ประวัติศาสตร์จะสอนให้เรารู้จักตัวเราเอง

แผนการสอน(Lesson Plan) Concise and incomplete

 

ชื่อวิชา     ประวัติศาสตร์กฎหมาย              รหัสวิชา  230406                             จำนวนหน่วยกิต  3

 

จำนวนชั่วโมงที่ใช้สอน         บรรยาย  3 ชั่วโมง/สัปดาห์         

อาจารย์ผู้สอน     อ.จตุภูมิ  ภูมิบุญชู* 

           

           “... ข้าพเจ้าเองทราบดีถึงสถานะและความสำคัญอันจำกัดของวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย เท่าที่เป็นอยู่และที่ควรจะเป็นในหลักสูตรการศึกษาทั้งปวงของมหาวิทยาลัย กระนั้นก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ มิได้มองข้ามความสำคัญของวิชานี้  อีกทั้งเห็นความจำเป็นในอันที่จะต้องบุกเบิกสานต่อการศึกษาค้นคว้าในวิชานี้ให้ยิ่งขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ ในขณะที่สาขาวิชาอื่นๆ ส่วนใหญ่กำลังเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง โดยเป็นผลเนื่องมาจากการศึกษาค้นคว้าทั้งหลายที่ได้กระทำไว้แล้วแต่กาลก่อนโดยชาวไทยและชาวต่างชาติ วิชาประวัติศาสตร์กฎหมายในประเทศสยามยังคงเป็นแต่เพียงการเริ่มต้น และยังมีคนจำนวนมาเชื่อด้วยว่า การเริ่มศึกษาค้นคว้าวิชานี้ให้เกิดผลจะเป็นไปได้อย่างไร เราควรเร่งเร้าความสนใจใฝ่รู้ของนักศึกษาทั้งหลาย ชักชวนให้เขาเหล่านั้นใฝ่ใจในการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ อีกทั้งแสดงให้พวกเขาเห็นซึ่งวิธีการศึกษาในอันที่จะนำไปสู่ผลการศึกษาที่น่าพึงพอใจ เป็นเวลานับทศวรรษแล้วที่ทางประเทศอินเดีย จีนและญี่ปุ่น มีการจัดพิมพ์ตำราอันเกี่ยวด้วยประวัติศาสตร์สถาบันทั้งหลายของชาติตน ในภาษาของแต่ละประเทศหรือบ้างก็เป็นภาษาตะวันตก ซึ่งบางเล่มก็ต้องนับว่ามีคุณภาพยอดเยี่ยมทีเดียว

          ดังนี้ จึงเป็นการสมควรที่จะกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาความรู้ในประเทศสยาม ในทำนองเดียวกันในหมู่นักศึกษา วิชาที่ข้าพเจ้าสอนจึงมิได้มีจุดประสงค์อื่นนอกไปจากนี้...”[1]

 

          “กฎจะต้องสัมพันธ์กับกายภาพของประเทศ คือสัมพันธ์กับภูมิอากาศหนาวเย็น ร้อนแรง หรือปานกลาง สัมพันธ์กับลักษณะพื้นที่ ที่ตั้งและขนาดของประเทศ สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งอาจจะเป็นชาวนา ชาวไร่ พรานไรหรือคนเลี้ยงสัตว์ กฎจะต้องสัมพันธ์กับระดับเสรีภาพซึ่งโครงสร้างการปกครองสามารถรับได้ สัมพันธ์กับศาสนาของพลเมือง ความโน้มเอียงต่างๆ ของพวกเขา ความมั่งมี จำนวน การติดต่อสัมพันธ์กันในหมู่พลเมือง ขนบธรรมเนียมความเป็นอยู่ วิถีของพวกเขา ประการสุดท้าย กฎจะต้องมีลักษณะสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วย กฎจะต้องสัมพันธ์กับที่มาของกฎกับวัตถุประสงค์ของผู้บัญญัติกฎหมาย กับระเบียบของสรรพสิ่งทั้งหลายซึ่งเป็นพื้นฐานของกฎนั้นๆ ในทัศนะต่างๆ ที่กล่าวมานี้แหละที่จะต้องพิจารณา”[2]

คำอธิบายรายวิชา 

          ที่ มาของกฎหมายไทยตั้งแต่ยุคสุโขทัยจนถึงยุคก่อนการปฏิรูประบบกฎหมาย การปฏิรูประบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย กำเนิดและวิวัฒนาการของระบบกฎหมายต่างๆ เช่น ระบบกฎหมายโรมาโน- เยอรมานิค กฎหมายแองโกลแซกซอน กฎหมายสังคมนิยม ฯลฯ ตลอดจนอิทธิพลของกฎหมายดังกล่าวที่มีต่อกฎหมายไทย

 

1. วัตถุประสงค์ 

         - นิสิตรู้และสามารถอธิบายคุณค่าในการศึกษารายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายได้

       - นิสิตสามารถจำแนกระยะเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยได้

       - นิสิตสามารถอธิบายแนวความคิดธรรมศาสตร์ราชศาสตร์ในกฎหมายไทยโบราณและเปรียบเทียบกับแนวความคิดในกฎหมายไทยในปัจจุบันได้

2. แผนการสอน


 

สัปดาห์ที่ 1-2 :  การศึกษาวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย ที่เป็นการศึกษานิติศาสตร์เชิงข้อเท็จจริงความหมายของประวัติศาสตร์ และคุณค่าในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมาย

Download  Bio data & Pre Class Questionnaire !

เอกสารที่เกี่ยวข้อง Related Materials

 - ปรีดี เกษมทรัพย์. นิติปรัชญา. พิมพ์ครั้งที่ 9, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : กรุงเทพฯ  2551. หน้า 17 - 62  ***

 - นิธิ เอียวศรีวงศ์. หลักฐานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย.  พิมพ์ครั้งที่ 1, สำนักพิมพ์บรรณกิจ : กรุงเทพฯ 2525. หน้า1-28, 87-175   

เอกสารประกอบการบรรยายครั้งที่ ๑

Questions !!!

1. "ความรู้" กับ "ศาสตร์" แตกต่างกันอย่างไร?

2. การศึกษา ประวัติศาสตร์กฎหมายจัดอยู่ในการศึกษานิติศาสตร์สาขาใด?

3. กระบวนการแสวงหาความจริงในทางประวัติศาสตร์ เรียกว่าอะไร มีกระบวนการอย่างไร และมีจุดเหมือนและต่างจาก กระบวนการแสวงหาความจริงในทางกฎหมายอย่างไร?(วิเคราะห์ผ่านกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา)

4. การศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายมีคุณค่าอย่างไร?

Home work

ลิงคอล์น ใช้วิธิใดในการเข้าใจปัญหา และแก้ปัญหาเรื่องทาสของสหรัฐอเมริกา และจากการค้นคว้าของลิงคอล์น ได้ค่นพบว่าอย่างไร?

 อ่าน

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ. 200 ปี เอบราแฮม  ลิงคอล์น. ว.สารคดี. ปีที่ 25 ฉบับที่ 297 พฤศจิกายน 2552 หน้า 53-73. กดลิงค์เพื่ออ่านเอกสาร !

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับศิลาจารึกหลักที่ ๑ กด link เพื่ออ่าน

ศิลาจารึกหลักที่ ๑ กด Link เพื่อดูและอ่าน

หัวข้อรายงานหน้าชั้น กดเพื่ออ่าน


สัปดาห์ที่ 3-5: การจำแนกยุคสมัยในทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยและกระบวนวิธีในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมาย

Questions

1.  มีผู้โต้แย้งว่า ศิลาจารึกหลักที่ ๑ นั้นทำขึ้นในสมัยพระบามสทเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้นจึงไม่มีคุณค่าในการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์กฎหมาย  นิสิตเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่  ให้นิสิตอภิปราย และแสดงเหตุผล ทั้งสองด้านเพื่อสนับสนุนและคัดค้านคำกล่าวนี้

2. แนวคิดสัมยอาณาจักรทวาราวดี เชื่อมโยงกับแนวคิดทางกฎหมายสมัยอยุธยาอย่างไร

3. กฎหมายกับศิลธรรมแยกจากกันได้หรือไม่ เพราะอะไร?

 

สัปดาห์ที่ 6-7 : แนวความคิดและพัฒนาการทางความคิดเกี่ยวกับกฎหมายของไทยจากอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน

                        - แนวความคิดว่าด้วย “มานวธรรมศาสตร์ของฮินดู

                   - แนวความคิดทางกฎหมายว่าด้วยธรรมศาสตร ราชศาสตรที่ปรากฏในกฎหมายไทยก่อนปี พ.ศ. 2398

หนังสืออ่านประกอบ

______.,Laws of Manu in the Sacred book of the east

______., กฎหมายลักษณะพยาน. , available from  www.panyathai

พิศาล  บุญผูก., ธรรมศาสตร์มอญเค้ากฎหมายไทย(ตอนที่ ๑ถึง ๔), available from http://www.monstudies.com

สัปดาห์ที่ 8 สอบกลางภาค

สัปดาห์ที่ 9 :           แนวความคิดและพัฒนาการทางความคิดเกี่ยวกับกฎหมายของไทยจากอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน

                        - การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่แนวความคิดกฎหมายแบบตะวันตก         

สัปดาห์ที่ 10-11 แนวความคิดและพัฒนาการทางความคิดเกี่ยวกับกฎหมายของไทยจากอดีตจนกระทั่งปัจจุบัน 

                   - แนวความคิดในกฎหมายไทยปัจจุบัน (นับจาก ปี พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน)

                   - การละเลยการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในปัจจุบัน และผลลัพธ์

สัปดาห์ที่ 12-13 : สังเขปการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายโบราณบางลักษณะ                                             (การนำเสนอผลงานทางวิชาการโดยนิสิต)                 

สัปดาห์ที่ 14-15 : สังเขปการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายโบราณบางลักษณะ               

          (การนำเสนอผลงานทางวิชาการโดยนิสิต)

 

3.   การดำเนินการจัดการเรียนการสอน

          3.1   บรรยาย                              

3.2   การถาม-ตอบในชั้นเรียน

          3.3    รายงาน / Present หน้าห้องเรียน          

3.4 ดูงานนอกสถานที่

 

4.   การวัดและประเมินผลการเรียน 

          4.1   หลักการจัดสรรคะแนน                                 

  • ความมีส่วนร่วมในห้องเรียน

      และการทดสอบย่อยระหว่างเรียน         10    คะแนน

  • สอบกลางภาค                                30    คะแนน
  • สอบปลายภาค                               60    คะแนน

                   คะแนนรวม                       100   คะแนน

          4.2   เกณฑ์การวัดผลและประเมินผล

                   80   คะแนนขึ้นไป                 A        75 – 79   คะแนน       B+

                   70 – 74   คะแนน                 B        65 – 69   คะแนน       C+

                   60 – 64   คะแนน                 C        55 – 59   คะแนน       D+

                   50 – 54   คะแนน                 D        ต่ำกว่า   50   คะแนน   F

 

5.   หนังสือประกอบการเรียน

5.1 แสวง   บุญเฉลิมวิลาศ. ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย. สำนักพิมพ์วิญญูชน กรุงเทพฯ

5.2 ร.แลงกาต์. ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย. สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช, กรุงเทพฯ

5.3 จรัญ  โฆษณานันท์. ปรัชญากฎหมายไทย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพมหานคร, 2536 กด Link เพื่ออ่าน

5.4 (เอกสารอื่นๆที่อาจารย์มอบหมาย)

 

6.เว๊บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

  ฐานข้อมูลศิลาจารึกประเทศไทย ใน โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

 สังสารวัฏ

เอกสารมาใหม่ มหานิทานนังสูตร

เอกสารมาใหม่ คัมภีร์พระธรรมศาสตร์

หมายเหตุ  แผนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายโดยละเอียด จะแจกในวันเิปิดเรียนครั้งแรก

 


*เค้าโครงคำบรรยายนี้ผู้จัดทำได้รับความกรุณาแลอนุญาตจากท่านอาจารย์ ดร. ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ให้ดำเนินการจัดทำตามต้นฉบับเค้าโครงคำบรรยายของเดิมที่ท่านได้มอบให้คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรไว้  ซึ่งผู้จัดทำขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้

[1] จดหมายลงวันที่ 30 มิถุนายน 2480 ของ ร.แลงกาต์ ถึง ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี  พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง จากเอกสารแฟ้มที่ 8 เรื่อง ม.แลงกาต์ ที่ปรึกษากระทรวงยุติธรรมขอค้นคว้าวิชา ประวัติศาสตร์กฎหมาย ณ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (30 มิถุนายน 2480) ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กต. 35.1/42 เอกสารกระทรวงการต่างประเทศ เรื่อง การจ้างชาวต่างประเทศ (การศาลและกฎหมาย) แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสและเน้นข้อความโดย ดร. ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล

[2] มงเตสกิเออ,บารอน ชารลส์ เดอะเซอะกงดาต์,เจตนารมณ์แห่งกฎหมาย,แปลจาก De l’ esprit de la Lois  โดย                                วิภาวรรณ ตุวยานนท์,กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528 น.13