การนิเทศแบบ AI

         เมื่อวานตอนเช้า ผมเข้าไปนิเทศติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนตามโครงการที่ผมรับผิดชอบอยู่

 

        งานนี้ ผมใช้การนิเทศแบบ AI ของ  อ. โย  ผมติดตามงานของท่านมาตลอด  แอบชอบใจในหลักการ จึงนำมาใช้ในการนิเทศ

 

        ครั้งแรก โรงเรียนก็นำเสนองานที่ทำว่าทำอะไรไปบ้าง   ผมก็ให้คณะครูเล่าให้ฟังเชิงระบบ Input  Process  Output   คุณครูก็เล่าให้ฟังได้ครับ ตั้งแต่การวางแผน  กระบวนการ   และ ผลที่ลงถึงเด็ก  ลงถึงผู้ปกครอง

 

       แล้วก็มาถึงขั้นตอนที่ผมจะต้องใช้ AI โรงเรียนได้จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เวทีผู้ปกครอง   ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จ  ผู้ปกครองต่างร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลี่ยงดูบุตรหลานให้ถูกวิธีกันอย่างหลากหลาย  ผู้ปกครองบางชั้น  ยังสามารถมาเป็นผู้นำในการดำเนินรายการ(Facilitator)  ผู้ปกครองบางคนสามารถเขียน Mind map  ได้   โดยที่คุณครูบอกว่า คอยเป็นผู้กำกับ เป็นที่ปรึกษา ให้อยู่ห่าง ๆ

 

     ผมก็เล่าให้ฟังว่า จากการติดตามงานเวทีครอบครัวของโรงเรียนหลายโรงเรียนที่ผ่านมา ปัญหา คือ  ผู้ปกครองไม่ค่อยพูดกัน  ที่โรงเรียนนี้  ทำให้ผู้ปกครองพูดขึ้นมาได้   ต้องขอชมเชยในความสำเร็จ  ที่ทำงานที่ไม่ค่อยมีใครทำได้

 

     แล้วผมก็เริ่มยิงคำถาม AI

 

     คุณครูทราบไหมว่า เกิดจากอะไร ที่ทำให้ผู้ปกครองกล้าพูด กล้าแสดงออก  กล้าเป็นผู้นำ  ทั้งๆที่โรงเรียนอื่น ไม่ค่อยเกิดเรื่องเหล่านี้

 

     คุณครูยังนึกไม่ออกครับ  ตอบมาว่า  "ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดจากอะไร"

 

     ผมก็เลยตะล่อมช่วยให้ได้คำตอบ  โดยบอกว่า ที่ผู้ปกครองเขากล้าพูด กล้าแสดงออก  เพราะเขาอยู่ในพื่นทื่ที่ปลอดภัย พื้นที่แห่งความไว้วางใจ

 

    ทีนี้  ผมก็ยิงคำถาม AI ไปอีก

 

     คุณครูทำอย่างไร  จึงให้ผู้ปกครองไว้วางใจ  และ รู้สึกปลอดภัย

 

     เมื่อตะล่อมมาได้อย่างนี้  คุณครูก็พอมองหาคำตอบเจอครับ   บอกว่า

 

     เป็นเพราะครูให้เกียรติผู้ปกครอง  ยกมือไหว้ผู้ปกครองทุกคน   ให้ความเป็นกันเอง ไม่ถือตัวเองว่าเป็นครู เป็นข้าราชการ   ทำตัวให้เท่ากับผู้ปกครอง   และ  ในการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้   ก็ใช้วิธีนั่งล้อมวงกลม  ทั้งครูและผู้ปกครองอยู่วงเดียวกัน   เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเป็นกันเอง   คุณครูจะไม่เป็นผู้สอน ผู้สั่ง  หรือ ทำตัวเป็นผู้รู้ดี   แต่จะทำตัวเป็นผู้ไม่รู้ ให้ผู้ปกครองได้แสดงความรู้ออกมา

 

      ผู้ปกครองพูดออกมาอย่างไร ครูก็จะตั้งใจฟัง และ จดทุกตำพูดของทุกคน  ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกตัวเองมีคุณค่า   ทุกคนก็เลยกล้าพูดกล้าแสดงออก

 

      ผมก็เลยบอกว่า  สิ่งนี้แหละเป็นวิธีการสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองพูด   ภาษา KM เขาเรียก Tacit knowledge เป็นความรู้ฝังลึกในตัวคุณครู  เป็นทักษะที่ดีมากๆๆ ก็ขอให้นำไปใช้ต่อยอดในการทำงานครั้งต่อไป

 

    คุณครูก็จดใหญ่เลยครับ  สิ่งที่คุณครูจด   ก็เป็น Tacit knowledge ของคุณครูนั่นเอง  บางทีคุณครูก็ไม่รู้ตัวเอง ว่าตัวเองมีดีอะไร  ต้องใช้ AI เข้าไปช่วยครับ