ผ่านมาหลายวันแล้วแต่ยังมีเรื่องค้างใจที่อยากบันทึกไว้ ก็เลยต้องหาโอกาสจนได้ นี่ขนาดมีอุปสรรคเพราะเน็ตที่บ้านใช้ไม่ได้ อยู่ที่ทำงานก็ยุ่งทั้งวันไม่มีโอกาสไ้ด้เขียนอะไรมา 2-3 วันแล้ว เป็นเรื่องจากการที่ได้ไปร่วมงาน Knowledge Sharing Day ของคณะแพทย์ของเราในวันศุกร์ที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ในครั้งนี้เป็นหัวข้อเรื่อง "แนวทางและทิศทางของการจัดการความรู้ ของคณะแพทยศาสตร์" ที่พวกเราจากหลายๆหน่วยงานมาช่วยกันระดมสมองในหัวข้อนี้ แล้วก็นำมาเสนอในที่ประชุมโดยมีท่านคณบดี รศ.นพ.สุเมธ พีรวุฒิ เป็นประธาน มีหัวแรงใหญ่คือท่านอดีตคณบดี รศ.นพ.กิตติ ลิ่มอภิชาต ที่ปรึกษาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบความรู้ (KM) รวมทั้ง ศ.นพ.พิเชฐ อุดมรัตน์ ที่ปรึกษาคณบดีด้านการจัดการความรู้ มารับฟังข้อคิดเห็นต่างๆของพวกเรา
เป็นการประชุมที่ไม่เหมือนกับครั้งไหนๆ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของการประชุม เป็นการพูดคุยกันเองในกลุ่มและเตรียมการรวบรวมมานำเสนอกลุ่มละประมาณ 10-15 นาที แบ่งเป็น 7 กลุ่มคือ
- กลุ่มเลขานุการภาควิชา
- กลุ่มสำนักงานคณบดี
- กลุ่มการศึกษา
- ฝ่ายบริการพยาบาล (Surgical base)
- ฝ่ายบริการพยาบาล (Medical base)
- ฝ่ายอำนวยการโรงพยาบาล
- กลุ่มรังสีวิทยา พยาธิวิทยา ฝ่ายเภสัชกรรม ฝ่ายทันตกรรม
ได้เห็นพลังของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากคนหลากหลายกลุ่มที่มีลักษณะงานต่างๆ จากหัวข้อที่ตั้งไว้ทั้งหมด 5 ประเด็น คือ
1.เราควรจะทำ KM ในคณะอย่างไร
2.หัวข้ออะไรที่จะทำ KM ในระยะ 1-2 ปีนั้น
2.1 หัวข้อรวมสำหรับบุคลากรทั้งคณะ
2.2 หัวข้อเฉพาะกลุ่มของกลุ่มที่นำเสนอ
3.KPI ของ KM
4.การนำ KM ไปผูกกับ incentive (รางวัลค่าตอนแทน)
5. ปัญหา อุปสรรค และปัจจัยส่งเสริมในการทำกิจกรรม KM
เราได้ความคิด ความเห็นจากการนำเสนอที่ต่างกัน 7 รูปแบบไม่ซ้ำกันเลย แม้จะมีหลายๆประเด็นที่มีจุดคล้ายกันอยู่บ้าง นี่คือเสน่ห์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงๆ
แม้จะมีประกายความคิดหลายอย่างที่อยากบันทึกไว้ แต่เพราะเวลายังไม่อำนวย ขอเพียงบันทึกถึงลักษณะงานประชุมนี้ไว้ก่อนนะคะ เพื่อจะได้มาต่อเติมได้ในวันข้างหน้า แต่ที่แน่ๆก็คือ ตลอดระยะเวลา 5-6 ปีที่เรามีการทำ KM ในคณะแพทย์ของเรา สิ่งที่ได้เห็นเป็นรูปธรรมก็ืคือ คนจำนวน 4500 กว่าคนของเราน่าจะไม่ต่ำกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ทำงานไปวันๆเหมือนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ความสนุกในการทำงาน ความภาคภูมิใจในงานที่ทำไม่ว่าจะเป็นระดับไหน ดูจะมีให้เห็นในรูปแบบต่างๆหลากหลาย แม้เราจะยังไม่มีการรวบรวม asset ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบที่ดีจนค้นได้และแพร่หลายไปทั้งองค์กร แต่ก็มีช่องทางให้เห็นว่าเป็นไปได้อยู่ และเชื่อว่าหากเรายังมีผู้บริหารที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาคนอย่างที่เป็นอยู่ KM ที่เกิดแล้วในคณะแพทย์ของเราก็จะเติบโตต่อไปได้ และดูท่าทางว่าจะเป็นแบบที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนองค์กรใดๆจริงๆ
" การนำ KM ไปผูกกับ incentive (รางวัลค่าตอนแทน) "
นี่น่าจะเป็นนวตกรรมใหม่ เป็น motivation ใหม่สำหรับการสร้างเสริมความรู้นะครับ พี่โอ๋
รหัสพิมพ์ส่งข้อความอ่านยากมากเลย
น่าชื่นใจจังเลยครับ
คณะแพทย์ มอ. เป็น "เจ้าพ่อ" ทั้งด้าน "การบริหารคุณภาพ" และ "การจัดการความรู้" ครับ . . ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับผู้บริหารและบุคลากรทุกๆ ท่าน ให้ทำต่อไปจนได้ชื่อว่า เป็น case ตัวอย่างของเมืองไทย
ปริมาณใกล้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครับ
5,000 คน เพียงคณะเดียว ;)