นักข่าว ล่า"เหยื่อ"อีกแล้ว "ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียเงิน" ยังคงเป็นคำพูดที่ทันสมัยเสมอสำหรับวงการขายข่าวทั้งหลาย ล่าสุด พระเอกหนุ่มรูปหล่อ ถูกสาวงามอดีตดารา แถลงข่าวว่า "ทำเธอท้อง จนมีลูกแล้วไม่รับผิดชอบ" เรื่องแบบนี้ตามสูตรครับ ข่าวเกรียวกราวขึ้นหน้าหนึ่ง ทีวีทุกช่องนำมาป่าวประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีก ชัดเจน ทั้งคู่ยอมรับว่าเคยมีสัมพันธ์ต่อกันอย่างลึกซึ้งและเลิกลาจากกันไป ส่วนลูกนั้น ด้วยที่ยุคสมัยนี้สามารถตรวจพิสูจน์ ดีเอ็นเอ กันได้ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ผู้คนไม่โด่งดังทั้งหลาย ใช้วิธีการนี้พิสูจน์จนแจ่มชัดและรับผิดชอบกันไปตามหลักฐาน โดยชีวิตเขาและเธอ รวมทั้งเด็กๆ ไม่ช้ำชอก แต่...ข่าวนี้ นักข่าวชอบ ขายได้ ทุกฉบับทุกช่องชิงตัวกันวุ่นวาย คนออกข่าวนั้นก็คงชอบ เพราะหนึ่ง..ได้เป็นข่าว สอง..ได้รับการตอบสนองที่ต้องการ ประชาชนส่วนหนึ่งก็มันส์ สะใจและได้อารมณ์ จะมีบ้างไหมหนอ ที่หยุดหายใจสักนิด คิดให้ดีว่า "ข่าวแบบนี้สังคมได้อะไร" โดยเฉพาะชีวิตของเด็กที่เกิดมานั้น เขาไม่รู้อะไรด้วย เด็กทำอะไรผิด นำข่าวเขามาขายทำไม โตขึ้นมาชีวิตที่เคยเป็นข่าวนั้น จะล้างออกได้ไหม บรรดานักล่าข่าวทั้งหลาย ท่านขายข่าวจนร่ำรวยมากมาย บนความทุกข์ เจ็บช้ำของผู้อื่น มานานมากแล้ว ท่านยังไม่เพียงพออีกหรือ
เรียนครูหยุยครับ
ขอมาเป็นคนแรกครับวันนี้ ดูเหมือนว่า ขายและเสพกันแต่ข่าว แต่ไม่เอาสาระนะครับ คิดว่าอย่างนั้น อยากให้ช่วยกันพิจารณา
อันนี้มาฝากครูครับ สำหรับคนรักหัวหิน ที่นี่
คุณโสภณครับ นับวันยิ่งเป็นยุค "ขายข่าว"กันหนักขึ้น และไม่ค่อยรับผิดชอบกัน พอจะออกกฎหมายควบคุมก็ร้องว่าจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชน พอให้เสรีก็ไม่รับผิดชอบงานด้านข่าวสารกัน แย่จังครับ (แล้วจะคลิกไป "หัวหิน"ต่อครับ)
สวัสดีครับ คุณครูหยุย ...
........
กระผมสนใจอย่างมากในประเด็นนี้ (มิใช่ข่าวเรื่องดารา) แต่สนใจในการแสดงทีวี ละคร ตลอดจนภาพยนตร์ กระผมประสงค์ที่จะถามว่า
....
หนึ่ง คุณทำไมถึงต้องแสดงความอิจฉาริษยาให้ลูกกระผมดู
สอง ทำไมคุณถึงได้แสดงการฆ่ากันให้ลูกผมดู
สาม ทำไมคุณถึงต้องแสดงความโหดร้าย แสดงการแย่งชิงให้ลูกผมดู
สี่ ทำไมถึงต้องแสดงการแต่งตัวนุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อไม่มิดชิด เสมือนดั่งได้ดูภาพยนตร์เกรดต่ำอย่างสิ้นเชิง ทำไมคุณถึงยัดเยียดสิ่งเหล่านี้ให้ลูกผมดู
....
ถามว่า ทำไมลูกคุณถึงดูละ เพราะลูกของผมคือเด็กทั่วประเทศ เด็กทุกคนคือลูกของเรา เราผู้เป็นพ่อแม่ ควรไหมที่จะมีความรับผิดชอบต่อสิ่งเหล่านี้ นี้คือสำนึกจิตอย่างยิ่ง เป็นความรับผิดชอบของเราทุกคน
...
ถามว่า คุณก็สอนเขาสิว่า อย่างนั้นไม่ควรทำ อย่างนี้ไม่ควรทำตาม แต่คุณไม่เคยพูดถึงภาพ ที่ติดตรึงในจิตสำนึกของเด็กเล็ก ๆ เลย ภาพที่เป็นภาพความทรงจำ ภาพที่เป็นภาพความประทับใจ ภาพที่เป็นต้นแบบ
...
ซึ่งมีมากมายมหาศาลกับภาพที่ได้รับการปลูกฝังลงในสมองของเด็ก และภาพนั้นยากแก่การแก้ไข ภาพที่เป็นต้นแบบของเด็กเล็กคือภาพการแย่งชาย ภาพที่เป็นต้นแบบคือภาพของการแก่งแย่ง ภาพที่เป็นต้นแบบเป็นภาพของการทำร้าย สงคราม ฆ่าฟัน ภาพแห่งความโหดร้าย อิจฉาริษยา
.....
วันนี้ อ่านบทความเสร็จ ขอเรียนเชิญท่านเข้าไปนั่งชมภาพเหล่านี้ เพราะภาพเหล่านี้ เดินทางมาเคาะประตูให้ท่านเสพถึงบ้านของท่าน
......
กระผมปรสงค์สอบถามว่า ทำไม เราไร้ซึ่งความรับผิดชอบกันหมดแล้วละหรือ ทั่วทั้งโลก นี้ควรจะเป็นความรับผิดชอบของเราหรือไม่ ที่จะร่วมกันสรรสร้างโลกใหม่ โลกที่ไม่มีภาพต้นแบบทั้งหมดนี้เกิดขึ้น และถูกปลูกฝันลงในจิตสำนึกของลูกเรา
....
ผมมีลูก ท่านก็มีลูก ใช่ไหมครับ
...
ขอขอบพระคุณครับ ที่ได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอความคิด อย่างน้อยกระผมก็ต้องรับผิดชอบต่อลูกของเรา ที่เดินทางตามเรามาอย่างไม่รู้ตน เพราะเราได้สร้างแบบแผนทั้งหมดให้เขาเอง...
..
ด้วยความเคารพครับคุณครู
คุณเนิ่มหายไปนานเชียว มาทียังกับพายุ ชัดเจนทุกข้อ ช่วยกันอ่านหน่อยนะครับทุกท่าน น่าสนใจมากทีเดียวข้อคิดจากคุณเนิ่ม
คุณศรีกมลครับ เขามุ่งเน้นเรตติ้งอย่างเดียว โดยไม่ตระหนักถึงผลเสียที่ตามมา ต้องช่วยกันวิจารณ์มากๆ ครับ นักขายข่าวเหล่านี้จะได้สะดุ้งขึ้นมาทำข่าวดีดีบ้าง
ครูฐานิศวร์ครับ ต้องช่วยกัน "ไม่ยอม"ในสิ่งที่แย่ๆ และร่วมกันสร้างในสิ่งที่ "ดีดี"เพิ่มขึ้น สังคมดีขึ้นแน่
ดูข่าวแล้ว น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายครับ เป็นเหยื่อให้สื่อละเลงไปอีกหลายวัน
คุณประยุทธครับ กว่าจะรู้ว่าตกเป็นเหยื่อ ก็ชอกช้ำระกำทั้งชีวิตตนเอง คนอื่นและลูกที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เศร้าใจจัง
สวัสดีค่ะคุณครู
วันนี้ไม่พูดถึงข่าวดารานะคะ แต่จะบอกว่าเมื่อวานก่อนเห็นครูหยุยออกสื่อ (ทีวี) ด้วย เป็นดารากะเค้าเหมือนกันนะเนี่ย ขอบอก...เวลาครูหยุยยิ้มดูดีกว่าหน้านิ่งๆเยอะเลยค่ะ ยิ้มไว้เมื่อภัยมานะคะ
ครูปู ผมนี่แปลกใจตัวเองมาก คือไม่ค่อยได้ดูตัวเองในสื่อเลย จึงไม่รู้ว่าออกเรื่องอะไรบ้าง แต่ที่รู้แน่ๆ เลยคือออกสื่อทีวีแล้วหน้าแก่มาก (ใครๆ ก็ว่าอย่างงี้) ตัวจริงหน้าอ่อนกว่าเยอะ (ผมว่าเอง)
เห็นด้วยกับ คห. ๓ ค่ะคุณครูหยุย สื่อสำคัญมากๆ หากจิตไม่แข็งพอ อาจเป็นเหยื่อได้
ถ้ามีแต่เรื่องดีๆ น่าเบื่อ ไม่มีสีสัน ก็แล้วแต่จะเลือกเสพ เด็กวัยรุ่นเค้าว่างั้นค่ะ ;) อึ้งเลย
งงๆ ว่าทำไม เรื่องดีๆ สร้างสรรค์ๆ เค้าหาว่าเลี่ยน ไม่เพียรนำเสนอ .. ที่เมืองลาว ดูละครบ้านเรา ตบตี แย่งสารมีกัน หากแต่วิถีเค้าก็ยังปกติสุขได้ ...
สุขสันต์วันศุกร์ และสุดสัปดาห์ ได้ไปเรียนหนังสืออีกไหมคะอ. ส่งใจไปเรียน และรอชมบรรยากาศ เช่นเคย ขอบคุณค่ะ
คุณ poo ครับ ความเห็นที่ 3 ของคุณเนิ่มนะ ครอบคลุมดีครับ เมืองลาวเขาอาจดูทีวีบ้านเรา แต่ก็มีหลายเรื่องที่เขาไม่ได้ดู หลายเรื่องของเขาก็ดีดี จึงสมดุลย์ ปัญหาไม่มากครับ ทุกวันศุกร์ผมยังไปเรียนอยู่
น่าเห็นใจผู้ตกเป็นเหยื่อ ข่าวฉาว ๆ คาว ๆ ลงกันทุกฉบับ
ข่าวดี ๆ ที่สร้างสรรค์มักไม่ค่อยลง ไม่ติดตาม น่าคิดมากค่ะ
ทำกรรมอะไรไว้ก็ย้อนคืนสนอง ครบถ้วนทุกตัวคนค่ะ
สวัสดีค่ะครูหยุย
เรื่องนี้เราเห็นใจทั้งคู่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วถ้าต่างฝ่ายต่างก็นึกถึงแต่ตัวเองก็ยิ่งจะตกเป็นเหยื่อให้พวกค้าข่าว ก็ได้แต่ภาวนาให้เขาใช้สติ ช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้เร็วที่สุดค่ะ เอาใจช่วยค่ะ
ธรรมทิพย์ครับ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม นั้น ใช่เลยครับ เพียงแต่ที่ห่วงคือ เด็ก เขาไม่ได้รู้อะไรด้วยเลย
ครูหลิวครับ ชายหญิงเลิกร้างห่างกันนั้น เป็นธรรมดาครับ แต่ลูกนั้นจะเลิกร้างห่างพ่อและแม่ไม่ได้ ทำอย่างไรอย่าอื้อฉาวให้ลูกต้องย่ำแย่ไปด้วย
คุณใยไหมครับ ข่าวร้ายก็สอนคนได้ แต่ข่าวร้ายมันมากเกินไป จนทำให้หดหู่ใจ ส่วนโครงการเด็กกตัญญูไปไกลมากแล้วครับ มีกรณีเด็กส่งเข้ามาเกือบทุกวันและประสานในรายละเอียดพร้อมมอบทุนไป ส่วนกรณีเด็กผ่าตานั้น เมื่อสัปดาห์ก่อนได้พาไปตรวจตาและร่างกายอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว หมอนัดผ่าดวงตาข้างแรกปลายเดือนตุลาคมนี้ครับ