดที่ทันสมัยเสมอสำหรับวงการขายข่าวทั้งหลาย......ก็ได้แต่หวังว่า ผู้ทำข่าวจะไม่เห็นแต่ผลประโยชน์ฝ่ายตนมากจนลืมผลที่จะกระทบผู้เกี่ยวข้องกับข่าวครับ

สวัสดีครับคุณครูหยุยที่เคารพ

.................

กระผมได้มีการติดตามเรื่องการทำงานของคุณครูมา ได้ทราบข้อมูลเรื่องการดูแลช่วยเหลือเด็ก และไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง จะได้มีโอกาสในการนำเสนอความคิดให้คุณครูทราบ และวันนี้กระผมได้เข้ามานั่งอ่านคำตอบ คำพูด คำบอกเล่าของคุณครู กระผมเรียนบอกตามความจริงใจ อ่านทุกตัวอักษรที่มีการตอบ อ่านทุกตัวอักษรที่มีท่านผู้มีเกียรติถาม...

.......

ประทับใจอย่างมาก ดีใจอย่างยิ่ง ที่มีคุณครูที่เป็นดั่งเปลวเทียนส่องแสงนำทาง กระผมทำได้เพียงแต่ขอให้พลังใจให้กับคุณครู ให้มีกำลังใจในการทำงานในสิ่งที่ครูรัก เพราะงานของครูที่ทำ คืองานที่ใช้ความรักเป็นพื้นฐาน กระผมดีใจอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติอย่างมากในคำยกย่องของคุณครู ประสงค์ที่จะฝากพลังใจจากหนึ่งในดวงใจจิตนี้ ด้วยจิตที่นอบน้อมอย่างยิ่งเมื่อได้สัมพันธ์ทางกาคิดคำสื่อสาร..

..............

คำว่าครูนี้....ยิ่งใหญ่มากสำหรับกระผม ผมเคยโดนครูตีจนน้ำตาไหล ถูกนวดน่องด้วยไม้สนข้างโรงเรียน ครูก็ยังให้เกิดสำนึกจิตด้วยตนเอง ครูให้ผมไปเลือกไม้สนมาเอง ว่าจะเลือกขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ครูให้กระผมไปเลือกเอง

................

การเลือกไม้เรียวของกระผม ผมเลือกด้วยจิตสำนึกที่รู้ผิดชอบอย่างแท้จริง ผมเลือกไม้สนให้ครูทำโทษตัวเอง ด้วยไม้สนที่เกิดจากความสำนึกในความผิด กระผมให้ครูตรีด้วยความเต็มเปี่ยมในจิตใจ ว่าจากนี้ไป กระผมจะไม่ทำให้ครูต้องลงโทษอีกต่อไป

........................

การลงโทษ .... มิใช่การที่จะทำให้ปัญหาหมดสิ้นไปได้อย่างแท้จริง แต่การที่จะทำให้เราเกิดสำนึกจิตในความดีงาม ในความรับผิดชอบ มีความสำนึกจิตต่อผลที่จะตามมา ต่อผลเสียที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ผลที่ทำให้ลูกของกระผมไม่ต้องมานั่งร้องไห้คร่ำครวญถึงเพื่อนชาย ผลของการที่จะทำให้ลูกของกระผมไม่เล่นปืนผาหน้าไม้ ผลของการที่ลูกของกระผมไม่ติดยึดในค่านิยมตาม ๆ กัน ผลของการที่ลูกของกระผมนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนแล้วถูกเพื่อนนักเรียนรุมทำร้าย

........

คุณคิดว่า ปัญหาเหล่านี้ จะแก้ไขด้วยอะไร คุณเห็นความจริงไหม ว่าความมีสำนึกจิตที่แท้จริงได้นั้น จะช่วยสลายปัญหาได้ทั้งหมด แต่การลงโทษ จะไม่ช่วยสลายปัญหาได้เลย เพราะการลงโทษคือการบีบบังคับ จบจากการลงโทษ ก็คงเหลือรูปแบบใหม่ที่ให้มาแก้ไขอีกอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ นี้คือปัญหาที่สืบเนื่องมานับแต่กำเนิดมนุษย์

..

จิตสำนึกแห่งความดีงาม คือการที่เราต้องมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริง เมื่อผมรู้ว่า ทำสิ่งนี้ไปแล้ว มันส่งผลร้ายต่อลูกของเรา เราจะทำหรือ เมื่อผมเห็นว่า ใส่อย่างนี้ไปแล้ว จะทำให้ลูกของเรารับสนองตอบด้วยสิ่งที่เรามอบให้ เรายังจะทำอยู่อีกละหรือ นี้คือความรับผิอดชอบของคุณกับผมใช่หรือไม่

..............

ครูของกระผม ได้ให้สำนึกจิตและความรับผิดชอบอย่างใหญ่ยิ่ง ครูให้กระผมเดินไปเลือกไม้เรียวงามเอง ในระหว่างทางเดิน ผมพบว่า เราไม่ควรที่จะเลือกไม้เรียวกิ่งก้านเล็ก ๆ เพื่อหลบหลีกความเจ็บปวด ในระหว่างทางเดินไปต้นสน ผมพบว่า ไม้สนที่เหมาะสมกับกระผม คือกิ่งไม้สนที่กระผมเต็มใจเลือกให้คุณครู เพราะครูได้ให้จิตสำนึกใหม่กับตัวกระผมเอง

..........

ความรับผิดชอบ

ด้วยความเคารพครับคุณครู

โลกนี้พร่องอยู่เสมอ

ไม่สมบูรณ์แบบ

คุณ panda ครับ หากวงการข่าวมีเสรีภาพและรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านี้ ผมว่าสังคมไทยดีขึ้นอีกมาก

ขอบคุณคุณเนิ่มมากครับ ข้อเสนอต่างๆ ที่เสนอมาแต่ต้นนั้น มีคุณค่าจริงๆ ครับ ผมไม่ได้ยกยออะไรเลย และดีใจที่คุณเนิ่มได้ช่วยนำเสนอมาเพราะทำให้ข้อคิดต่างๆ นั้นสมบูรณ์และมีคุณค่าเพิ่มขึ้นครับ

วัฒนาครับ โลกนี้พร่องและไม่สมบูรณ์แบบจริงครับ อย่างไรเสียเกิดมาเป็นประชากรของโลกสักชาติหนึ่งแล้ว ก็พยายามทำให้โลกช้ำและพร่องน้อยลงเพื่อคนรุ่นต่อๆ ไปจะได้อาศัยอย่างมีความสุขและลำบากน้อยลงครับ

ครูหยุยคะ กุ้งกำลังคิดเรื่องนี้อยู่พอดีเลย สงสารเเละเห็นใจทั้งสองฝ่าย เเต่ฮือ เเต่ยิ่งเห็นน้ำตาฟิล์มเเล้วยิ่งใจอ่อน

ประเด็นนี้คนที่ออกมาให้ข้อคิดเห็นหลายคนที่กุ้งว่าเเรงเกินกว่าลูกผู้ชายจะรับไหว สภาวะกดดันต่างๆ จากสังคม งานนี้หนักที่สุดคงเป็นพระเอกของเรา

คุณกุ้งนางครับ ผมเห็นใจทั้งสองฝ่ายครับ เห็นใจในขณะที่ข้อมูลยังไม่ยุติ การหาความจริงกันในวงแคบไม่เป็นข่าวจะเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะไม่ควรให้กระทบไปถึงเด็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาใดใด

วันนี้ติดตามข่าวจากหนังสือพิมพ์แต่เช้า อ่านแล้วเศร้าใจที่เรื่องนี้ขยายวงไปไกลแล้ว หลายคนถูกดึงเข้ามาพัวพัน ต่อว่ากันมากมาย เฮ้อ...

สวัสดีค่ะคุณครูหยุย

อาจเป็นเพราะว่าคนที่ดูข่าวก็ตื่นเต้นไปกับข่าวประเภทนี้ทำให้ นักข่าวยังไล่ล่าที่จะทำต่อไป มันก็คล้ายๆ กับของที่ทำขาย ถ้าคนไม่ซื้อ คนขายก็ไท่ทำเพราะ ขืนทำก้ยิ่งขาดทุน ตราบใดที่คนยังสนใจเรื่องดาราท้องกับใคร เด็กเป้นลูกของใคร มากกว่าข่าว เด็กนักเรียนทำโครงงานวิทยาศาตร์เพื่อชุมชน นักล่าข่าวก็ยิ่งต้องตามล่ากันต่อไป

แต่ก็จะมีคนที่ไม่ชอบข่าวแบบนี้เยอะแต่เสียงยังไม่ดังพอที่จะเปลี่ยนอะไรได้ ก็หวังว่าเสียงที่ไม่ชอบข่าวประเภทนี้ในอนาคตจะดังพอที่จะเปลี่ยนอะไรให้มันดีขึ้นนะคะ

ณัฎฐิณีครับ จริงดังที่กล่าวไว้ครับ ซึ่งก็คงต้องทัดทานหรือขวางกระแสเช่นนี้ไว้บ้าง เมื่อสังคมตื่นตัวมากๆ บรรดานักขายข่าวทั้งหลายจะผวาและลดการทำบทบาทเช่นนี้ลงได้

ใช่ครับ จำนำเสนออะไรกันมากมายกับอีแค่ผู้ชาย ๑ คนทำผู้หญิงท้อง ในสังคมมีออกเกลื่อนไปแต่ที่ไม่เป็นข่าว เพราะไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่คนของประชาชน(แค่ส่วนหนึ่ง) แต่อย่างว่าล่ะครับ ข่าวทำเงินได้ก็ต้องรีบประโคมกันเข้าไป เข้าใจและทำใจได้ครับ อนิจจัง

เสียงเล็ก ๆเพื่อสันติภาพ ครับ ข่าวทำเงินได้ บนความเจ็บช้ำปวดร้าวของผู้คน ทนนะต้องทน แต่ต้องวิจารณ์เขาด้วยจะได้รับรู้ว่า บางเรื่องสังคมก็ไม่ยอม

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับเช้าววันนี้ ได้ลงบทความของผมที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่แปลกก็คือมีนักข่าวจำนวนหลายคนโทรมาขอบคุณที่ช่วยเขียนวิพากษ์สื่อ เพราะพวกเขาเองก็รู้สึกว่า สื่อขายข่าวมากขึ้นทุกวัน