ศิลปะวัฒนธรรมมรดกอีสาน
การสู่ขวัญ
(เด็กเล่าตามผู้เฒ่าบอก)

พานบายศรีสู่ขวัญ
ตอนที่ 1
ความเป็นมาของพิธี บายศรีสู่ขวัญ
พิธีบายศรีสู่ขวัญ
พิธีสู่ขวัญ บางทีเรียกว่า พิธีบายศรี หรือ
บายศรีสู่ขวัญ เป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของชาวอีสาน
ประเพณีสู่ขวัญทำกันแทบทุกโอกาส ทั้งในมูลเหตุแห่งความดีและไม่ดี
ชาวอีสานถือว่าเป็นประเพณีเรียกขวัญ ให้มาอยู่กับตัว
พิธีสู่ขวัญนี้เป็นได้ทั้งการแสดงความชื่นชมยินดี
และเป็นการปลอบใจให้เจ้าของขวัญจากคณะ ญาติมิตรและบุคคลทั่วไป
ผู้ได้ดีมีโชคหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือมาเยี่ยมเราก็ยินดีจัดพิธีสู่ขวัญให้
ประเพณีสู่ขวัญจึงเป็น ประเพณีทำกันอย่างกว้างขวาง
คำว่าขวัญนั้นเชื่อว่าเป็นสิ่งไม่มีตัวตนคล้ายกับจิตหรือวิญญาณแฝง
อยู่ในตัวคนและสัตว์
ตั้งแต่เกิดมาทุกคนมีขวัญกันทั้งนั้นและในบางแห่งเรามักแปลว่า กำลังใจ
ก็มีคำว่า ขวัญ ยังมีความหมายอีกว่าเป็นที่รักที่บูชา
เช่นเรียกเมียที่รักว่า เมียขวัญ หรือ จอมขวัญ
เรียกลูกรักหรือลูกแก้วว่า ลูกขวัญ
สิ่งของที่ผู้เคารพรักใคร่นับถือกันนำมาฝาก นำมาให้เพื่อเป็นการทะนุ
ถนอมน้ำใจกันเราก็เรียกว่า ของขวัญ
ขวัญ
อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ขน หรือผม ที่ขึ้นเวียนเป็นก้นหอย
พิธีสู่ขวัญเป็นพิธีเก่า แก่ของชาวไทยเราแทบทุกภาค
การทำพิธีก็ผิดเพี้ยนกันไปบ้างแต่ก็ยังยึดหลักใหญ่อยู่เหมือนกัน
พิธีสู่ขวัญในบทความนี้ จะกล่าวถึงพิธีของชาวอีสานเป็นส่วนใหญ่
การทำพิธีสู่ขวัญเราอาจทำได้ถึง ๒ วิธีพร้อม ๆ กัน
คือวิธีทางพุทธศาสนาและวิธีทางพราหมณ์ศาสนา
วิธีทางพุทธศาสนา โดยการนิมนต์พระสงฆ์อย่างน้อย ๕ รูป
มาเจริญพระพุทธมนต์ ตั้งบาตรน้ำมนต์ เสร็จแล้วประพรมน้ำมนต์
พระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถาถ้ามีศรัทธาพอจะถวายภัตตาหารเช้า
หรือเพลพระสงฆ์ด้วยก็ได้ ส่วนพิธีทางพราหมณ์
ก็คือการสู่ขวัญซึ่งจะได้อธิบายให้ละเอียดต่อไป
การทำพิธีสู่ขวัญต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
หลายอย่างดังนี้...
พาขวัญหรือพานบายศรี
คำว่า บายศรี นี้น่าจะมาจากภาษาเขมร
คือคำว่า บาย + ศรีข้าว (สุก) ที่เป็นมงคลข้าวนี้จะ
เป็นส่วนประกอบของการจัดพานบายศรี จะขาดไม่ได้ การจัดพาขวัญนี้
ปกติต้องจัดด้วยพาน ทองเหลืองและมีสัมฤทธิ์ (ขันลงหิน) หลาย ๆใบ
ซ้อนกัน มีใบตอง ดอกไม้สด ด้ายสำหรับผูกข้อมือ (ผูกแขน)
ปัจจุบันเริ่มมีการนำเอากระดาษสีต่างๆ
แต่ก็ผิดธรรมเนียมของท้องถิ่นไป
พาขวัญอาจจัดเป็นชั้นๆ จะเป็น ๓ ชั้น ๕ ชั้น
๗ ชั้น แล้วแต่ความสามารถ แต่คนเก่าคนแก่ของเมืองอุบล ฯ
กล่าวว่าพาขวัญ ๓ ชั้น ๕ ชั้น เป็นของบุคคลธรรมดา ส่วน ๗ ชั้น และ ๙
ชั้นนิยมจัดเฉพาะสำหรับเชื้อพระวงศ์
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ชั้นล่างของพาขวัญจะเป็นพานมีบายศรี (ทำด้วยใบตอง) ดอกไม้ ข้างต้ม
ไข่ต้ม ขนม กล้วย อ้อย ปั้นข้าว เงินฮาง มีดด้ามแก้ว ชั้น ๒ , ๓, ๔
จะได้รับการตกแต่งด้วยใบศรี และ ดอกไม้ซึ่ง มักจะเป็นดอกฝาง
ดอกดาวเรือง ดอกรัก ใบเงิน ใบคำ ใบคูณ ใบยอป่า อย่างสวยงาม ส่วนชั้นที
๕ จะมีใบศรี และด้ายผูกข้อมือ เทียนเวียนหัว (ทำด้วยขี้ผึ้ง)
ของเจ้าของขวัญ นอกจากพาขวัญแล้วจะมีเครื่องบูชาและอื่นๆ เช่น ขันบูชา
มีพานขนาดกลางสำหรับวางผ้า ๑ ผืน แพร ๑ วา หวี กระจกเงา น้ำอบ น้ำหอม
สร้อย แหวน ของผู้เป็นเจ้าของขวัญ
การทำพาขวัญ
คำว่า “ พาขวัญ ” เป็นภาษาอีสาน มีความหมายเช่นเดียวกับ “ พานบายศรี ” มี การแต่งพาขวัญพร้อมเครื่องสังเวยต่างๆ เหมือนกัน |
||
การสู่ขวัญ หรือสูตขวัญ
การสู่ขวัญหรือสูตขวัญของชาวอีสาน คงวิวัฒนาการมาจากพิธีพราหมณ์
เพราะบรรพบุรุษเคยนับถือทั้งพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์
การสู่ขวัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับขวัญและจิตใจ
เพื่อหาทางก่อให้เกิดขวัญหรือกำลังใจดีขึ้น
ชาวอีสานเห็นความสำคัญทางจิตใจมาก ดังนั้น
วิถีการดำเนินชีวิตแทบทุกอย่างจึงมักจะมีการเรียกร้องพลังทางจิต
จะได้ช่วยให้มีพลังใจเข็มแข็ง
สามารถฟันฝ่าอุปสรรคหรือภัยพิบัติได้นั้นเอง
จึงเป็นประเพณีถือปฏิบัติยั่งยืนมาจากสมัยนี้
การสู่ขวัญเป็นประเพณีโบราณ ที่บรรพบุรุษได้เคยประพฤติ ปฏิบัติสืบต่อๆ
กันมาช้านาน โดยเชื่อว่า เป็นสิริมงคลแก่การเป็นอยู่
หรือช่วยให้เกิดมงคลและอยู่ด้วยความสวัสดี มีชัย มีโชคลาภยิ่งขึ้น
ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยความราบรื่น
และอาจดลบันดาลให้ผู้ที่เคราะห์ร้าย หายจากสรรพเคราะห์ทั้งปวงด้วย
แต่การสู่ขวัญต้องอาศัยคนเฒ่าคนแก ่ผู้เป็นนักปราชญ์
ผู้ฉลาดหรือผู้รู้วิธีทำ ซึ่งเรียกว่า “ หมอขวัญ ” หรือ “ พราหมณ์ ”
สู่ขวัญให้ จึงจะเป็นสิริมงคลได้ผลดีสมความปรารถนา
ถ้าหากทำไปสักแต่ว่าทำ ไม่มีพิธีการอันแนบเนียนก็จะมีผลน้อย
เพราะการทำพิธีนี้เกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างหนึ่งด้วย
ถ้าผู้ทำเป็นผู้ฉลาดในพิธีการ ตั้งอกตั้งใจทำจริงๆ
มุ่งหวังให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้รับขวัญของผู้รับการสู่ขวัญจริงๆ
อย่างนี้จึงจะได้รับประโยชน์จากการสู่ขวัญนั้น
|
การทำพานบายศรี ได้ฝึกสมาธิ ความอดทน และต้องประณีตค่ะ ยังประทับใจบายศรีที่อิสานเด้อค่า ;)