พิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งโอซาก้า

รายงานการศึกษาดูงานสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกำแพงเพชร

วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑

พิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งโอซาก้า

เปิดทำการเป็นครั้งแรกเมื่อ ธันวาคม 1985 เพื่อเป็นสถานที่เก็บข้อมูลประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางด้านสิทธิมนุษยชนของโอซาก้า และได้เปิดทำการอีกครั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สิทธิมนุษยชนแห่งโอซาก้าเมื่อธันวาคม 1995

ภายในพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็น 4 ส่วนคือ

  1. สิทธิมนุษยชนในปัจจุบัน (Human Rights Today) มีวีดีทัศน์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในญี่ปุ่นและทั่วโลก
  2. ค่านิยมและการกีดกัน (Our Values and Discrimination) นำเสนอโดยการให้ทำแบบทดสอบบนจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส เพื่อวัดทัศนคติในเรื่องสิทธิมนุษยชน นิทรรศการเกี่ยวกับค่านิยมการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่น
  3. การเคลื่อนไหวและกิจกรรมผู้ที่ถูกกีดกัน (The Claim and Activism  of Victims of Discrimination)นำเสนอโดยแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของกลุ่มคนต่างๆ ในเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม การถูกเหยียดหยาม ถูกกีดกันโดยคนส่วนใหญ่และการต่อสู้และเรียกร้องเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิของตนเอง แบ่งเป็น

-          ชาวเกาหลีในญี่ปุ่น ถูกกีดกันในเรื่องการใช้ชีวิตและไม่สามารถมีสิทธิเลือกตั้ง

-          ชาวโอกินาว่า ถูกกีดกันในสถานที่อยู่ซึ่งถูกทหารอเมริกันใช้เป็นฐานทัพ การต่อสู้เพื่อขอให้เกาะโอกินาว่ากลับมาเป็นของญี่ปุ่น

-          ชาวไอนุ เป็นชนกลุ่มน้อยแต่ถูกห้ามไม่ให้ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีภาษาพูดของตนเอง แต่ก็ต่อสู้จนสามารถใช้ชีวิตแบบชาวไอนุได้

-          กลุ่มผู้หญิง ซึ่งถูกกดขี่จากความรุนแรงในครอบครัว การถูกเลือกปฏิบัติ มีการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิสตรีมากขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970

-          กลุ่มคนรักร่วมเพศ การต่อสู้เพื่อสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างไม่ถูกรังเกียจ

-          คนพิการ การต่อสู้ไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติ ปัจจุบันเด็กพิการไม่สามารถเรียนร่วมกับเด็กปกติได้

-          ผู้ติดเชื้อ เอชไอวี และเชื้อเอดส์ การต่อสู้เพื่อให้สังคมยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันได้  บางคนติดเชื้อจากการถ่ายเลือดที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ไม่ใช่การสำส่อนทางเพศก็ถูกรังเกียจ

-          ผู้รอดชีวิตจากโรคเรื้อน จะถูกรังเกียจไม่ให้อยู่ร่วมกันในชุมชนเดียวกัน แต่ปัจจุบันมีผู้ให้การช่วยเหลือและสามารถกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้

-          ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย เป็นผู้ใช้แรงงานในโรงงานตั้งแต่ยุคพัฒนาเศรษฐกิจหลังสงคราม แต่ต่อมาหางานทำไม่ได้ เพราะอายุมากขึ้น หรือมีปัญหาสุขภาพ และการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป จึงใช้ชีวิตตามสถานที่สาธารณะ

 

-          บุรากุ วรรณะที่ต่ำสุดของสังคมญี่ปุ่น(คล้ายจันฑาลในสังคมอินเดีย)ตั้งแต่สมัยเมจิ (ประมาณรัชกาลที่ 5)เป็นช่างทำเครื่องหนังที่มีชื่อเสียงเรื่องการทำกลองไทโกะ ต่อสู้มาเป็นร้อยปีเพื่อไม่ให้ถูกรังเกียจ แม้ว่าจะมีการปฏิรูปกฎหมายแล้ว แต่คนส่วนใหญ่จะสืบว่าคนที่มาสมัครงานหรือจะมาแต่งงานกับลูกของตนเป็นบุรากุแล้วไม่รับเข้าทำงานหรือให้ลูกแต่งงานด้วย สถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นหมู่บ้านของบุรากุ เมื่อ 40 ปีที่แล้วมีการพัฒนาให้น่าอยู่มากขึ้นและตั้งพิพิธภัณฑ์แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถลบความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ออกไปจากใจได้

  1. สิทธิมนุษยชนกับคุณ (Human Rights and You)นำเสนอโดยการชมวีดีทัศน์คนที่เป็นผู้ถูกกีดกันในกลุ่มต่างๆ ซึ่งมีการเปลี่ยนใหม่อย่างสม่ำเสมอ แล้วลองทำแบบทดสอบวัดทัศนคติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

ส่วนของมุมของที่ระลึก มีสินค้าจากกลุ่มที่ถูกกีดกันต่างๆมาจำหน่ายด้วย 

ด้านนอกอาคารระหว่างทางเดินจัดเป็นประติมากรรม และมีข้อมูลเกี่ยวกับกลอง

ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นฝีมือของ บุรากุ  ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของคนในละแวกนี้