จูเนียร์เป็นชื่อเล่นของนายระพี พิมพ์ทอง นักเรียนโรงเรียนเพลินพัฒนาที่สอบเข้าศึกษาต่อยังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้ในเมื่อต้นปีการศึกษานี้  

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค. ๕๒ ก่อนการประกาศผลการสอบคัดเลือกในรอบสุดท้ายของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จะออก ดิฉันได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มโรงเรียนทางเลือก (การศึกษาทางเลือกที่อิงกับระบบรัฐ) ที่ยังไม่เคยรับการประเมินคุณภาพ หรือ กำลังจะต้องรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง ได้แก่ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  โรงเรียนเพลินพัฒนา  โรงเรียนจิตตเมตต์(ปฐมวัย)  โรงเรียนดรุณสิกขาลัย  โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ  และโรงเรียนปัญโญทัย

 

อาจารย์ที่เป็นตัวแทนจากโรงเรียนวิทยานุสรณ์เล่าว่า สิ่งที่โรงเรียนยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ การสร้างนักวิจัยให้กับสังคมไทย เพราะเด็กเก่งส่วนใหญ่เมื่อจบจากโรงเรียนแล้วก็จะเลือกสอบเข้าเรียนต่อในคณะแพทยศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ แทนที่จะต่อศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์

 

อาจารย์ที่เป็นผู้รับใบอนุญาตจากโรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ ที่จัดการเรียนการสอนในแนวทางปรัชญาการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นนี้ว่า นักวิจัยต้องเป็นคนที่มีจินตนาการ มีแรงบันดาลใจ ช่างสังเกต และละเอียดอ่อน คิดเชื่อมโยงได้ดี ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะมักไม่พบในโรงเรียนที่เน้นวิชาการ ซึ่งเป็นเด็กส่วนใหญ่ที่สอบเข้าไปได้ ทำให้โรงเรียนยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างคนที่มีฉันทะในการเป็นนักวิจัย

 

จูเนียร์เป็นเด็กที่มีแรงบันดาลใจ และมีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ มีพี่สาวที่อยากเป็นนักเปียโน ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาต่อในชั้น ม. ๖ ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์  มหาวิทยาลัยมหิดล  ครอบครัวพิมพ์ทอง เชื่อมั่นในวิถีของการศึกษาทางเลือกมาตั้งแต่ต้น จูเนียร์เริ่มเรียนที่โรงเรียนปัญโญไท ที่จัดการเรียนการสอนในแนวทางปรัชญาการศึกษาแบบวอลดอร์ฟ แล้วมาศึกษาต่อที่โรงเรียนเพลินพัฒนาในชั้น ป.๔ จนกระทั่งจบ ม.๓

 

จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายที่คุณแม่เขียนมาเล่าถึงชีวิตการเรียนรู้ของจูเนียร์ที่มหิดลวิทยานุสรณ์ เพื่อเป็นกำลังให้กับคุณครู อ่านแล้วนึกเห็นภาพเด็กที่สนุกกับการเรียนรู้ ที่เข้าถึงการเรียนรู้ที่แท้จริง 

 

 

เรียน คุณครูใหม่ที่นับถือ

 

          เกือบ 1 เทอมแล้วที่น้องจูเนียร์และน้องปั้นมาเรียนที่รร.มหิดลวิทยานุสรณ์คุณครูหลายๆท่านคงเป็นห่วงไม่ใช่น้อยว่าเด็กๆ ของเราจะไหวไม่หนอเรียนก็เรียนแบบเพลินมาจะเทียบกับคนอื่นๆที่ติวกันมาตลอดได้หรือไม่  อยากบอกให้คุณครูชื่นใจว่าเด็กทั้งสองไปได้ดีมากค่ะทั้งในแง่การปรับตัวที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองทุกอย่างและการเรียนก็อยู่ในระดับแนวหน้าของห้องค่ะ

 

          มีเรื่องอยากบอกให้คุณครู ESL ดีใจนะคะคือว่าอาทิตย์แรกที่มาเรียนโรงเรียนจัดสอบภาษาอังกฤษเพื่อแยกเด็ก 240 คนเป็น 3 ระดับ Advance, Intermediate, Pre-inter แล้วจะแยกกันเรียนตามระดับของแต่ละคนผลสอบออกมาทั้งน้องจูเนียร์และน้องปั้นได้อยู่ระดับ Advance ทั้งคู่ค่ะซึ่งคุณแม่ออกจะแปลกใจนิดๆสำหรับน้องจูเนียร์เพราะเรียนที่เพลินอย่างเดียวแล้วเดิมก็รู้สึกว่าที่เพลินเรียน ESL อ่อนไม่ได้ท่องศัพท์มากมายแบบคนอื่นๆและเมื่อลูกเข้าไปเรียนในกลุ่มแล้วเท่าที่คุยกับลูกก็เรียนทันคนอื่นได้ทั้งการเขียนอ่านและพูดคะแนนก็ออกมาดีแสดงว่าที่เรียนที่เพลินต้องมีดีอะไรแน่ๆเลย …

 

          ที่นี่เรียนค่อนข้างหนักในห้องเรียนจะไปไวมากๆๆๆ แต่ที่น่าดีใจคือน้องจูเนียร์มีความสนุกความสุขกับการเรียนรู้มากยังคงอารมณ์ดีตลอด .. เวลาเล่าถึงวิชานั้นวิชานี้ดวงตาจะเป็นประกายบวกรอยยิ้ม..ที่นี่ทุกวิชาส่วนใหญ่ต้องจด lecture เองเพราะปีนี้มีนโยบายประหยัดกระดาษบางส่วนก็ให้ load จากweb โรงเรียนค่ะ ในห้องเพื่อนหลายคนจด lecture ไม่ทันครูต้องใช้วิธีพูดแล้วต้องหยุดเป็นพักๆให้เด็กจด แต่น้องจูเนียร์จดทันค่ะแถมยังเอาเวลาที่ครูหยุดพูดมาทำการบ้านวิชาอื่นจนเสร็จอีกแน่ะ   ลูกบอกว่า“จูเนียร์โชคดีที่ได้เรียนกับครูตั้มครูนกมาถ้าผ่านมาได้จดอะไรก็ทันหมด”  (สงสัยลืมครูยุ้ยไปอีกคนค่ะ) แล้วมองแม่ประมาณว่าขอบคุณนะแม่ที่ให้จูเนียร์เรียนที่เพลินฯ จูเนียร์เลยไม่ลำบากแบบเพื่อนหลายคน…

 

          นอกจากนี้ในการเรียนที่เร็วมากนี้หลายคนก็เรียนไม่ทันแต่น้องจูเนียร์บอกส่วนใหญ่เข้าใจหมดและยังเป็นติวเตอร์ให้กับเพื่อนๆได้มีคุณแม่เพื่อนลูกหลายคนมาขอบคุณคุณแม่ที่น้องจูเนียร์ช่างมีน้ำใจไม่หวงวิชาเลย

 

          น้องจูเนียร์ไม่ได้เรียนอย่างเดียวตกเย็นก็ยังแบ่งเวลาไปเล่นกีฬากับเพื่อนๆทุกวันทำเหมือนอยู่เพลินเลยมีอยู่วันนึงทำสถิติเล่นตั้งแต่บ่าย 3 โมงถึง 2 ทุ่ม (ตีแบดค่ะ) การปรับตัวเข้ากับเพื่อนในห้องก็ดีมากโชคดีเด็กห้องน้องจูเนียร์สนิทกันเร็วมากตั้งแต่สัปดาห์แรกส่วนใหญ่จะออกแนวเฮฮากันมากทุกวันนี้เด็กทั้ง 20 กว่าคนจะทานข้าวด้วยกันอย่างน้อยมื้อเช้ากับเที่ยงค่ะ…น้องจูเนียร์ยังคงเป็นนักอ่านอารมณ์ดี (หัวเราะคิกคิกเหมือนเดิม) และยังอ่านทุกเวลาที่ว่างเหมือนเดิมทุกเช้าน้องจูเนียร์ยังคงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาอ่านหนังสือนิยาย (คุณแม่เพื่อนในห้องมาเล่าให้ฟัง)  ทำเอาคุณแม่แอบกรี๊ดแต่คุณพ่อบอกเป็นวิธีพักผ่อนของลูกเพราะถึงเวลาเรียนก็จะเรียนได้เต็มที่เอง…

 

          เมื่อประมาณ 3 อาทิตย์ก่อนน้องจูเนียร์เพิ่งสอบคัดเลือกเข้าโครงการ สอวน. โรงเรียนให้เลือกสอบได้ 2 วิชาน้องจูเนียร์เลือกสอบฟิสิกส์และดาราศาสตร์ก็สอบได้ทั้ง 2 วิชาค่ะ…

         

          น้องจูเนียร์เลือกที่จะเรียนฟิสิกส์ซึ่งสอบได้ประมาณ 30 คนและจะเริ่มเรียนช่วงตุลาคมนี้ค่ะน้องจูเนียร์ชอบฟิสิกส์มากค่ะทำคะแนนได้ดีสอบ Midterm Q2 อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ Top ของห้องค่ะ  วิชานี้กว่าครึ่งห้องสอบตก (ที่นี่โจทย์โหดมากจะเป็นคำถามแบบต่อยอดหมดไม่มีถามตรงๆค่ะต้องใช้จินตนาการมากๆ - ตามคำบอกของลูกค่ะ) 

 

          คุณแม่อยากจะบอกว่าที่ลูกได้อย่างนี้ก็เพราะเพลินพัฒนารู้สึกดีใจที่ตัดสินใจให้ลูกเข้าเรียนที่เพลินพัฒนาเป็นการตัดสินที่ถูกจริงๆทั้งๆที่ก็ไม่มั่นใจในตอนแรกแต่ก็คิดว่าชอบแนวทางนี้อนาคตเป็นอย่างไรไม่รู้อย่างน้อยในวันนี้ก็เห็นแล้วว่ากระบวนการสอนการเรียนรู้ของเพลินพัฒนาได้พัฒนาทักษะหลายๆด้านตามศักยภาพของลูกได้แถมยังติดอาวุธให้ลูกออกมาเรียนรู้ได้อย่างทั้งเก่งดีและมีความสุข

 

        อยากจะขอบคุณคุณครูที่เพลินทุกคนที่ทำงานกันหนักเกินกว่าครูทั่วไปจะทำกัน  อยากให้โรงเรียนรักษามาตรฐานเอาไว้ส่วนไหนเป็นจุดอ่อนก็แก้ไขกันไปส่วนดีก็พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆจะได้เป็นที่พึ่งให้กับเด็กๆประเทศไทยจะได้พัฒนามีบุคลากรที่มีคุณภาพเต็มบ้านเต็มเมืองค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ

 

คุณแม่น้องจูเนียร์

20 กันยายน 2553